Public Garden กลับมาเยือนกรุงเทพฯ อีกครั้ง 150 แบรนด์ทั่วเอเชียจากศิลปินและนักสร้างสรรค์

Public Garden กลับมาเยือนกรุงเทพฯ อีกครั้ง  150 แบรนด์ทั่วเอเชียจากศิลปินและนักสร้างสรรค์

Public Garden กลับมาเยือนกรุงเทพฯ อีกครั้ง 150 แบรนด์ทั่วเอเชียจากศิลปินและนักสร้างสรรค์

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.02 น.

Public Garden หนึ่งใน design market อิสระที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสิงคโปร์ จะกลับมาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งที่ 2 ในวันที่ 4-5 กรกฎาคม 2569 ที่ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ 1-2 ชั้น 5 ตั้งแต่เวลา 11.00 – 20.00 น. โดยมีแบรนด์จากทั้งประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทั่วเอเชียเข้าร่วมงานกว่า 150 แบรนด์ เปิดโอกาสพิเศษให้ลูกค้าได้ค้นพบสินค้าที่ผ่านการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันจากแบรนด์และดีไซเนอร์อิสระหลากหลายแขนง ทั้งงานศิลปะจากฝีมือของศิลปิน สินค้าทำมือ สินค้าแฟชั่น งานเซรามิก เครื่องประดับ สินค้าไลฟ์สไตล์ และอีกมากมาย

จาก flea market ช่วงสุดสัปดาห์ สู่ชุมชนคนทำงานสร้างสรรค์

Public Garden ก่อตั้งขึ้นในสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2554 โดยกลุ่มเพื่อนที่ชื่นชอบการช้อปปิ้งและงานดีไซน์ โดยเริ่มต้นจากการจัดงานในรูปแบบ flea market ช่วงสุดสัปดาห์ โดยนำผลิตภัณฑ์จากเพื่อนๆ นักออกแบบและร้านค้าอิสระมาจัดจำหน่าย งานครั้งแรกที่จัดขึ้นได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นทั้งจากลูกค้าและแบรนด์ที่เข้าร่วมงาน จนทำให้ผู้จัดงานตัดสินใจจัดงานขึ้นอีกหลายครั้งในแต่ละปี

ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา Public Garden ได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นหนึ่งใน design market ซึ่งจัดจำหน่ายผลงานสร้างสรรค์ที่ได้รับความสนใจและมีผู้คนรอคอยมากที่สุดในสิงคโปร์ ทั้งยังโดดเด่นเรื่องการคัดสรรสินค้าคุณภาพสูง ดีไซน์สวยงาม และราคาไม่แพง พร้อมทั้งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สนุกสนานเพลิดเพลินให้กับผู้มาเยือน

ปัจจัยสำคัญเบื้องหลังความนิยมอย่างต่อเนื่องของ Public Garden ก็คือ ความสามารถในการดึงดูดศิลปิน นักออกแบบ และแบรนด์อิสระจากทั่วเอเชียให้เข้ามาร่วมนำเสนอและจัดจำหน่ายสินค้าภายในงาน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เหล่านักสร้างสรรค์จากประเทศต่างๆ ทั้งไทย ญี่ปุ่น ไต้หวัน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และอีกหลายประเทศ ได้ใช้เวทีของ Public Garden เป็นช่องทางในการจัดแสดงสินค้าขายดีและคอลเลกชันล่าสุดที่พวกเขาสร้างสรรค์ขึ้น ความโดดเด่นของการคัดสรรผลงานสร้างสรรค์จากหลากหลายแขนง ให้มารวมอยู่ด้วยกันในที่เดียวภายในงาน คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ Public Garden กลายเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักช้อปที่กำลังมองหาสินค้าที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงเทรนด์การออกแบบใหม่ๆ จากทั่วภูมิภาค

ตลาดความคิดสร้างสรรค์ – design market

หนึ่งในจุดเด่นที่ดึงดูดลูกค้าให้มาที่ Public Garden ก็คือ ความหลากหลายของสินค้าที่ลูกค้าสามารถค้นพบได้ในที่เดียว เพราะ Public Garden ไม่ได้เป็นเพียงตลาดจัดจำหน่ายสินค้าแบบทั่วไป แต่เป็น design market ที่รวบรวมผลงานของศิลปิน นักออกแบบ และแบรนด์สร้างสรรค์อิสระมากมาย มานำเสนอสินค้าที่มีความประณีตพิถีพิถัน และสะท้อนถึงมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงตัวตนที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขา

ลูกค้าสามารถเลือกชมสินค้ามากมายหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะต้นฉบับที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยตัวศิลปินเอง ภาพวาด ผลิตภัณฑ์เซรามิก เครื่องเขียน สินค้าแฟชั่น เครื่องประดับ เครื่องประดับอัญมณี ของตกแต่งบ้าน สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้าที่รังสรรค์ด้วยมือ นอกจากนี้ หลายๆ แบรนด์ที่มาออกร้านที่ Public Garden ยังนำเสนอคอลเลกชันลิมิเต็ด สินค้าชิ้นพิเศษ หรือดีไซน์ใหม่ๆ ที่ไม่ได้หาซื้อได้ทั่วไปที่ design market แห่งนี้อีกด้วย

