
DSI เตรียมยกระดับคดีพิเศษแชร์ลูกโซ่ Forex ขยายผลฟอกเงิน-อายัดทรัพย์คืนเหยื่อ
วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.26 น.
อีก2 วัน เสนออธิบดี DSI รับคดีหลอกลงทุน Forex เป็น”คดีพิเศษแชร์ลูกโซ่ Forex”ขยายผลฟอกเงิน เพื่อยึดอายัดทรัพย์เฉลี่ยคืนผู้เสียหาย
วันที่ 22 มิถุนายน 2569 จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นำโดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้เปิดปฏิบัติการ “Shutdown the laundering” ซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต จากการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 24 จุด เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.69 สามารถยึดเงินสดกว่า 65 ล้านบาท และทรัพย์สินมูลค่าสูงอีกหลายรายการ รวมทั้งรถหรูซูเปอร์คาร์ Hardware Wallet สินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Bitcoin และสกุล USDT เอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างการดำเนินงานของเครือข่ายการลงทุน ทั้งนี้ เมื่อขยายผลเส้นทางการเงินพบว่ามีนักการเมืองและดาราชื่อดังเกี่ยวข้องรับโอนเงินจากบริษัทกลุ่มโบรกเกอร์ซึ่งผู้เสียหายกว่า 500 ราย ความเสียหายรวมพันล้านบาท ซึ่งคณะพนักงานสืบสวนที่ 52/2569 ยังไม่ได้มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาแก่บุคคลใดนั้น
ความคืบหน้าล่สุด รายงานข่าวจากกรมสอบ สวนคดีพิเศษ(DSI) เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา คณะพนักงานสืบสวนได้ขยายผลสอบปากคำพยานผู้เสียหาย ทั้งในส่วนที่มาร้องทุกข์กับดีเอสไอเอง และในส่วนที่ไปร้องทุกข์กับตำรวจไซเบอร์ประกอบกัน และเร่งรวบรวมหลักฐานนำไปวิเคราะห์ตรวจสอบ ซึ่งคาดว่าใน 2 วันนี้จะสามารถเสนอขออธิบดีดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษในความผิดฐาน พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 หรือเรียกว่าคดีแชร์ลูกโซ่ Forex เนื่องจากคำร้องทุกข์ของพยานผู้เสียหายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นคำร้องที่บ่งชี้ถึงพฤติการณ์การถูกแนะนำให้ลงทุนผ่านโบรกเกอร์จากเว็บไซต์ในต่างประเทศ โดยสร้างความน่าเชื่อถือผ่านเจ้าหน้าที่หรือผู้แนะนำการลงทุน (Sales หรือ Agent) ที่คอยให้คำแนะนำ สอนการเทรด โชว์กำไรปลอมจากผู้ชักชวนลงทุน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น สร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าเข้าไปเทรดมากขึ้น แสดงผลพอร์ทที่ได้ผลกำไรสูงเพื่อจูงใจให้ฝากเงินเข้าทำการเทรด โดยมีการจัดเซลล์ประกบดูแลลูกค้าเป็นราย ๆ ซึ่งช่วงแรกถอนเงินได้จริง ต่อมาอ้างเงื่อนไข หรือขายคอร์ส ฝากเทรด หรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จนไม่สามารถถอนเงินได้จริง อีกทั้งยังมีรูปแบบการลงทุนที่แตกต่างจากการลงทุนในกองทุนรวมทั่วไป เนื่องจากไม่ได้มุ่งเน้นผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลหรือผลประโยชน์ตามรอบเวลา แต่เป็นการนำเงินเข้าสู่พอร์ตการลงทุนเพื่อซื้อขายเก็งกำไรจากส่วนต่างของราคา (Price Difference) โดยอ้างอิงว่ามีการซื้อขายผ่านระบบของโบรกเกอร์ต่างประเทศ
นอกจากนี้ คณะพนักงานสืบสวนไม่ได้มุ่งเน้นไปแค่การตรวจสอบการกระทำที่เป็นความผิดเข้าข่ายตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และกฎหมายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น แต่คณะพนักงานสืบสวนจะเน้นไปที่ความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 หรือเรียกว่าคดีแชร์ลูกโซ่ เป็นการเฉพาะ เนื่องจากเป็นฐานความผิดที่อยู่ในบัญชีแนบท้ายของดีเอสไอ และสามารถขยายผลดูในเรื่องของการฟอกเงินได้ด้วย ซึ่งคณะพนักงานสืบสวนต้องการจะทำให้ครบทุกมิติ เพราะการทำคดีอาญาอาจไม่เพียงพอเท่าการพยายามติดตามทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดเพื่อสำหรับชดใช้เฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหายจำนวนมาก ซึ่งผลการสอบปากคำพยานผู้เสียหายพบว่าส่วนใหญ่มีการลงทุนตั้งแต่หลักหมื่นบาทไปจนถึงหลักสิบล้านบาท ซึ่งแล้วแต่รายกรณี โดยในปัจจุบันนี้พบมูลค่าความเสียหายสูงสุดอยู่ที่ 70 ล้านบาท
รายงานข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยอีกว่า ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้เสียหายบางรายแท้จริงแล้วอาจเป็นโบรกเกอร์ ที่ไปชักชวนผู้อื่นมาลงทุนด้วย แต่เมื่อเกิดปัญหาพอร์ตแตก จึงอ้างตนว่าเป็นผู้เสียหายด้วยนั้น ในประเด็นนี้คณะพนักงานสืบสวนต้องดูรอบด้าน ว่าบุคคลนั้นมีพฤติการณ์ที่เข้าหลักเกณฑ์เงื่อนไขตามความผิดของคดีแชร์ลูกโซ่หรือไม่
สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบพยานหลักฐานเกี่ยวกับกลุ่มของโบรกเกอร์ฟอร์เร็ก อาทิ บริษัท QRS Global, บริษัท HFM, บริษัท GOFX, บริษัท Eterwealth และกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) เช่น อาจารย์พี, โค้ชเจมส์, JP Global, แอคมี่ และกลุ่มบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการรับ – ส่งเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอ
นิกส์อีก 2 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด 2.บริษัทเพย์โซลูชั่น จำกัด นั้น คณะพนักงานสืบสวนยังอยู่ระหว่างวิเคราะห์หลักฐานทั้งหมดที่ได้มาจากการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งในเร็ววันนี้จะได้มีการพิจารณาออกหมายเรียกพยานให้บุคคลทั้งหมดเข้ามาชี้แจ
ขณะที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)ได้ ประกาศประชาสัมพันธ์ผ่านโซเซียล แจ้งเตือนและขอความร่วมมือผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุนกับกลุ่มโบรกเกอร์ ผู้แนะนำการลงทุน (IB) และบริษัทช่องทางการชำระเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีหลอกลวงลงทุนเงินตราต่างประเทศ (Forex) นอกระบบ ให้เร่งติดต่อเข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินคดีตามกฎหมาย อาทิ ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากโบรกเกอร์ FOREX เช่น QRS Global, HFM, GOFX, Eterwealth และกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) ประกอบด้วย อาจารย์พี, โค้ชเจมส์, JP Global, แอคมี่ และบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการรับ – ส่งเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อีก 2 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด และ 2.บริษัท เพย์โซลูชั่น จำกัด ทั้งนี้ สามารถติดต่อกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2831 9888 หรือ โทร 1202 ต่อ 50219 หรือ 50231