“รูบิโอ” ย้ำไม่มีประเทศใดมีสิทธิเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ

"รูบิโอ" ย้ำไม่มีประเทศใดมีสิทธิเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ

24 มิ.ย. 2569 10:58 น.

“รูบิโอ” ย้ำไม่มีประเทศใดมีสิทธิเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ

นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมรับการจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ จากอิหร่าน ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยย้ำว่านี่คือเส้นทางเดินเรือสากลและไม่มีประเทศใดมีสิทธิเรียกเก็บค่าผ่านทาง

นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมรับการที่อิหร่านเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าผ่านทางจากเรือที่ใช้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยความเห็นต่างในประเด็นดังกล่าว รวมถึงเรื่องการตรวจสอบนิวเคลียร์และโครงการขีปนาวุธ เริ่มสะท้อนความเปราะบางของกระบวนการเจรจายุติสงครามตะวันออกกลาง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามในข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อระงับความขัดแย้ง และเสร็จสิ้นการเจรจารอบแรกที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นการเปิดฉากกรอบเวลาเจรจา 60 วัน เพื่อหาข้อสรุปในประเด็นการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร, โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และอนาคตของช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม อิหร่านและโอมานได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันว่าจะศึกษาแนวทางการบริหารจัดการและเรียกเก็บค่าบริการในช่องแคบดังกล่าว โดยอ้างสิทธิ์เหนืออธิปไตยในพื้นที่ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับฝั่งวอชิงตันเป็นอย่างมาก

ในช่วงต้นของสงคราม การปิดกั้นเส้นทางเดินเรือโดยอิหร่านส่งผลให้การขนส่งทางทะเลหยุดชะงักและราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง อย่างไรก็ตาม หลังลงนามข้อตกลง การเดินเรือผ่านช่องแคบเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้น แม้ยังอยู่เพียงราว 40 เปอร์เซ็นต์ของระดับปกติในช่วงสันติภาพ

ด้านอิหร่านยังคงยืนยันว่า จะรักษาอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซต่อไป โดยรัฐบาลอิหร่านและโอมานออกแถลงการณ์ร่วม ระบุว่าจะศึกษารูปแบบการบริหารเส้นทางการค้าและต้นทุนบริการต่าง ๆ แต่ย้ำหลักอธิปไตยเหนือพื้นที่ดังกล่าว

นายรูบิโอ ซึ่งเริ่มภารกิจเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนเดินทางต่อไปยังคูเวตและบาห์เรน เพื่อหารือกับชาติสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ หรือ GCC ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางน้ำสากล และไม่มีประเทศใดมีสิทธิเรียกเก็บค่าผ่านทาง พร้อมเชื่อว่าประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเห็นพ้องในหลักการเดียวกัน

ขณะเดียวกัน นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ผู้แทนเจรจาระดับสูงของอิหร่าน ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะไม่กลับไปสู่สภาพก่อนสงคราม แม้ทั้งสองฝ่ายตกลงจัดตั้งช่องทางสื่อสารเพื่อรักษาการเปิดเส้นทางเดินเรือก็ตาม

องค์การทางทะเลแห่งสหประชาชาติเปิดเผยว่า เตรียมอพยพลูกเรือมากกว่า 11,000 คนที่ติดค้างจากมาตรการปิดล้อม โดยประสานงานกับอิหร่าน โอมาน และสหรัฐฯ ภายใต้การรับรองด้านความปลอดภัย

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งเตหะรานส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะไม่รวมอยู่ในข้อตกลงฉบับสุดท้าย ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน กล่าวระหว่างเยือนปากีสถานว่า ศักยภาพด้านการป้องกันประเทศไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาเจรจา พร้อมยืนยันว่าอิหร่านจะไม่ต่อรองเรื่องขีดความสามารถทางทหารไม่ว่าในกรณีใด

ด้านนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน ยืนยันว่าข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านไม่ได้กล่าวถึงขีปนาวุธ พร้อมระบุว่าไม่ควรมีมาตรฐานสองชั้นในการครอบครองอาวุธของแต่ละประเทศ

นอกจากนี้ อิหร่านยังปฏิเสธคำกล่าวอ้างจากสหรัฐฯ ว่าตกลงเปิดทางให้ผู้ตรวจสอบของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA กลับเข้าตรวจสอบโรงงานนิวเคลียร์ที่ถูกโจมตีเมื่อปีก่อน โดยยืนยันว่ายังไม่มีการตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว

ในอีกด้านหนึ่ง กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรชั่วคราว เปิดทางให้อิหร่านสามารถผลิตและส่งออกน้ำมันดิบได้จนถึงกลางเดือนสิงหาคม และตามรายงานของสื่อทางการอิหร่าน สหรัฐฯ ยังตกลงปล่อยเงินทุนที่ถูกอายัดมูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่เตหะราน

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวสร้างความกังวลให้หลายประเทศอ่าวอาหรับ เนื่องจากไม่มีข้อจำกัดต่อโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน มีแนวคิดกองทุนฟื้นฟูมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ และอาจเปิดทางให้อิหร่านมีบทบาทมากขึ้นในภูมิภาค รวมถึงเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ

แม้กระบวนการเจรจาจะยังเดินหน้าต่อ แต่หลายฝ่ายมองว่า ความเห็นต่างด้านความมั่นคงและอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจเป็นบททดสอบสำคัญต่อความสำเร็จของข้อตกลงสันติภาพในตะวันออกกลางครั้งนี้.

ที่มา AFP / Reuters

Leave a comment