
ไม่ใช่ฮีโร่ฉายเดี่ยว! เอ็ดดี้ ชูจุดแข็ง ปชป. วัฒนธรรมทำงานเป็นทีม
วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.32 น.
24 มิถุนายน 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ “เอ็ดดี้” นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความระบุว่า “วัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม” คือ จุดแข็งของการบริหารบ้านเมืองของ ปชป.
#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ
บังเอิญผมติดตามเพจของน้องเนเน่ รัดเกล้า เวลาประชาธิปัตย์ออกหาเสียง มีการ live สด ระบบก็จะเด้งขึ้นมาทำให้ได้ชมการหาเสียงมาตั้งแต่คราวเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา ที่เหมือนทำให้ได้เดินตามไปในพื้นที่ต่างๆ ไปด้วย
สิ่งหนึ่งที่ผมชอบและอยู่เกาะติดกับ live เดินทางเสียงได้นานๆ คือ บรรยากาศระหว่างทาง ซึ่งเป็นบรรยายกาศความอบอุ่นของทั้งขบวนของทีมงานที่ออกหาเสียงและประชาชนตามรายทาง
ทำให้เห็นความแข็งขัน ความสามัคคีรวมไปถึงความอบอุ่น ของทีมงาน ซึ่งการทำงานเป็นทีมคือหัวใจสำคัญของการทำงานแก้ปัญหาบ้านเมือง และพรรคประชาธิปัตย์มีสิ่งนี้ นั่นคือ
“วัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม”
ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการบริหารบ้านเมือง รวมถึงการบริหารกรุงเทพฯ
การบริหารเมืองใหญ่ไม่ใช่เรื่องของผู้นำเดี่ยว แต่เป็นเรื่องของ “ระบบ” และ “เครือข่ายการบริหาร” เพราะเมืองหนึ่งเมืองประกอบด้วยปัญหาหลายชั้น ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน งบประมาณ กฎหมาย หน่วยงานรัฐ ประชาชน เอกชน และการเมืองท้องถิ่น
ผู้ว่าฯ อาจมีวิสัยทัศน์ แต่ถ้าไม่มีทีม ไม่มี ส.ก. ไม่มีคนทำงานระดับเขต ไม่มีเครือข่ายประสานงาน และไม่มีพรรคที่ช่วยผลักดันเชิงนโยบาย วิสัยทัศน์นั้นก็อาจหยุดอยู่แค่คำพูดสวย ๆ
ในทางปฏิบัติ การแก้ปัญหา กทม. ต้องใช้ทีมมากกว่าฮีโร่คนเดียว
กรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่ที่มีปัญหาซับซ้อนมากเกินกว่าจะฝากไว้กับคนเพียงคนเดียว
น้ำท่วม ฝุ่น PM2.5 รถติด ขยะ ทางเท้า ความปลอดภัย โรงเรียน สาธารณสุข ชุมชน งบประมาณ และการทำงานของสำนักงานเขต ล้วนเป็นปัญหาที่ต้องใช้การประสานงานระหว่างหลายฝ่าย
ผู้ว่าฯ ต้องมีวิสัยทัศน์ก็จริง
แต่ต้องมีทีมที่ช่วยแปลงวิสัยทัศน์ให้เป็นงานจริง
ต้องมี ส.ก. ที่เข้าใจทิศทางเดียวกัน
ต้องมีคนในพื้นที่คอยสะท้อนปัญหาจริง
ต้องมีพรรคการเมืองที่ช่วยหนุนหลังในเชิงนโยบาย
และต้องมีวัฒนธรรมการทำงานที่ไม่ต่างคนต่างทำ
บางที สิ่งที่คนกรุงเทพฯ ควรมองหา อาจไม่ใช่แค่ “ใครเป็นผู้ว่าฯ”
แต่คือคำถามว่า
ใครมีทีมพอที่จะทำให้กรุงเทพฯ เดินหน้าได้จริง
#เลือกตั้งผู้ว่ากทม
#ประชาธิปัตย์
#อนุชา
#ทีมสก50เขต