ไทยพีบีเอสเปิดเวที เพลงครูในยุค AI ผนึกกำลังหาทางออกลิขสิทธิ์ ดนตรีไทยบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

ไทยพีบีเอสเปิดเวที เพลงครูในยุค AI ผนึกกำลังหาทางออกลิขสิทธิ์ ดนตรีไทยบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

ไทยพีบีเอสเปิดเวที เพลงครูในยุค AI ผนึกกำลังหาทางออกลิขสิทธิ์ ดนตรีไทยบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.47 น.

ไทยพีบีเอส ผนึกความร่วมมือภาคีด้านศิลปวัฒนธรรมและทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเวทีเสวนา “เพลงครูในยุค AI: ดนตรีดั้งเดิม ลิขสิทธิ์ และแพลตฟอร์มดิจิทัล” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและร่วมกันหาทางออกต่อปัญหาการอ้างสิทธิ์ลิขสิทธิ์เพลงไทยเดิมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมผลักดันการสร้างระบบข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ดนตรีไทยสามารถก้าวต่อไปในโลกดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดย ศูนย์สื่อศิลปวัฒนธรรม ร่วมกับ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โครงการคีตนคร และกรมทรัพย์สินทางปัญญา จัดกิจกรรมศิลป์สโมสรเสวนา “เพลงครูในยุค AI: ดนตรีดั้งเดิม ลิขสิทธิ์ และแพลตฟอร์มดิจิทัล”  โดยมี ดร.พิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านบริหาร เป็นผู้กล่าวเปิดงาน ณ ห้อง Friend for BACC หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เดินหน้าบทบาทสื่อสาธารณะในการเป็น “พื้นที่กลาง” แลกเปลี่ยนหาแนวทางแก้ไขปัญหาการอ้างสิทธิ์ลิขสิทธิ์ผลงานดนตรีไทยบนโลกออนไลน์ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569

ภายในเวทีเสวนาได้หยิบยกประเด็นปัญหาสำคัญที่กำลังส่งผลกระทบต่อวงการดนตรีไทย อย่างปัญหาการอ้างสิทธิ์ลิขสิทธิ์ดนตรีดั้งเดิมบนแพลตฟอร์มดิจิทัล เมื่อบทเพลงดั้งเดิมซึ่งถือเป็น “สาธารณสมบัติ” และมรดกทางวัฒนธรรม ถูกนำไปบรรเลงและเผยแพร่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล แต่กลับถูกระบบ AI ตรวจจับและแจ้งเตือนว่าละเมิดลิขสิทธิ์ ปัญหานี้สร้างความตื่นตระหนกและ “ความกลัวลิขสิทธิ์” ให้กับเยาวชนและนักดนตรีไทยเป็นอย่างมาก จนหลายคนเลือกที่จะลบผลงานทิ้ง

กรณีศึกษาที่ทำให้ประเด็นนี้ถูกพูดถึงในวงกว้าง มาจาก คุณปกป้อง ขำประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจทำนองหลักเพลงไทย ที่จัดประกวดการบรรเลงเพลง “มูล่ง” ให้จบภายใน 4 นาที แต่เมื่ออัปโหลดคลิปของผู้เข้าแข่งขัน กลับถูกแจ้งเตือนละเมิดลิขสิทธิ์จากบริษัทต่างชาติ ซึ่งคุณปกป้องได้เน้นย้ำในวงเสวนาว่า ไม่ว่าเราจะหาทางออกด้วยวิธีใด สุดท้ายวงการดนตรีไทยก็ต้องกลับมาเริ่มต้นที่การมีฐานข้อมูลที่ชัดเจน ว่าเรามีต้นทุนเพลงสาธารณสมบัติอยู่เท่าไหร่

ดร.พิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านบริหาร และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ระบุว่า ระบบการตรวจจับเสียงหรือ Acoustic Fingerprint ที่แพลตฟอร์มดิจิทัลใช้ในการบริหารจัดการลิขสิทธิ์นั้น ไม่ได้มีความแม่นยำสมบูรณ์แบบเสมอไป เนื่องจากเป็นการวิเคราะห์และเปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของคลื่นเสียงเป็นหลัก โดยไม่ได้พิจารณาถึงสถานะทางกฎหมายของบทเพลงว่ามีลิขสิทธิ์อยู่หรือเป็นงานสาธารณสมบัติ ส่งผลให้บางกรณีเกิดการอ้างสิทธิ์เหนือผลงานดนตรีดั้งเดิมที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมร่วมของสังคม

