
25 มิ.ย. 2569 03:50 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
โดรนอิสราเอล คร่าอีก 2 ศพในเลบานอน แม้กำลังเจรจากันที่สหรัฐฯ
โดรนของอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตในเลบานอนอีก 2 ศพ ในขณะที่เอกอัครราชทูตของทั้งสองฝ่ายเจรจาข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐอเมริกาเป็นวันที่ 2
สื่อของรัฐบาลเลบานอนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 2 รายจากเหตุโดรนของอิสราเอลโจมตีในหมู่บ้าน คฟาร์ รุมมาน (Kfar Rumman) ทางตอนใต้ของเลบานอนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (24 มิ.ย. 2569) ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของอิสราเอลและเลบานอนกำลังผลักดันการเจรจาอันตึงเครียดเพื่อยุติการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
สำนักข่าวแห่งชาติของเลบานอน (NNA) รายงานว่า ผู้เคราะห์ร้ายทั้ง 2 ราย เสียชีวิตหลังจากโดรนโจมตีรถยนต์ “ขับเคลื่อนสี่ล้อ” คันหนึ่งที่บริเวณชานเมืองดับชา (Dabsha) ใกล้กับหมู่บ้าน คฟาร์ รุมมาน
ทางด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ชี้แจงหลังถูกถามเรื่องการโจมตีดังกล่าวว่า พวกเขาตรวจพบยานพาหนะ “ที่บรรทุกผู้ต้องสงสัยกำลังขับข้ามเขตความมั่นคงบริเวณสันเขา อาลี อัล-ตาเฮอร์ (Ali al-Taher)” ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อทหารของ IDF กองทัพอากาศอิสราเอลจึงได้โจมตีผู้ต้องสงสัยดังกล่าว “เพื่อขจัดภัยคุกคาม”
ทั้งนี้ การหยุดยิงในเลบานอนเป็นหนึ่งในข้อกำหนดภายในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่สหรัฐฯ กับอิหร่านตกลงร่วมกัน แต่จนถึงตอนนี้ อิสราเอลยังคงโจมตีในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสหรัฐฯ จะร้องขอ สร้างความยากลำบากอย่างยิ่งต่อความพยายามบรรลุข้อตกลงสันติภาพในภูมิภาค
การโจมตีครั้งล่าสุดยังเกิดขึ้นในขณะที่ เอกอัครราชทูตของอิสราเอลและเลบานอนได้พบปะกันที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ เป็นวันที่ 2 เพื่อเจรจาโดยมีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง หลังจากข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อต้นเดือนนี้ แต่ยังไม่อาจหยุดยั้งการโจมตีได้
กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนรายงานเมื่อวันอังคารว่า การโจมตีของอิสราเอลที่เริ่มปะทุขึ้นอย่างรุนแรงอีกครั้งเมื่อ 2 มี.ค. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4,192 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีก 12,171 ราย
ในช่วงเวลาเดียวกัน นายกิเดียน ซาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอล ระบุว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ยิงจรวด ขีปนาวุธ และโดรนรวมกันมากกว่า 7,000 ลำ/ลูก เข้าใส่อิสราเอล ส่งผลให้มีทหารอิสราเอลเสียชีวิตแล้ว 36 นาย และพลเรือนเสียชีวิต 4 ศพ
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn