สภาคองเกรส ผ่านมติจำกัดอำนาจทำสงครามของ โดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว

สภาคองเกรส ผ่านมติจำกัดอำนาจทำสงครามของ โดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว

24 มิ.ย. 2569 05:46 น.

สภาคองเกรส ผ่านมติจำกัดอำนาจทำสงครามของ โดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว

สภาคองเกรสของสหรัฐฯ อนุมัติมาตรการจำกัดอำนาจการทำสงครามของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว หลังจากวุฒิสภาผ่านมติโดยมี สว.รีพับลิกันร่วมสนับสนุนด้วย

เมื่อ 23 มิ.ย. 2569 วุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก ได้อนุมัติมาตรการที่สั่งการให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยุติสงครามในอิหร่าน หรือต้องขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรสก่อนที่จะดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่อไปแล้ว

วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจำนวนหนึ่งได้ลงคะแนนเสียงร่วมกับพรรคเดโมแครตด้วยมติ 50 ต่อ 48 เสียงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการประสานรอยร้าวระหว่างสองพรรค เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อสงครามกับอิหร่านที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์

มาตรการเดียวกันนี้ได้รับการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ไปแล้วเมื่อต้นเดือนมิถุนายน โดยมีสมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคนร่วมลงมติเห็นชอบกับพรรคเดโมแครตเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้เป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากมติฉบับนี้ แม้จะผ่านความเห็นชอบจากทั้งสองสภาของสภาคองเกรสแล้วก็ตาม จะไม่มีการส่งต่อไปยังทรัมป์เพื่อพิจารณา และไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย

ทว่า มติดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้ในการต่อสู้คดีความทางกฎหมายในอนาคตได้

การลงมติในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองสภาของสภาคองเกรสได้อนุมัติมติร่วมกัน เพื่อสั่งการให้ประธานาธิบดียุติปฏิบัติการทางทหาร นับตั้งแต่มีการประกาศใช้ข้อมติอำนาจการทำสงคราม (War Powers Resolution) ในปี พ.ศ. 2516

การผ่านมติในครั้งนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อทำเนียบขาวในการหาทางยุติสงครามอิหร่าน ในช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและกระแสต่อต้านสงครามจากภาคประชาชนกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้ ตามกฎหมายของรัฐบาลกลาง สหรัฐฯ จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรสเพื่อดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่อไปหากเกินกว่า 60 วัน โดยการโจมตีร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม คณะทำงานของทรัมป์โต้แย้งว่าการหยุดยิงในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้ต้องเริ่มนับเวลาใหม่อีกครั้ง

นอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังสามารถขยายขีดจำกัดดังกล่าวออกไปได้อีก 30 วัน หากอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ

ในปัจจุบัน สหรัฐฯ และอิหร่านได้ตกลงที่จะขยายเวลาการหยุดยิงต่อไป และกำลังร่วมมือกันเพื่อยุติการสู้รบภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ลงนามโดยประธานาธิบดีของทั้งสองประเทศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ภายใต้บันทึกความเข้าใจดังกล่าว วอชิงตันและเตหะรานมีเวลา 60 วันในการบรรลุข้อตกลงที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นเพื่อยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

Leave a comment