
เบสท์ คำสิงห์ เดอะแบกของบ้าน สมรักษ์ เปิดใจเครียดจนเส้นเลือดในสมองตีบ
วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.01 น.
เมื่อ สมรักษ์ คำสิงห์ จับมือลูกสาวสุดที่รัก เบสท์ คำสิงห์ มารายการ Club Friday Show เบสท์ ได้เปิดปมในใจโดนแซะตั้งแต่เด็ก เกาะพ่อดัง จนไม่กล้าลงรูปคู่พ่อ และถูกตัดสินว่าเป็น ลูกอกตัญญู จากคำสัมภาษณ์ ความรู้สึกของคุณพ่อ “สมรักษ์ คำสิงห์” จะเป็นอย่างไร? พร้อมเปิดใจความรู้สึกของ เบสท์ กับการเป็นเดอะแบกของบ้าน และมุมมองความรักสำหรับ เบสท์ แฟนที่ดีคือแฟนใหม่ แต่สามารถเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้ แล้วแบบนี้คุณพ่ออย่าง สมรักษ์ จะทำอย่างไร? สมรักษ์ เปิดใจเครียดจนเส้นเลือดในสมองตีบ!! อีกทั้งยังมีข่าวถาโถมเข้ามามากมายที่ถือว่าแรงที่สุดในชีวิต..จนมีความคิดอยากตาย!!! มุมอ่อนแอของ เบสท์ น้อยมากที่จะร้องไห้ให้ใครเห็น ทำได้เพียงกอดตัวเอง
มีประโยคหนึ่งที่ติดอยู่ในใจถึงขั้นไม่กล้าโพสต์ภาพคู่กับพ่อคือ เบสท์ เกาะพ่อดัง
เบสท์ คำสิงห์ : คือโดนตั้งแต่เด็กๆเลยค่ะ แบบวันเกิดพ่อพ่อ เบสท์ ก็ถ่ายแล้วก็ลงเฟสบุ๊คมันก็จะลงเป็นอัลบั้มเป็นร้อยรูป วันนั้นนั่งกินข้าวที่โต๊ะหินอ่อนอยู่ที่โรงเรียนแล้วเพื่อนก็มาล้อมรอบโต๊ะเราเหมือนจะหาเรื่องตบเราค่ะ เขาก็พูดมาว่าทำไมต้องลงรูปเยอะขนาดนั้นทำไมต้องอวดพ่อ เราก็งงค่ะ นั่นคือสิที่เจอตอนเด็กแล้วตั้งแต่นั้นมาก็เลยไม่ลงรูปกับพ่อ
ถาม สุดท้ายคำว่า เกาะพ่อดัง เป็นปมในใจของเราไหม
เบสท์ คำสิงห์ : โตขึ้นพอมาเป็นนักแสดงแล้วเนี่ย!!ก็มีบางคนในวงการ ก็มาพูดว่าแบบหนูไม่มีคาแรคเตอร์
สมรักษ์ คำสิงห์ : ตอนนี้พ่อก็โดนนะ
เบสท์ ถูกตัดสินว่า อกตัญญู
เบสท์ คำสิงห์ : รายการนั้นก็คือเขาถามมาคือเขาไม่ได้เอาประเด็นจะไม่ช่วยหรือช่วย แค่เราพูดไปแล้วแบบว่า หนูก็บอกพ่อนะต่อไปจะไม่ช่วยแล้ว พอออกไปแบบนั้นคนก็เข้าใจว่าแบบเหมือนตัดพ่อตัดลูกหรือเปล่า
ถาม สุดท้ายแม้แต่พ่อมีจุดที่ทำไมลูกฉันพูดแบบนี้
สมรักษ์ คำสิงห์ : พ่อก็โทรถามพูดอะไร พูดแบบนั้นไม่น่ารักเลย
เบสท์ คำสิงห์ : คุณพ่อก็โทรมาด่าหนูก่อน
ถาม ตอนหลัง คุณพ่อสมรักษ์ ก็ออกมาโพสต์เพื่อปกป้องลูก ด่าผมได้อย่าด่าลูกผม
มีความวิตกกังวลไหมเอ่ยว่าที่เราอยู่ตรงกลางคนเดียวแบกทุกเรื่อง ที่เราหาในแบบที่เราเคยหาได้มันอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกมันอาจจะแบกกันไปไม่ไหว
