
24 มิ.ย. 2569 16:38 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ฝรั่งเศสไฟฟ้าดับท่ามกลางอากาศร้อนจัด แอร์-พัดลมขายเกลี้ยงทำลายสถิติพันเท่า
ยุโรปเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติศาสตร์ ส่งผลให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานขัดข้องเนื่องจากไม่รองรับสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยที่ฝรั่งเศสเกิดเหตุหม้อแปลงไฟฟ้าขัดข้องจากความร้อน ทำให้อาคารและบ้านเรือนกว่า 106,000 หลังไม่มีไฟฟ้าใช้ ท่ามกลางอุณหภูมิที่พุ่งทะลุ 41 องศาเซลเซียส ขณะที่ยอดขายพัดลมและเครื่องปรับอากาศพุ่งทะยานสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 1,000 เท่า
สถานการณ์คลื่นความร้อนรุนแรงยังคงปกคลุมทวีปยุโรปอย่างต่อเนื่อง โดยในสัปดาห์นี้อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งกลางวันและกลางคืนของฝรั่งเศสพุ่งสูงถึง 29.8 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นสถิติที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกในปี 1947 ส่งผลให้ทางการฝรั่งเศสต้องประกาศยกระดับเตือนภัยสภาพอากาศขั้นสูงสุด เป็นสีแดง เพิ่มอีก 4 จังหวัด ทำให้ปัจจุบันมีประชาชนราว 44 ล้านคน หรือกว่าร้อยละ 90 ของประเทศ กำลังเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดระดับวิกฤต โดยอุณหภูมิพุ่งสูงระหว่าง 39 ถึง 41 องศาเซลเซียส ครอบคลุมตั้งแต่แคว้นบริตตานีไปจนถึงกรุงปารีส
ความร้อนที่รุนแรงและยาวนานได้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานอย่างหนัก ล่าสุดทางการฝรั่งเศสรายงานเหตุไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในจังหวัดฟีนิสแตร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือ หลังจากหม้อแปลงไฟฟ้าขัดข้องจากอุณหภูมิที่สูงเกินขีดจำกัด ส่งผลกระทบให้บ้านเรือนและลูกค้าสูงสุดถึง 106,000 รายไม่มีไฟฟ้าใช้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและวิศวกรต้องเร่งทำงานตลอดทั้งคืนเพื่อจ่ายไฟสำรองและติดตั้งเครื่องปั่นไฟฉุกเฉินให้แก่ศูนย์การแพทย์และบ้านพักคนชราเป็นอันดับแรก
วิกฤตสภาพอากาศในครั้งนี้ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคของชาวฝรั่งเศสเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากอาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่ในยุโรปถูกสร้างขึ้นเพื่อกักเก็บความอบอุ่นในฤดูหนาวและไม่มีการติดตั้งระบบทำความเย็น ทำให้อุปสงค์ของเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ความเย็นพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
อเล็กซองดร์ บงปาร์ต ประธานบริหารของเครือซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ “คาร์ฟูร์” เปิดเผยว่า เพียงแค่วันจันทร์วันเดียว บริษัทสามารถทำยอดขายพัดลมและเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่ได้สูงถึง 30,000 เครื่องภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งคิดเป็นยอดขายที่มากกว่าวันปกติถึง 1,000 เท่า ขณะที่แพลตฟอร์มอเมซอน รายงานยอดขายสินค้ากลุ่มนี้โตขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ด้านช่างไฟฟ้าในพื้นที่ต่างยอมรับว่าได้รับโทรศัพท์ติดต่อให้เข้าติดตั้งเครื่องปรับอากาศ “กรณีฉุกเฉิน” จนล้นมือจนผู้พักอาศัยหลายคนเลือกที่จะละเลยขั้นตอนการขออนุญาตจากนิติบุคคลเนื่องจากไม่สามารถทนต่อสภาพอากาศที่อบอ้าวได้
