พิมพ์ภัทรา ซัด อดีต สส.เมืองคอน จ้อการเมืองไม่หยุด ย้อนถามคืนเงินเลือกตั้ง 60 ล้านหรือยัง

พิมพ์ภัทรา ซัด  อดีต สส.เมืองคอน จ้อการเมืองไม่หยุด ย้อนถามคืนเงินเลือกตั้ง 60 ล้านหรือยัง

พิมพ์ภัทรา ซัด อดีต สส.เมืองคอน จ้อการเมืองไม่หยุด ย้อนถามคืนเงินเลือกตั้ง 60 ล้านหรือยัง

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.36 น.

‘พิมพ์ภัทรา’ ออกโรงซัด ‘นักวิจารณ์การเมืองคนดังเมืองคอน’ จ้อไม่หยุด เหน็บ ‘ล้างเท้าก่อนขึ้นเทศน์’ ย้อนดูอดีตก่อนกล่าวร้ายผู้อื่น

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อขาวรายงานว่า ภายหลังจากมีการวิพากษ์วิจารย์อย่างต่อเนื่องจากอดีต สส.นครศรีธรรมราช รายหนึ่งซึ่งปัจจุบันอยู่ในสถานะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองจากการต้องโทษในคดีทุจริตเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมกันกับน้องชาย หลังจากพ้นโทษจากเรือนจำได้หันมาเป็นนักวิพากษ์การเมืองในหลายช่องทาง กลายเป็นประเด็นหลายครั้งที่สำคัญแต่ละครั้งเป็นการกล่าวหาสนุกปาก อย่างที่ไม่เคยหาข้อเท็จจริงดำเนินการใดๆได้  

ล่าสุดน.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า มีการสอบถามจากเพื่อนนักการเมืองรุ่นใหม่เข้ามาหลายคน ถึงการหันมาวิพากษ์การเมืองโดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่กลายเป็นเป้าอย่างสนุกปากของอดีตนักการเมืองรายนี้ เขามีปมอะไรหรือไม่ ซึ่งในฐานะที่เป็น สส.นครศรีธรรมราช ยังให้เกียรติท่านเสมอ แต่บางเรื่องนั้นเป็นสิ่งที่เกินเลยไปต้องรับผิดชอบส่วนตัวไป

“ต้องยกประโยคหนึ่งซึ่งถูกพูดถึงอย่างมากเมื่อ 2-3 วันก่อนของนายกรัฐมนตรี คือ “ก่อนขึ้นเทศน์ต้องล้างเท้าตัวเองให้สะอาดก่อน” การกล่าวหาให้ร้ายไปทั่วเป็นเรื่องที่ไม่สอดรับกับความอาวุโสคร่ำหวอด ยังเป็นแบบเก่าๆคือเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น การถูกจำคุกในคดีทุจริตเลือกตั้งนากยกอบจ. การชำระค่าเลือกตั้งคืนกว่า 60 ล้านไม่ทราบว่าคืนให้ กกต.หรือยัง คนไทยลืมง่าย ก่อนที่จะเทศน์คนอื่นคิดว่าตัวเองต้องสะอาดมาก่อน นี่คือสิ่งที่ควรคิดเป็นลำดับแรก” น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าว

น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวด้วยว่า ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว การเดินหน้าทำงานการเมือง ควรจะพัฒนาไปมากกว่านี้ จ้องกล่าวร้ายกัน หรือใช้วาทกรรมการเมืองมาเล่นงานผู้ที่อยู่ในขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้ามควรยุติไปได้แล้ว เป็นวิธีการที่ล้าหลัง ยุคสมัยกำลังกลืนกินให้ผู้ที่ใช้วิธีการแบบนี้ค่อยๆหายไป บางคนที่มาพูดคุยสอบถามใช้คำว่ารำคาญและน่าเบื่อ แต่ส่วนตัวคงไม่ใช้คำแรงถึงขนาดนั้น

Leave a comment