ปลดล็อกขยายเช่าสูงสุด 30 ปี! รัฐจับมือธนารักษ์ ยกระดับสนามบินภูมิภาค 28 แห่ง

ปลดล็อกขยายเช่าสูงสุด 30 ปี! รัฐจับมือธนารักษ์ ยกระดับสนามบินภูมิภาค 28 แห่ง

ปลดล็อกขยายเช่าสูงสุด 30 ปี! รัฐจับมือธนารักษ์ ยกระดับสนามบินภูมิภาค 28 แห่ง

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.35 น.

รัฐบาลปลดล็อก ศักยภาพสนามบินภูมิภาค 28 แห่ง จับมือกรมธนารักษ์ขยายสิทธิบริหารพื้นที่เช่าสูงสุด 30 ปี ดึงลงทุน-เพิ่มรายได้รัฐ-กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

23 มิถุนายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค โดยสนับสนุนการเพิ่มศักยภาพท่าอากาศยานภูมิภาคทั้ง 28 แห่ง ในสังกัดกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ให้เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทาง การท่องเที่ยว และการลงทุน ตามแนวทาง “Airport for Regional Development” เพื่อกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคและสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างยั่งยืน

รองโฆษกฯ กล่าวว่า นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ติดตามและผลักดันมาตรการเพิ่มรายได้ให้กับท่าอากาศยานภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ทั้งรายได้จากกิจการการบิน (Aeronautical Revenue) และรายได้จากกิจการอื่น (Non-Aeronautical Revenue) โดยที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมและกรมท่าอากาศยานได้ร่วมมือกับสายการบินทั้งในและต่างประเทศ นำเสนอศักยภาพของสนามบินภูมิภาคเพื่อดึงดูดการเปิดเส้นทางบินใหม่ เส้นทางข้ามภูมิภาค และเส้นทางระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มการเชื่อมโยงการเดินทางและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ในส่วนของการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในท่าอากาศยาน นายภัทรพงศ์ได้เร่งรัดให้กรมท่าอากาศยานร่วมกับกรมธนารักษ์หาแนวทางแก้ไขข้อจำกัดด้านขั้นตอนราชการที่ส่งผลให้การดึงดูดผู้ประกอบการและการลงทุนใหม่ๆ ใช้เวลานาน จนนำไปสู่การจัดทำบันทึกความตกลง (MOU) ระหว่างกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม และกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เพื่อมอบอำนาจให้กรมท่าอากาศยานสามารถบริหารจัดการพื้นที่ราชพัสดุภายในบริเวณท่าอากาศยานภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัวมากขึ้น

รองโฆษกฯ ระบุว่า สาระสำคัญของ MOU ฉบับดังกล่าว คือ การมอบอำนาจให้กรมท่าอากาศยานสามารถลงนามสัญญาเช่าหรือสัญญาต่างตอบแทนกับภาคเอกชนได้โดยตรง สำหรับโครงการที่มีมูลค่าทรัพย์สินไม่เกิน 500 ล้านบาท พร้อมขยายระยะเวลาการใช้ประโยชน์พื้นที่จากเดิมที่จำกัดไม่เกิน 3 ปี เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมกับลักษณะการลงทุนมากขึ้น โดยพื้นที่ภายในท่าอากาศยานสามารถให้เช่าได้สูงสุดไม่เกิน 10 ปี ส่วนพื้นที่ภายนอกท่าอากาศยานสามารถให้เช่าได้สูงสุด 20 ปี หรือ 30 ปี ตามขนาดพื้นที่และประเภทกิจกรรมที่ดำเนินการ นอกจากนี้ ยังให้อำนาจกรมท่าอากาศยานดำเนินคดีในกรณีผู้เช่าฝ่าฝืนเงื่อนไขสัญญาได้โดยตรง

นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับปรุงกลไกการบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ครั้งนี้ จะช่วยลดขั้นตอนทางราชการ เพิ่มความรวดเร็วในการนำร้านค้า บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เข้ามาให้บริการภายในสนามบิน ส่งเสริมบรรยากาศการลงทุน เพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ และช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่ภาครัฐมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค

“รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการมอบอำนาจและเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารพื้นที่ของท่าอากาศยานภูมิภาค จะช่วยปลดล็อกศักยภาพการลงทุน ดึงดูดผู้ประกอบการรายใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และยกระดับสนามบินภูมิภาคให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาในแต่ละพื้นที่ได้อย่างแท้จริง” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

Leave a comment