เบสท์ คำสิงห์ : กังวลอยู่แล้วค่ะ การเป็นเดอะแบกเหนื่อยมาก ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกแบบเราเคารพพ่อมากเพราะว่าพ่อต่อยมวยหาได้ยากกว่าเราอีก พูดแล้วก็จะร้องไห้เรื่องนี้ คือ เซนซิทีฟมากเรื่องนี้ คือเรานั่งอยู่แอร์เย็นๆแล้วได้เงิน แต่พ่อต่อยมวยกว่าจะได้เงิน เพราฉะนั้นถ้าเรามองว่าเราเหนื่อยหันไปมองพ่อเราว่าเหนื่อยขนาดไหนแล้วเราจะไม่เหนื่อย
เป็นคนที่มีสเปกของลูกเขยไหมเอ่ย
สมรักษ์ คำสิงห์ : แบบ สมรักษ์ คำสิงห์ เลย
เบสท์ คำสิงห์ : ถ้างั้นใครก็ได้แล้ว
ถาม ตอนนี้ก็หย่ากับภรรยาแต่ตอนนี้ก็อยู่ในบ้านเดียวกัน คือทุกคนก็อยากเชียร์ให้กลับมาคืนดีกัน
สมรักษ์ คำสิงห์ : ซื้อข้าวให้ทุกวัน
เบสท์ คำสิงห์ : แต่หนูคนหนึ่งไม่เชียร์นะคะ เพราะว่าพ่อก็คือมุมของพ่อ แต่ว่าในมุมของแฟนเราก็จะบอกว่าไม่ ไม่เราต้องไม่กลับไปหาแฟนเก่า เราได้ใช้ชีวิตกันมาแล้ว ได้เจอกันมุมทุกแล้ว เวลาเขาโกหกเขาโกหกยังไง เขาขอโทษเขาขอโทษยังไง เราไปเรียนรู้คนใหม่ๆดีกว่า
ถาม แล้วถ้าคดีจบสิ้น จดใหม่ไหม
สมรักษ์ คำสิงห์ : ได้เลย
ถาม เราไม่เชียร์ให้กลับไปหาแฟนเก่า แต่เราสามารถเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้ไหม
เบสท์ คำสิงห์ : เป็นได้ค่ะ
สมรักษ์ คำสิงห์ : อย่าเป็นเลยกับพวกแฟนเก่า
พี่สมรักษ์ เคยมีช่วงหนึ่งของชีวิตที่ไปเจอภาวะสุขภาพทางกายที่แย่
สมรักษ์ คำสิงห์ : ก็เครียดนะ นอนไม่หลับก็สูบบุหรี่เยอะ สูบบุหรี่ทั้งคืนตื่นเช้ามาก็เปิดดูข่าวโทรศัพท์ก็หล่นจากมือ เราก็แบบเป็นอะไร พอจับขึ้นมาอีกก็หล่นเหมือนมันอ่อนแรง แล้วสักพักนึงหลับ หลานก็ทักมาว่าเดี๋ยวๆลุงทำไมปากลุงเบี้ยวจัง ถึงขั้นน้ำลายยืดก็ไปหาหมอตื่นมาอีกทีคืออยู่ในห้อง ICU
ถาม ตอนนั้นคุณหมอบอกว่าเป็นอะไรเอ่ย
เบสท์ คำสิงห์ : เส้นเลือดในสมองตีบพอเขาเปิด ICU ให้เข้าเยี่ยมได้ เราเข้าไปปุ๊บเราเห็นพ่อแบบร้องไห้เขากลัว
ในวันที่ใครๆก็เห็นเราแข็งแรงมาก แต่จริงๆเราบอกว่าเราอ่อนไหวมาก เวลาที่เราอ่อนแอหรืออ่อนไหว เราอ่อนแอได้กลับใคร
เบสท์ คำสิงห์ : คนเดียวค่ะ จะน้อยมากที่จะร้องไห้ให้พ่อกับแม่ หรือว่าน้องชาย หรือว่าเพื่อนเห็นค่ะ เราร้องไห้คนเดียวแล้วก็ปรับตัวเองตบไหล่ตัวเองทุกคืนว่าไม่เป็นไร