โดย ดร.พิเศษ เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวสะท้อนความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องเร่งพัฒนา “ฐานข้อมูลกลาง” (Database) สำหรับรวบรวมข้อมูลบทเพลงและองค์ความรู้ด้านดนตรีที่อยู่ในกลุ่มสาธารณสมบัติอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้เป็นแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือสำหรับนักดนตรี ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ หน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยฐานข้อมูลดังกล่าวจะช่วยลดข้อพิพาทจากการอ้างสิทธิ์ที่คลาดเคลื่อน สร้างความชัดเจนในการนำผลงานไปใช้ประโยชน์ และเปิดโอกาสให้เกิดการต่อยอด สร้างสรรค์ และเผยแพร่มรดกทางดนตรีไทยสู่สาธารณะได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น

ด้าน คุณวรพจน์ นิ่มวิจิตร ตัวแทนจากสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยฯ ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างดนตรีไทยและดนตรีคลาสสิกของตะวันตกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการที่เพลงไทยเดิมขาดการจดทะเบียนรหัสมาตรฐานสากล เช่น ISWC (รหัสประจำตัวงานดนตรีกรรม) และ ISRC (รหัสประจำตัวสิ่งบันทึกเสียง) ทำให้เมื่อระบบ AI สแกนข้อมูล จึงไม่พบ Meta Data ที่จะช่วยยืนยันความแตกต่างของชิ้นงานได้

สำหรับผู้ที่ประสบปัญหา คุณนิธิ กฤษณพันธุ์ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ให้ความรู้ว่า การแจ้งเตือนจากระบบ Content ID ยังไม่ใช่การตอกย้ำว่าทำผิดกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์ในทันที แพลตฟอร์มยังเปิดโอกาสให้โต้แย้งสิทธิ์ (Dispute) ได้ พร้อมระบุว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมให้คำปรึกษาแก่ผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงประสานงานกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อหาแนวทางแก้ไขในระยะยาว

เวทีเสวนาครั้งนี้ได้ข้อเสนอร่วมกันว่า การแก้ปัญหาลิขสิทธิ์ดนตรีไทยในยุคดิจิทัลจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ นักดนตรี สถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญา และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสร้างระบบข้อมูลที่ชัดเจน เพิ่มองค์ความรู้ให้กับผู้ใช้งาน และคุ้มครองสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ควบคู่ไปกับการรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

ช่วงท้ายของการเสวนา ดร.พิเศษ ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของไทยพีบีเอสว่า ไทยพีบีเอสมีแผนและยุทธศาสตร์ที่จะสนับสนุนพื้นที่ทั้งบนหน้าจอโทรทัศน์ (On Air) และออนไลน์ (Streaming/Podcast) เพื่อเป็นเวทีให้เยาวชน คนดนตรี ศิลปินพื้นบ้าน ไปจนถึงกลุ่มชาติพันธุ์ ได้แสดงออกถึงความรู้ความสามารถทางศิลปวัฒนธรรม

กิจกรรมศิลป์สโมสรเสวนา “เพลงครูในยุค AI: ดนตรีดั้งเดิม ลิขสิทธิ์ และแพลตฟอร์มดิจิทัล” นี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของการทำหน้าที่สื่อสาธารณะในการเปิดพื้นที่ เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม เทคโนโลยี และกฎหมาย พร้อมเปิดพื้นที่ให้สังคมร่วมกันหาคำตอบต่อโจทย์สำคัญของยุคสมัย เพื่อให้ “เพลงครู” และมรดกทางดนตรีของไทยสามารถเดินทางต่อไปบนโลกดิจิทัลได้อย่างเข้าใจ เป็นธรรม และยั่งยืน

สามารถติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่
▪ Social Media Thai PBS : FacebookYouTubeX (Twitter)LINETikTokInstagram
▪ Website : www.thaipbs.or.th
▪ Application : Thai PBS

Leave a comment