ศูนย์ราชการ มท. ริมเจ้าพระยา ส่อสะดุด เหตุผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง

ศูนย์ราชการ มท.  ริมเจ้าพระยา ส่อสะดุด เหตุผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง

ศูนย์ราชการ มท. ริมเจ้าพระยา ส่อสะดุด เหตุผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.55 น.

เวลา 13.00 น.วันที่ 24 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้บูรณาการความร่วมมือลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุก”โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่” ถนนเจริญนคร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ นำโดย นายมณเฑียร เจริญผลผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ต.ท.สุรพงษ์ อินทราถาวร รองเลขาธิการ ป.ป.ท. และน.ส.ลัดดา เดือนสว่าง ผู้อำนวยการสำนักมาตรการป้องกันการทุจริต ปปช. สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตาม เฝ้าระวัง และให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเงินงบประมาณแผ่นดินและยกระดับความโปร่งใสตามนโยบาย “เห็นก่อนโกง รู้ก่อนทุจริต” ทั้งนี้ในการประชุมดังกล่าวมีผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมปนะชุมด้วย

สำหรับโครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 19 ไร่ ประกอบด้วยอาคารสูง 14-21 ชั้น รวม 6 ทาวเวอร์ มีมูลค่าโครงการรวมกว่า 9,061 ล้านบาท โดยในระยะที่ 1 มีมูลค่าสัญญาจ้างก่อสร้างประมาณ 5,574 ล้านบาท ดำเนินการโดยบริษัทแห่งหนึ่ง มีกำหนดแล้วเสร็จตามสัญญาเดิมในวันที่ 29 กันยายน 2569 แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ภาพรวมโครงการมีความล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนดไว้ถึง 94 วัน  โดยปัจจุบันงานโครงสร้างอยู่เพียงบริเวณชั้น 3 เท่านั้น หรือดำเนินการก่อสร้างเสร็จไปเพียง 34 %

ทั้งนี้ ผู้รับจ้างฯอ้างเหตุความล่าช้าการก่อสร้างว่า บริษัทประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ไม่สามารถนำเข้าวัสดุและแรงงานได้ตามแผน แม้ที่ผ่านมาจะมีการแก้ไขสัญญาเพื่อช่วยเหลือตามมาตรการโควิด-19 ไปแล้วถึง 8 ครั้งก็ตาม

ภายหลังการรับฟังข้อมูลโครงการฯ ผู้ว่า สตง.ได้มีการเสนอให้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาแผนการดำเนินงานอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาและกำกับดูแลโครงการให้เดินหน้าต่อไปได้โดยไม่กระทบต่อระยะเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

พร้อมกันนี้ ตัวแทนจาก 3 องค์กรตรวจสอบ เน้นย้ำว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มาในลักษณะการปราบปราม แต่เป็นการทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในเชิงป้องกัน เพื่อจะมุ่งเน้นการบริหารสัญญา การติดตามความเสี่ยง และการตรวจสอบมาตรการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้โครงการที่มีวงเงินสูงระดับพันล้านบาทนี้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีความคุ้มค่าต่อภาษีของประชาชน จึงจำเป็นต้องติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นความผิดปกติในกระบวนการประมูลที่อาจมีการเสนอราคาห่างจากราคากลางเพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนถึงความไม่โปร่งใสที่ต้องยับยั้งก่อนจะเกิดความเสียหายขึ้นจริง 

Leave a comment