‘ยศชนัน’ ยกย่อง 12 นักวิจัยผู้สร้างคุณูปการต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจสู่นักวิจัยรุ่นใหม่ ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569

‘ยศชนัน’ ยกย่อง 12 นักวิจัยผู้สร้างคุณูปการต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย  พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจสู่นักวิจัยรุ่นใหม่ ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569

‘ยศชนัน’ ยกย่อง 12 นักวิจัยผู้สร้างคุณูปการต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจสู่นักวิจัยรุ่นใหม่ ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษภายในงานในหัวข้อ “Research Synergy พลิกโฉมประเทศไทย : จากงานวิจัยสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของชาติ” ภายในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” ครั้งที่ 21 ภายใต้แนวคิด “Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน” จัดขึ้นโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พร้อมจัดพิธีประกาศยกย่องนักวิจัยผู้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และสร้างคุณูปการต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จำนวน 12 ราย โดยมี ดร.วิภารัตน์
ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ คณะผู้บริหารกระทรวง อว. และ วช. ให้การต้อนรับ ณ ห้องเวิลด์ บอลรูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทย กำลังก้าวสู่ยุคที่งานวิจัยและนวัตกรรมจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างนักวิจัย สถาบันอุดมศึกษา ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน และภาคประชาชน จะช่วยผลักดันองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์จริง สร้างนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้ สร้างงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาการวิจัยทางคลินิก เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการวิจัยทางคลินิกของภูมิภาค และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมสุขภาพของประเทศในอนาคต

ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศการวิจัยที่เข้มแข็ง ควบคู่กับการยกย่องเชิดชูนักวิจัยผู้มีผลงานโดดเด่น เพื่อเป็นต้นแบบและสร้างแรงบันดาลใจแก่นักวิจัยรุ่นใหม่ โดยนักวิจัยทั้ง 12 ท่าน ที่ได้รับการยกย่องในปีนี้ สะท้อนถึงความเข้มแข็งและความหลากหลายขององค์ความรู้ในหลายสาขา ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการพัฒนากำลังคนด้านการวิจัยของประเทศ การยกย่องในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการเชิดชูเกียรติผู้มีผลงานโดดเด่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งต่อแรงบันดาลใจและสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่จะร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีพิธีมอบรางวัลยกย่องนักวิจัยอาวุโส ประกอบด้วย นักวิจัยศักยภาพสูง ประจำปี 2569 จำนวน 1 ราย ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น
วช. ประจำปี 2569 จำนวน 2 ราย และเมธีวิจัยอาวุโส วช. ประจำปี 2569 จำนวน 9 ราย รวมทั้งสิ้น 12 ราย มีดังนี้

– นักวิจัยศักยภาพสูง ประจำปี 2569 จำนวน 1 ราย ได้แก่ ศ.ดร.สักกมน เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอาหาร ซึ่งมีผลงานโดดเด่นด้านเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารและการพัฒนาอาหารแห่งอนาคต

– ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น วช. ประจำปี 2569 2 ราย ได้แก่ ศ. (เชี่ยวชาญพิเศษ) ดร.นพ.นิพนธ์ ฉัตรทิพากร ผู้สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการแพทย์ เพื่อป้องกันและรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวและสมองเสื่อม และ ศ.ดร.พรชัย ทรัพย์นิธิ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนำทางด้วยดาวเทียมและสภาพอวกาศ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้และโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศของประเทศ

– เมธีวิจัยอาวุโส วช. ประจำปี 2569 จำนวน 9 ราย ประกอบด้วย ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง ศ.ดร.ปิติ สุคนธสุขกุล รศ.ดร.สุมาลี มหณรงค์ชัย ศ.ดร.จูงใจ ปั้นประณต ศ.ดร.สาโรจน์ รอดคืน ศ.ดร.พัฒนาพร ฉัตรจุฑามาส ศ.ดร.วรากร ลิ่มบุตร ศ.ดร.นราธิป วิทยากร และ ศ.ดร.ณัฐดนัย หาญการสุจริต ซึ่งล้วน เป็นนักวิจัยอาวุโสที่มีบทบาทสำคัญทั้งด้านการสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาทีมวิจัย และการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง

พร้อมด้วยพิธีมอบโล่และใบประกาศนียบัตรรับรองคุณภาพคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ระดับชาติ หรือ NECAST ประจำปี 2569 เพื่อยกระดับและสร้างความเชื่อมั่นในการปกป้องสิทธิความปลอดภัยของอาสาสมัครตามมาตรฐานสากลในปีนี้มีหน่วยงานได้รับรางวัล NECAST ระดับ 3 จำนวน 7 หน่วยงาน และรางวัล NECAST ระดับ 2 รวมถึงพิธีมอบเกียรติบัตรคลังข้อมูลสารสนเทศดิจิทัลต้นแบบด้านการจัดการคุณภาพคลังสารสนเทศดิจิทัล ตามมาตรฐาน มตช./ข้อกำหนดเผยแพร่ 2001-2567 ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ วช. จัดมอบรางวัลนี้ให้กับ 7 คลังสารสนเทศต้นแบบของไทย

ทั้งนี้ “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” จัดขึ้นเป็นปีที่ 21 ภายใต้แนวคิด “Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน” โดยรวบรวมผลงานวิจัยและนวัตกรรมกว่า 1,000 ผลงาน จากความร่วมมือของ 231 หน่วยงานทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และเยาวชน ได้เข้าถึงและใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริง อันเป็นการตอกย้ำบทบาทของงานวิจัยไทย ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน โดยผู้สนใจสามารถเข้าชมงานได้จนถึงวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

Leave a comment