
ปชน.มีหนาว ‘รุทธพล’ประสานปปง. เช็คเส้นเงินโยงFOREX
วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
“รุทธพล” เผยออกหมายเรียก 2 กรกฎาคม “ภาวุธกับพวก” แจงดีเอสไอคดีฟอเร็กซ์ ขณะที่ สส.ภูมิใจไทย ตั้งกระทู้สดจี้สอบเส้นเงินคดี Forex โยง พรรคปชน. รมว.ยุติธรรมแจงเร่งประสาน ปปง.สอบแล้ว รับต้องใช้เวลาตรวจสอบสั่งรายงานทุก 15 วัน ด้าน “ภาวุธ”โผล่เปิดใจครั้งแรก!ปัดไม่เกี่ยว Forex ไม่เคยชวนคนเล่น ลั่นไม่หนีไม่ลาออก รอข้อมูลครบเข้าแจงดีเอสไอ
เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)รับคดีForexเป็นพิเศษ คาดว่าจะใช้เวลานานหรือไม่ในการแจ้งข้อกล่าวหาว่า พยายามเร่งรัดแต่ในเรื่องธุรกรรมต่างๆค่อนข้างเยอะเช่นธุรกรรมการเงินมีถึง 6-7หมื่นธุรกรรม ทำให้ต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์ รวมถึงเรื่องของพยานหลักฐานซึ่งในวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ดีเอสไอได้มีปฏิบัติการตรวจค้น 24 จุดได้พยานหลักฐานค่อนข้างมาก ทั้งเอกสารและคอมพิวเตอร์ทำให้มีการตั้งคณะทำงานโดยมีการเพิ่มเจ้าหน้าที่เข้ามาอีกเพราะเกรงจะล่าช้า เบื้องต้นตนได้ให้นโยบายว่าต้องมีการรายงานให้ประชาชนรับทราบทุก 15 วัน เพื่อให้ได้ทราบความคืบหน้า
DSIออกหมายเรียก2ก.ค.’ภาวุธ’เข้าแจง
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการเชิญนายภาวุธพงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เข้ามาชี้แจงถึงความเชื่อมโยงเมื่อไหร่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า หลังจากรับทราบว่า ได้รับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ พร้อมกันนั้นได้มีการออกหมายเรียกหลายคนซึ่งในนั้นมีนายภาวุธด้วย กำหนดให้มาพบในวันที่ 2 ก.ค. โดยทุกคนที่ได้ออกหมายเรียกไป ได้มีหมายเหตุว่า หากพร้อมสามารถมาพบพนักงานสอบสวนได้เลย
เมื่อถามว่าดีเอสไอมองอย่างไรที่นายภาวุธชี้แจงว่าในคลิปไม่ได้เป็นการโฆษณาเชิญชวน พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตรงนี้เป็นเรื่องของการรวบรวมพยานหลักฐาน และเป็นเรื่องที่ทางศาลจะใช้ดุลยพินิจในการตัดสินว่า คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในสื่อเป็นลักษณะการเทรด หรือการชักชวน โฆษณาชวนเชื่อ
ทุกหน่วยงานลุยสอบเส้นทางเงินเข้มข้น
เมื่อถามว่าขณะนี้ทางดีเอสไอและธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กำลังทำงานอย่างเข้มข้นใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ช่วงนี้มีการประสานและบูรณาการร่วมกัน ที่สำคัญที่สุด คือ ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ที่ทางดีเอสไอได้ส่งเรื่องไปยังปปง.หลายวันแล้วเพื่อร่วมในการตรวจสอบ เมื่อถามอีกว่าขณะนี้ ปปง.เริ่มรู้ถึงเส้นเงินแล้วหรือยัง พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่าขณะนี้ยังไม่ถึงตรงนั้น เพราะธุรกรรมค่อนข้างเยอะคงต้องให้เวลาและความเป็นธรรมเพื่อตรวจสอบให้ละเอียด
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวว่า นายภาวุธจะลาออกจา สส.บัญชีรายชื่อ จะทำให้การตรวจสอบเร็วขึ้นหรือไม่ เพราะไม่มีเรื่องเอกสิทธิ์ สส.คุ้มครอง พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เรื่องลาออกตนไม่ทราบ แต่เรื่องเร็วหรือช้า ทางดีเอสไอ ปปง.และธปท.จะดำเนินการตรวจสอบไปตามขั้นตอนปกติ
เชื่อข้อมูลโบรกเกอร์มีประโยชน์ต่อคดี
