
สมศ.ชูยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการประเมินสถานศึกษา ด้วยนวัตกรรมดิจิทัล มุ่งผลสัมฤทธิ์เชิงพัฒนา
วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ปรับใช้เทคโนโลยีบูรณาการฐานข้อมูล ควบคู่การใช้ AI ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน ปรับกระบวนทัศน์ผู้ประเมิน พร้อมระบบจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อมุ่งสู่การใช้ผลประเมินอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ศ.ดร.องอาจ นัยพัฒน์ ผู้อำนวยการ สมศ. เปิดเผยว่า เพื่อหารือทิศทางการประเมินคุณภาพการศึกษา โดยมีรองผู้อำนวยการ สมศ. ทั้ง 4 ฝ่ายร่วมนำเสนอทิศทางการดำเนินงานที่มุ่งปรับกระบวนทัศน์การประเมินคุณภาพภายนอกสู่แนวคิด การประเมินเพื่อการพัฒนา โดยบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อยกระดับระบบการศึกษาและตอบสนองนโยบายลดภาระงานด้านบริหารจัดการของบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่สำคัญ ประกอบด้วย การบูรณาการฐานข้อมูล พัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศ (API) ร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัดโดยตรง เพื่อยุติความซ้ำซ้อนในการจัดทำเอกสารรายงานของสถานศึกษา , การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ด้วยการนำนวัตกรรม AI มาใช้วิเคราะห์ และ คัดกรองรายงานการประเมินตนเอง (SAR) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความแม่นยำ ลดการใช้งบประมาณในการประมวลผลข้อมูลเชิงวิชาการ , การปรับกระบวนทัศน์ผู้ประเมิน ด้วยการยกระดับสมรรถนะและบทบาทผู้ประเมินสู่การเป็น “ผู้ชี้แนะเชิงประเมิน” ที่มุ่งเน้นการนำผลการประเมินคุณภาพมาให้ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ เพื่อขับเคลื่อนกลไกการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพตามวงจร PDCA , กระบวนการรวบรวมติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ด้วยการเตรียมพร้อมเปิดตัว Dashboard แสดงผลการวิเคราะห์เชิงลึก สะท้อนภาพรวมด้านการจัดการคุณภาพการศึกษา ตลอดจนมิติด้านความเหลื่อมล้ำ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ Evidence-Informed Policymaking สำหรับผู้กำหนดนโยบายและสาธารณชน
“การปรับยุทธศาสตร์ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ สมศ. ในการนำระบบดิจิทัลและข้อมูลขนาดใหญ่ มาใช้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทย ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” ผู้อำนวยการ สมศ. ระบุ