
สภาสังคมสงเคราะห์ฯ รับมอบรถและอุปกรณ์ เดินหน้าโครงการ ROAD HOME ส่งผู้เสียชีวิตกลับบ้านฟรี
วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.26 น.
สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ รับมอบรถยนต์และอุปกรณ์สนับสนุนโครงการ “ROAD HOME ส่งผู้เสียชีวิตกลับบ้าน บริการฟรี” เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดภาระค่าใช้จ่าย และส่งผู้ล่วงลับกลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัว
สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดพิธีรับมอบรถยนต์และอุปกรณ์สนับสนุนโครงการ “ROAD HOME ส่งผู้เสียชีวิตกลับบ้าน บริการฟรี” ในวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ณ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียที่ยากไร้ ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือประสบปัญหาในการนำร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา โดยมุ่งบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและส่งต่อความช่วยเหลือในวาระสุดท้ายของชีวิต
ภายในงานมีการรับมอบรถตู้จำนวน 2 คัน และรถกระบะจำนวน 1 คัน จาก นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย (เสก โลโซ) นายสัณณ์ชัย เองตระกูล และ นายวัน อยู่บำรุง พร้อมกลุ่ม “เพื่อนเสก” เพื่อใช้เป็นยานพาหนะหลักในการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต ขณะที่ คุณธนัญญา พันธุ์การรุ่ง และ คุณวรัทยา ฐานะเตชาภัค ร่วมส่งมอบหีบบรรจุศพจำนวน 50 หีบ และผ้าขาวห่อศพจำนวน 50 ชุด เพื่อใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาและการช่วยเหลือผู้ยากไร้ในโครงการ

ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า โครงการ ROAD HOME ส่งผู้เสียชีวิตกลับบ้าน บริการฟรี จัดตั้งขึ้นด้วยเจตนารมณ์ที่จะช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้สามารถนำผู้เสียชีวิตกลับสู่ภูมิลำเนา โดยไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย ทั้งยังเป็นหนึ่งในการส่งต่อความห่วงใยและการช่วยเหลือไปยังครอบครัวที่กำลังเผชิญความสูญเสีย สะท้อนพลังแห่งการแบ่งปันและการเกื้อกูลกันของสังคมไทยที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามทุกข์ยาก เพื่อให้ผู้ล่วงลับได้กลับบ้านอย่างสมศักดิ์ศรี และเพื่อบรรเทาภาระของครอบครัวในช่วงเวลาที่ต้องการกำลังใจมากที่สุด
ทั้งนี้ โครงการ “ROAD HOME ส่งผู้เสียชีวิตกลับบ้าน บริการฟรี” ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจ ที่มุ่งบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวผู้สูญเสียที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้สามารถนำผู้ล่วงลับกลับสู่ภูมิลำเนาได้อย่างเหมาะสม สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ขอขอบคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนโครงการและร่วมส่งต่อความช่วยเหลือในครั้งนี้ เพื่อให้การดูแลและแบ่งเบาภาระของครอบครัวผู้สูญเสียสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง


