
‘รมว.ยุติธรรม’ แจงคดี Forex ดีเอสไอกำลังเร่งประสาน ‘ป.ป.ง.’ เช็คเส้นเงินโยงเข้า ‘พรรคส้ม’ หรือไม่
วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.39 น.
‘รมว.ยุติธรรม’ แจงคดี Forex ’ดีเอสไอ‘ กำลังเร่งประสาน ‘ป.ป.ง.’ เช็คเส้นเงินโยงเข้า ‘พรรคส้ม’ หรือไม่ ชี้ต้องใช้เวลาตรวจสอบ สั่งรายงานเข้ามาทุก15วัน ย้ำ ‘ภาวุธ’ ยังไม่เป็นผู้ต้องหา ขอรอดูพยานหลักฐาน-คำชี้แจง
วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 14.45น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ตั้งถามพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เรื่อง คดีหลอกลงทุน Forex ที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก จนเป็นเหตุให้ต่อมาเมื่อช่วงกลางเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงตรวจสอบแบบปูพรม24จุดในพื้นที่กทม. ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ตรวจยึดของกลาง เช่น เงินสดนับร้อยล้าน ทองคำ รถหรู รวมถึงเครือข่ายการกระทำความผิด เชื่อมโยงไปยังบุคคลผู้มีชื่อเสียง หรือแม้แต่นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ทางดีเอสไอได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวมรวมพยานหลักฐานถึงขั้นตอนใด มั่นใจหรือไม่ว่าจะนำตัวเครือข่ายผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ของกลางที่ตรวจยึดมามีจำนวนมากน้อยเพียงใด รวมถึงมีแนวทางแผนงานอย่างไรในการนำทรัพย์สินเหล่านี้คืนไปยังประชาชนที่เดือดร้อน
ด้านรมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า ดีเอสไอ ได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ประชุมและใช้เวลามากว่า 6 เดือน เนื่องจากมีผู้เสียหายมาร้องกับ DS ไอว่ามีผู้กระทำความผิดในลักษณะนี้ จึงได้มีการสืบสวนหาพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่อง และและมีความชัดเจนมาเรื่อยๆ ซึ่งในคดีลักษณะนี้มีความซับซ้อน และแบ่งหน้าที่กันทำ รวมถึงมีนอมินี และใช้ทรัพย์สินดิจิทัล มีบริษัทที่จะโอนเงินต่ออีกหลายช่วงที่เป็นเงินของพี่น้องประชาชนต่อออกไปเป็นทอดๆ ไปจนถึงต่างประเทศ ซึ่งทุกหน่วยงานได้ใช้ความพยายามเฝ้าติดตามทั้งหมด 24 หมายค้น ใช้กำลังพลกว่า 300 นาย เป็นปฏิบัติการที่ใหญ่ และต้องมีความพร้อมในการขอหมายค้นช่วงเวลาที่พร้อมกัน ซึ่งจะต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอในการที่จะขอหมายค้นได้

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวต่อว่า ในเรื่องรูปคดี แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ 1. ผู้ชักชวนการลงทุน (IB) 2. โบรกเกอร์ 3. กลุ่มรับ-ส่งเงิน (Payment) ซึ่งในส่วนของ IB ได้เอ่ยชื่อของอาจารย์พี และโค้ชเจมส์ ซึ่งทำหน้าที่ชักชวนการลงทุน ขณะที่ส่วนที่ 2 คือ โบรกเกอร์ Forex ซึ่งมีอยู่ 4 บริษัท และส่วนที่ 3 คือบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นช่องทางรับโอนเงิน โดยแนวทางการสืบสวนเบื้องต้น ตอนนี้เราพบบริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด และ เรนนี่ คอปเปอเรชั่น ส่วนประชาชนจะได้รับการเยียวยามากน้อยเพียงใดนั้น เมื่อคดีนี้ได้รับเป็นคดีพิเศษแล้ว และได้ออกหมายที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เบื้องต้นได้กำหนดให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ ซึ่งหากท่านมีความพร้อมก็ขอติดต่อพนักงานสอบสวน และหากใครมีความประสงค์ที่จะมาพบก่อนก็ยินดี ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้บริหารบริษัท QRS Global ได้มาชี้แจงในรายละเอียดของทางบริษัท ซึ่งข้อมูลบางอย่างก็ทำให้ดีเอสไอได้ทราบว่า เรื่องนี้มีใครมาเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งตอนนี้เรายังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใคร และอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาชี้แจง นำพยานหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ สำหรับเรื่องนี้ธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องขอเวลาให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และทางดีเอสไอได้ประสานไปยัง ปปง. ให้ทำการตรวจสอบธุรกรรมทั้งหมดของผู้ที่เกี่ยวข้อง
