ภัณฑิล บี้ กกต.-ดีเอสไอ เร่งขยายผล คดีฮั้ว สว. ถึงผู้สั่งการ ชี้ 8 ผู้ต้องหา แค่เครือข่าย

ภัณฑิล บี้ กกต.-ดีเอสไอ เร่งขยายผล คดีฮั้ว สว. ถึงผู้สั่งการ ชี้ 8 ผู้ต้องหา แค่เครือข่าย

ภัณฑิล บี้ กกต.-ดีเอสไอ เร่งขยายผล คดีฮั้ว สว. ถึงผู้สั่งการ ชี้ 8 ผู้ต้องหา แค่เครือข่าย

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.53 น.

ภัณฑิล บี้ กกต.-ดีเอสไอ เร่งขยายผล คดีฮั้ว สว. ถึง ผู้สั่งการ ตัวจริง ชี้ 8 ผู้ต้องหา ล็อตแรก แค่ส่วนหนึ่งของเครือข่าย ข้องใจเชื่อมโยงเครือข่ายการเมือง เส้นทางการเงิน-บทบาทของผู้เกี่ยวข้องหลายระดับ

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงถึงการติดตามการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กรณี ฮั้ว สว. ว่า การแถลงครั้งนี้มุ่งเน้นเฉพาะประเด็นการได้มาซึ่ง สว. ซึ่งสังคมตั้งข้อสงสัยมาอย่างต่อเนื่องว่าอาจมีการจัดวางกระบวนการอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากคดีพิเศษเลขที่ 24/2568 มีผู้ต้องหา 8 รายที่ปรากฏในเอกสารที่อัยการส่งกลับมายังดีเอสไอ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่าย และยังมีบุคคลในระดับ ผู้สั่งการ หรือ หัวระบบ ที่ยังไม่ถูกเปิดเผยชื่อ 

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าตรวจสอบอย่างจริงจัง และไม่ควรให้คดีสิ้นสุดเพียงการดำเนินคดีกับบุคคลบางส่วน ทั้งนี้ในวันที่25 มิ.ย.นี้ อนุกรรมาธิการของ กกต.ที่ศึกษาการได้มาซึ่ง สว. จะเชิญ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ   เข้าชี้แจงอีกครั้ง เพื่อให้ตอบข้อสงสัยว่า มีเครือข่ายใดเข้าไปแทรกแซง ครอบงำ หรือจัดวางกระบวนการเลือก สว. ทั้งระบบหรือไม่ ส่วนข้อมูลในสำนวนนั้น ในจำนวนผู้ต้องหา 8 รายแรก มี 2 รายที่ดำรงตำแหน่งเป็น สว. ปัจจุบัน ซึ่งการกล่าวถึงบุคคลดังกล่าวเป็นการอ้างอิงตามข้อมูลในสำนวน ไม่ใช่ข้อกล่าวหาส่วนตัว และทุกฝ่ายสามารถออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงได้ ซึ่งคดีนี้ถูกกล่าวถึงในฐานะคดีอั้งยี่และฟอกเงิน มูลค่าราว 400-500 ล้านบาท โดยดีเอสไอจำแนกเครือข่ายออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่ผู้สั่งการ ผู้วางระบบ ผู้ปฏิบัติ ผู้ได้รับเลือกเป็น สว.ไปจนถึงผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนสนับสนุน สะท้อนว่าผู้ต้องหา 8 รายแรกยังไม่ใช่ทั้งหมดของคดี และยังไม่ใช่ข้อยุติว่าใครกระทำผิด 

“ขอตั้งข้อสังเกตว่าสำนวนคดีมีความยาวหลายพันหน้าและมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทั้ง สว.,นักการเมือง ,ผู้ดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหาร และบุคคลในแวดวงการเมือง แต่กลับมีการส่งตัวผู้ต้องหาเพียง 8 รายในล็อตแรก จึงเป็นคำถามสำคัญว่า การดำเนินคดีจะขยายผลไปถึงผู้สั่งการตัวจริงหรือไม่” นายภัณฑิล กล่าว

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า ขอยกตัวอย่างข้อมูลของบุคคลบางรายที่ถูกระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับเส้นทางการเงินและบุคคลทางการเมืองในพรรคแกนนำรัฐบาล ทั้งในฐานะอดีตผู้ช่วย สส. ,อดีตผู้สมัคร สส. และคณะทำงานรัฐมนตรี ซึ่งเห็นว่า เมื่อบุคคลที่ถูกกล่าวถึงมีความเกี่ยวข้องทางการเมืองในทิศทางเดียวกัน พรรคการเมืองที่มีชื่อเกี่ยวข้องควรเปิดให้มีการตรวจสอบอย่างชัดเจน

นายภัณฑิล กล่าวด้วยว่า ข้อมูลทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่ข้อยุติว่าใครกระทำผิด แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่าใครได้เป็น สว.แต่รวมถึงคำถามว่า ใครเป็นผู้สั่งการ ใครเป็นผู้จ่ายเงิน และการลงมติของวุฒิสภาเป็นไปโดยอิสระตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หรืออยู่ภายใต้อิทธิพลของเครือข่ายใด จึงขอยังเรียกร้องให้ ดีเอสไอเร่งขยายผลไปถึงกลุ่มผู้สั่งการ และกกต.ต้องชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง และพรรคการเมืองที่มีบุคคลเกี่ยวข้องหลายระดับ ต้องแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะเปิดให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่

Leave a comment