และนอกเหนือจากการได้ช้อปปิ้ง Public Garden ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้พบปะกับศิลปินหรือนักออกแบบผู้สร้างสรรค์สินค้าได้โดยตรง ได้มาสังเกตกระบวนการทำงานสร้างสรรค์ ตลอดจนค้นพบนักสร้างสรรค์หน้าใหม่มากความสามารถจากทั่วเอเชีย ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้ Public Garden เป็นตลาดที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา และสร้างแรงบันดาลใจ เป็นที่ที่หลอมรวมทั้งความคิดสร้างสรรค์ งานฝีมือ และเรื่องราวส่วนตัวไว้ด้วยกัน พร้อมสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจทั้งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานดีไซน์และลูกค้าทั่วไป

Public Garden กลับมาเยือนกรุงเทพฯ อีกครั้ง

ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของชุมชน Public Garden มาตลอด เพราะมีศิลปินและแบรนด์ไทยจำนวนมากเข้าร่วมงานที่จัดขึ้นในสิงคโปร์เป็นประจำ ซึ่งด้วยแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากนักสร้างสรรค์ชาวไทย รวมถึงความสนใจจากนักช้อปชาวไทย ผู้จัดงานจึงตัดสินใจนำ Public Garden มาเปิดตัวที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกในปี 2568 ที่สามย่านมิตรทาวน์ และได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม จนนำมาสู่การกลับมาอีกเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้

สำหรับ Public Garden ที่กรุงเทพฯ ในปีนี้ ผู้จัดงานพยายามบาลานซ์การคัดสรรแบรนด์ต่างๆ ทั้งจากในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ โดยประมาณครึ่งหนึ่งของแบรนด์ที่เข้าร่วมงานเป็นแบรนด์จากประเทศไทย ลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากแบรนด์ไทยสามารถชำระเงินผ่านพร้อมเพย์ได้เลย ส่วนการซื้อสินค้าจากแบรนด์หรือผู้ขายที่มาจากต่างประเทศ ผู้จัดงานแนะนำให้เตรียมเงินสดมาจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

แบรนด์ไฮไลต์ใน Public Garden กรุงเทพฯ

เอกลักษณ์ของ Public Garden คือการรวบรวมทั้งศิลปิน นักออกแบบ และแบรนด์อิสระที่หลากหลายจากทั่วเอเชียมาไว้ในที่เดียว สำหรับการจัดงานในกรุงเทพฯ ในปีนี้ก็เช่นกัน Public Garden จะมีทั้งการกลับมาของแบรนด์หรือศิลปินที่เคยเข้าร่วมงานและได้รับความนิยม รวมถึงแบรนด์ใหม่ๆ ที่น่าค้นหา และมาพร้อมสินค้าและผลงานที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะต้นฉบับที่สร้างสรรค์จากมือศิลปิน เรื่อยไปจนถึงผลิตภัณฑ์เซรามิก เครื่องเขียน และสินค้าไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบ

ศิลปินและแบรนด์น่าจับตาที่ Public Garden กรุงเทพฯ ปีนี้ อาทิ OH.IRV (จากอินโดนีเซีย) – แบรนด์ดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยคอลเลกชันที่มีธีมเฉพาะตัวทั้งเสื้อผ้า เครื่องเขียน และสินค้าไลฟ์สไตล์  Airi Maeyama (จากญี่ปุ่น) – ผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นเอง รวมถึงสินค้าน่าสะสม เช่น กระเป๋าผ้า และเข็มกลัด ฯลฯ CE’ HALO (จากประเทศไทย) – แบรนด์เซรามิกที่สร้างสรรค์ชิ้นงานน่ารักๆ สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน  Pammy’s Palette (จากประเทศไทย) –เธอจะมาเปิดตัวนิตยสารทำมือเล่มแรกของตัวเองด้วย

Misty Studio (จากไต้หวัน) – แบรนด์เครื่องประดับและจิวเวลรีที่ได้แรงบันดาลใจจากการสังเกตธรรมชาติ YOGIGOHOME (จากประเทศไทย) – แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นเรื่องความเรียบง่าย การเคารพต่อธรรมชาติ และการใช้ชีวิตอย่างมีสติ  Chevy Collectives (จากสิงคโปร์) – นักสร้างสรรค์งานเครื่องประดับดินเผาที่มีสไตล์ เป็นที่รู้จักดีจากงานดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากดอกไม้หลากสีสัน

แบรนด์เหล่านี้เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งจาก 150 แบรนด์ที่เข้าร่วมงาน Public Garden กรุงเทพฯ ในปี 2569 นี้ เปิดให้เข้าได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

Leave a comment