
‘ศุภมาส’ ชงกฎหมายสินค้าชำรุดฯ เข้าสภาฯ อุดช่องโหว่คุ้มครองผู้ซื้อรถและไอที
วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.53 น.
วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนคณะรัฐมนตรี เสนอ ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. ของพรรคภูมิใจไทย ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่ออุดช่องโหว่ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เดิมที่ยังคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขายไม่ชัดเจน โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีซับซ้อนที่ไม่อาจเห็นความชำรุดได้ในวันส่งมอบ มีสาระสำคัญหลัก คือ
1. กำหนดความรับผิดครอบคลุมสินค้าทั่วไป และสินค้าเฉพาะกลุ่ม (รถยนต์, รถจักรยานยนต์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องอิเล็กทรอนิกส์, เครื่องยนต์)
2. ขยายขอบเขตให้กว้างกว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อเสริมบทบัญญัติการซื้อขายทั่วไป
3 กำหนดข้อยกเว้นไม่ใช้บังคับแก่สิ่งของใช้แล้ว และสัตว์มีชีวิต เหตุผลเนื่องจากสิ่งของใช้แล้วผู้ขายไม่อาจทราบว่าสินค้าดังกล่าวถูกใช้งานมาแล้วอย่างไร และได้ถูกขายต่อให้แก่ผู้ใด ในส่วนของสัตว์มีชีวิตเมื่อผู้ซื้อนำมาเลี้ยงแล้วจะมีปัจจัยอีกหลายประการ ซึ่งจะสร้างภาระการพิสูจน์ความเสียหายที่ไม่เป็นธรรมได้
4. กำหนดข้อสันนิษฐานทางกฎหมายในเบื้องต้นว่า หากสินค้าชำรุดภายในเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าชำรุดตั้งแต่ส่งมอบ มีระยะเวลา 6 เดือนสำหรับสินค้าทั่วไป รถจักรยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ส่วนรถยนต์กำหนดไว้ที่ 1 ปี เพื่อลดภาระการพิสูจน์ของผู้ซื้อ
5 กำหนดสิทธิของผู้ซื้อในการเรียกให้ผู้ขายรับผิด 5.1 กรณีความชำรุดบกพร่อง ได้แก่ การซ่อมแซม การเปลี่ยนสินค้า การขอลดราคา และการเลิกสัญญา 5.2 ความชำรุดบกพร่อง ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกให้ผู้ขายเปลี่ยนสินค้าได้ทันที ข้อ 1 สำหรับสินค้าทั่วไป เมื่อผู้ซื้อพบเห็นภายในเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับสินค้า 2 สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์ เมื่อผู้ซื้อพบเห็นภายในเวลา 14 วัน 3 สำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เมื่อมีผลกระทบต่อความปลอดภัย และผู้ขายไม่อาจแก้ไขได้ หรือแก้ไขแล้วหากนำไปใช้ อาจเกิดอันตราย
6. กำหนดระยะเวลาซ่อมแซมสูงสุดไม่เกิน 60 วัน สำหรับสินค้าทั่วไป และ 90 วัน สำหรับรถยนต์นับจากวันส่งซ่อม
7. ให้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติม อาทิ ค่าสินค้าพร้อมดอกเบี้ย ค่าเสียหายจากการเลิกสัญญา และค่าขาดประโยชน์จากการใช้สินค้า และ
8. กำหนดหลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับสัญญาเช่าซื้อ และผ่อนชำระ ให้ผู้ซื้อมีสิทธิเลื่อนชำระค่างวดได้ในระหว่างที่สินค้าที่อยู่ระหว่างการซ่อมแซมหรือไม่สามารถใช้งานได้
ทั้งนี้ รมต.ศุภมาส เน้นย้ำว่ากฎหมายฉบับนี้จะช่วยยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคไทยให้เป็นไปตามหลักสากล และสร้างกลไกยุติข้อพิพาทที่รวดเร็ว