“การมาเที่ยวปารีสในสภาพอากาศแบบนี้มันแย่มาก พวกเรากำลังจะหมดลมหายใจ ทั้งบนท้องถนน ในสถานีรถไฟใต้ดิน หรือแม้แต่ในห้องพักที่เช่าไว้” จอห์น บีเลอร์ วิศวกรชาวอเมริกันวัย 45 ปีที่เดินทางมาท่องเที่ยวกล่าว พร้อมระบุว่าเขาจำเป็นต้องย้ายไปนอนโรงแรมที่มีเครื่องปรับอากาศแทน
นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุสลดในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เมื่อผลชันสูตรพลิกศพพบว่าเด็กเล็กสองคนอายุ 2 และ 4 ขวบ เสียชีวิตเนื่องจากทนความร้อนไม่ไหวหลังติดอยู่ภายในรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านพัก โดยมารดาระบุว่าเด็ก ๆ แอบเข้าไปเล่นในรถโดยที่เธอไม่ทราบ
นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า คลื่นความร้อนรอบนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยปรากฏการณ์สภาพอากาศที่เรียกว่า “โอเมก้า บล็อก” (Omega block) ซึ่งมีลักษณะของมวลอากาศที่ล็อกความร้อนให้อบอวลและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ วันต่อวัน โดยมีปัจจัยเร่งมาจากสภาวะโลกร้อน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากฝีมือมนุษย์ อุณหภูมิในปัจจุบันควรจะเย็นกว่านี้ประมาณ 2 ถึง 4 องศาเซลเซียส
สถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านต่างวิกฤตไม่แพ้กัน โดยที่สหราชอาณาจักร สำนักงานสาธารณสุขได้ประกาศเตือนภัยความร้อน “ระดับสีแดง” ซึ่งเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ชาติ เนื่องจากอุณหภูมิพุ่งสูงแตะปลายระดับ 30 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตแม้ในกลุ่มคนที่มีสุขภาพแข็งแรง ขณะที่ผู้ให้บริการรถไฟได้สั่งจำกัดความเร็วและแนะนำให้ประชาชนเดินทางเฉพาะกรณีที่จำเป็นเท่านั้น เนื่องจากความร้อนส่งผลกระทบต่อรางรถไฟ ด้านสมาคมครูใหญ่แห่งชาติระบุว่า โรงเรียนเกือบทุกแห่งต้องปรับตารางเรียนเนื่องจากอาคารเรียนในอังกฤษไม่พร้อมรองรับความร้อนระดับนี้
ส่วนอิตาลี กระทรวงสาธารณสุขประกาศเตือนภัยระดับสีแดงใน 16 เมืองใหญ่ รวมถึงโรมและมิลาน โดยคาดว่าสภาพอากาศจะย่ำแย่ลงอีกในพื้นที่แถบชายฝั่งเนื่องจากความชื้นสูง ซึ่งอาจทำให้ดัชนีความร้อน หรืออุณหภูมิที่มนุษย์รู้สึกจริง พุ่งสูงถึง 45 องศาเซลเซียส
ขณะที่เนเธอร์แลนด์ได้ประกาศเตือนภัยระดับสีส้ม ทางรถไฟแห่งชาติประกาศลดเที่ยววิ่งในหลายเส้นทาง ขณะที่สภาเมืองอัมสเตอร์ดัมเปิดให้ผู้ถือบัตรผ่านเมืองสามารถเข้าใช้บริการสระว่ายน้ำกลางแจ้งฟรีเพื่อคลายร้อน
ทั้งนี้ คลื่นความร้อนดังกล่าวมีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวเข้าท่วมยุโรปตะวันออกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยโปแลนด์คาดการณ์ว่าอุณหภูมิอาจทำลายสถิติสูงสุดเดิมที่ 40.2 องศาเซลเซียสที่เคยทำไว้ในปี 1921 ขณะที่โครเอเชียและฮังการีได้เตรียมยกระดับการเตือนภัยสู่ขั้นสูงสุดแล้วเช่นกัน โดยมีเพียงประเทศสเปนเท่านั้นที่เริ่มมีสัญญาณของอุณหภูมิที่ลดลงเล็กน้อยในบางพื้นที่.