ตะลึง! นักดาราศาสตร์พบ “ดาวเคราะห์สายไหม” ยักษ์ใหญ่แต่เบาราวปุยเมฆ

ตะลึง! นักดาราศาสตร์พบ "ดาวเคราะห์สายไหม" ยักษ์ใหญ่แต่เบาราวปุยเมฆ

25 มิ.ย. 2569 08:48 น.

ตะลึง! นักดาราศาสตร์พบ “ดาวเคราะห์สายไหม” ยักษ์ใหญ่แต่เบาราวปุยเมฆ

นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะขนาดยักษ์ 2 ดวง ที่มีคุณสมบัติชวนทึ่ง แม้จะมีขนาดใกล้เคียงกับดาวพฤหัสบดี แต่กลับมีความหนาแน่นต่ำ จนได้รับฉายาว่าเป็นดาวเคราะห์ยักษ์ที่เบาราวปุยเมฆ

ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงโคจรรอบดาวฤกษ์ที่อยู่ห่างจากโลกประมาณ 1,110 ปีแสง ถูกพบโดยดาวเทียมสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบ TESS ของนาซา ซึ่งทำหน้าที่ค้นหาดาวเคราะห์ต่างระบบในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  โดยเป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ มีขนาดใกล้เคียงดาวพฤหัสบดี  แต่มีความหนาแน่นต่ำกว่าสายไหมหรือสำลี หรือหนาแน่นน้อยกว่าดาวพฤหัสบดีถึงประมาณ 35 เท่า

โดยจอร์จ ดรานส์ฟิลด์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และหัวหน้าทีมวิจัยเปิดเผยว่า ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงมีความหนาแน่นใกล้เคียงกับก้อนโฟมโกนหนวดที่เพิ่งถูกฉีดออกจากกระป๋อง โดยผลการศึกษาถูกเผยแพร่ในวารสารวิชาการ Monthly Notices of the Royal Astronomical Society เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

นักวิทยาศาสตร์คาดว่าดาวเคราะห์เหล่านี้อาจมีองค์ประกอบหลักเป็นก๊าซไฮโดรเจนและฮีเลียม และอาจมีสีขาวหรือสีน้ำเงิน ขึ้นอยู่กับสภาพเมฆในชั้นบรรยากาศ ไม่ได้มีสีชมพูเหมือนสายไหมตามชื่อเล่นที่ถูกนำมาเปรียบเทียบ

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังต้องอาศัยการสังเกตเพิ่มเติมจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ขององค์การนาซา เพื่อยืนยันองค์ประกอบทางเคมีที่แท้จริง

ทั้งนี้ ดาวเคราะห์ทั้งสองโคจรรอบดาวฤกษ์ในกลุ่มดาวโวแลนส์ (Volans) หรือ “กลุ่มดาวปลาบิน” ทางซีกฟ้าใต้ โดยนักวิจัยใช้กล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดินวิเคราะห์วงโคจรและคำนวณความหนาแน่นของดาวเคราะห์จากระยะทางกว่า 1,110 ปีแสง ( 1 ปีแสง มีระยะทางเกือบ 9.7 ล้านล้านกิโลเมตร)

ปัจจุบัน นาซายืนยันการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะแล้วเกือบ 6,300 ดวง แต่ในจำนวนนี้มีดาวเคราะห์ประเภทซูเปอร์พัฟฟ์เพียงไม่ถึง 40 ดวงเท่านั้น ทำให้ถือเป็นวัตถุท้องฟ้าหายากอย่างยิ่งในเอกภพ

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าดาวเคราะห์ประเภทนี้ก่อตัวขึ้นในบริเวณจานก๊าซและฝุ่นรอบดาวฤกษ์เกิดใหม่ ซึ่งมีปริมาณก๊าซมากกว่าฝุ่นจำนวนมาก ก่อนจะสูญเสียวัสดุบางส่วนออกไปในเวลาต่อมา จนเหลือดาวเคราะห์ที่มีความหนาแน่นต่ำผิดปกติ

ดรานส์ฟิลด์ระบุว่า การศึกษาดาวเคราะห์หายากเหล่านี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกการก่อตัวของดาวเคราะห์ได้ดียิ่งขึ้น และอาจช่วยต่อจิ๊กซอว์สำคัญเกี่ยวกับต้นกำเนิดของระบบสุริยะ รวมถึงตำแหน่งของมนุษยชาติในเอกภพอันกว้างใหญ่.

ที่มา : AP

Leave a comment