จากนั้น นายบุญจง ถามต่อว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในคดีนี้คือมีบุคคลที่เป็นบุคคลสาธารณะ เป็นสส. แม้วันนี้จะยังไม่ตกเป็นผู้ต้องหา และจะไปตามหมายเรียกของดีเอสไอในต้นเดือนหน้า ซึ่งมีประชาชนที่ติดตามในเรื่องนี้ไปร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้มีการสอบสวนว่าเงินที่ได้จากเครือข่ายการกระทำความผิดนี้ ได้มีการโอนไปช่วยสนับสนุนพรรคประชาชนหรือไม่ โดยจากข้อมูลของดีเอสไอที่ได้เปิดเผย ประชาชนมีความสนใจเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของนายภาวุธ ทางดีเอสไอได้มีการตรวจสอบบทบาทของนายภาวุธ กับเครือข่ายในการกระทำความผิดหรือไม่ และปัจจุบันมีข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลดังกล่าวเพียงใด รวมถึงได้ตรวจสอบเส้นเงินการกระทำความผิดของบริษัทต่างๆ นั้นได้ถูกส่งไปให้พรรคการเมืองหรือไม่ และหากพบว่ามีเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดกฎหมาย จะติดตามนำเงินนี้มาคืนให้กับผู้เสียหายได้อย่างไร

รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า ขบวนการและการมีส่วนรู้เห็นในการแบ่งหน้าที่กันทำ ทั้ง IB และโบรกเกอร์ ที่ทางดีเอสไอได้ใช้ข้อมูลในการแถลงข่าว มีเส้นเงินบางเส้นเงินโอนมาถึงนายภาวุธ จำนวน 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่บริษัทที่เป็นเพย์เมนต์ของบริษัท QRS Global โดยนายภาวุธ ได้แจ้งว่า มีการไปเทรดทอง ซึ่งเป็นข้อสงสัยประการนึงที่เราได้ดำเนินการ ส่วนประเด็นที่ 2 คือบริษัทต่างๆ ทั้งบริษัทบริษัท เพย์ โซลูชั่น และบริษัท สปาร์ค ดิจิทัล จำกัด จากการรายงานของดีเอสไอนั้น ระบุว่า นายภาวุธ เคยเป็นกรรมการบริหารบริษัททั้ง 2 แห่ง เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทำให้เราตั้งข้อสงสัย ส่วนเรื่องพยานหลักฐานชนิดอื่นๆ เช่น เส้นเงิน ทางดีเอสไอ และ ปปง. ได้เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่ต้องทำความเข้าใจว่าธุรกรรมทางการเงินค่อนข้างมาก อยู่ระหว่างการแบ่งว่าเป็นกลุ่มไหน ซึ่งคาดว่าใช้เวลาอีกไม่นาน โดยตนได้ให้นโยบายไปกับทุกหน่วย ว่า เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ขอให้รายงานขึ้นมาให้กระทรวงฯทราบ ทุก 15 วัน เพื่อจะสื่อสารให้กับประชาชนได้
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวอีกว่า สำหรับคำถามที่ว่ามีเส้นเงินเชื่อมโยงถึงพรรคประชาชนหรือไม่ ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบ ซึ่งทางดีเอสไอ ก็ได้ประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) ไปแล้ว และต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ ส่วนประชาชนจะได้รับการเยียวยาแค่ไหนอย่างไรนั้น ทรัพย์ต่างๆ หากศาลสั่งยึด ผู้เสียหายในคดีก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับทรัพย์คืน โดยการเฉลี่ยทรัพย์ว่าใครเสียหายมากน้อยแค่ไหน เป็นขั้นตอนการดำเนินการของทางศาล หลังจากเสร็จสิ้นในเรื่องคดีอาญา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ และอยากจะพิสูจน์ให้ประชาชนได้ทราบถึงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาชี้แจงเพื่อให้ทุกอย่างได้ชัดเจน
นายบุญจง ถามคำถามสุดท้ายว่า คดีแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง กระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะมีมาตรการอย่างไรในการป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกลวงซ้ำอีก รู้ก่อนเสียหาย และสร้างความรู้ให้กับประชาชนได้เข้าถึงการลงทุนที่มีความเสี่ยงได้หรือไม่ รวมถึงหากพบการลงทุนที่มีความเสี่ยง ประชาชนจะพึ่งหน่วยงานของรัฐในการร้องเรียนได้โดยวิธีการใดบ้าง
พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงด้วยว่า กลุ่มชักชวนและโบรกเกอร์ก็จะมีการนำกำไรมาแสดงเพื่อชักชวนเข้ากลุ่ม VIP รวมถึงการนำอินฟลูเอนเซอร์ต่างๆ มาโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งในแนวทางการป้องกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยในส่วนของการป้องกัน ปราบปราม ที่มีตนในฐานะรมว.ยุติธรรม เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และในส่วนของการป้องกันก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหัวหน้าคณะทำงาน รวมถึงในการตรวจสอบเส้นทางการเงินก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน โดยทั้งสามส่วนนี้ได้ร่วมกันทำงานมาอย่างต่อเนื่อง และประชาสัมพันธ์โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เกี่ยวกับการชักชวนมาลงทุน จึงอยากฝากว่าเรื่องนี้เราไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะนำวิธีการต่างๆ มาป้องกันไม่ให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นอีก