เมื่อถามถึงกรณีที่มีโบรกเกอร์เข้าไปชี้แจงในดีเอสไอว่าดำเนินการถูกกฎหมายแต่ทาง ธปท.ระบุว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ดีเอสไอมองอย่างไร พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เท่าที่ทราบมีเรื่องของบริษัทQRS Global เข้ามาชี้แจง ยืนยันว่าเราฟังเสียงทุกฝ่าย และจากการสอบถามพนักงานสอบสวนเห็นว่ามีประโยชน์ต่อทางดีเอสไอ ทำให้ทราบในหลายเรื่องที่ดีเอสไอยังไม่ทราบ เหมือนเป็นการมาเพิ่มเติมในส่วนของพยานหลักฐานว่า ใครเป็นใคร ส่วนบุคคลใดที่สื่อโซเชียลพูดถึงในตอนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวพันกับ QRS ก็ถือว่า เราได้ข้อมูลเพิ่มเติม
ภท.ชงกระทู้สดขยี้ซ้ำปมคดีForex
เวลา14.45น.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ตั้งถาม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เรื่อง คดีหลอกลงทุน Forexที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก จนเป็นเหตุให้ต่อมาเมื่อช่วงกลางเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงตรวจสอบแบบปูพรม24จุดในพื้นที่กทม. ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ตรวจยึดของกลาง เช่น เงินสดนับร้อยล้าน ทองคำ รถหรู รวมถึงเครือข่ายการกระทำความผิด เชื่อมโยงไปยังบุคคลผู้มีชื่อเสียง หรือแม้แต่นายภาวุธพงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ทางดีเอสไอได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวมรวมพยานหลักฐานถึงขั้นตอนใด มั่นใจหรือไม่ว่าจะนำตัวเครือข่ายผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ของกลางที่ตรวจยึดมามีจำนวนมากน้อยเพียงใด รวมถึงมีแนวทางแผนงานอย่างไรในการนำทรัพย์สินเหล่านี้คืนไปยังประชาชนที่เดือดร้อน
รมว.ยธ.แจงคดีซับซ้อนสอบนาน6เดือน
ด้านรมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า ดีเอสไอ ได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ประชุมและใช้เวลามากว่า 6 เดือน เนื่องจากมีผู้เสียหายมาร้องกับ DSIว่ามีผู้กระทำความผิดในลักษณะนี้ จึงได้มีการสืบสวนหาพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่อง และและมีความชัดเจนมาเรื่อยๆ ซึ่งในคดีลักษณะนี้มีความซับซ้อน และแบ่งหน้าที่กันทำ รวมถึงมีนอมินี และใช้ทรัพย์สินดิจิทัล มีบริษัทที่จะโอนเงินต่ออีกหลายช่วงที่เป็นเงินของพี่น้องประชาชนต่อออกไปเป็นทอดๆ ไปจนถึงต่างประเทศ ซึ่งทุกหน่วยงานได้ใช้ความพยายามเฝ้าติดตามทั้งหมด 24 หมายค้น ใช้กำลังพลกว่า 300 นาย เป็นปฏิบัติการที่ใหญ่ และต้องมีความพร้อมในการขอหมายค้นช่วงเวลาที่พร้อมกัน ซึ่งจะต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอในการที่จะขอหมายค้นได้
ในเรื่องรูปคดี แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ 1. ผู้ชักชวนการลงทุน (IB) 2. โบรกเกอร์3. กลุ่มรับ-ส่งเงิน (Payment) ซึ่งในส่วนของ IB ได้เอ่ยชื่อของอาจารย์พี และโค้ชเจมส์ ซึ่งทำหน้าที่ชักชวนการลงทุน ขณะที่ส่วนที่ 2 คือ โบรกเกอร์Forexซึ่งมีอยู่ 4 บริษัท และส่วนที่ 3 คือบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นช่องทางรับโอนเงิน โดยแนวทางการสืบสวนเบื้องต้นตอนนี้เราพบบริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัดและ เรนนี่ คอปเปอเรชั่น
ออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวต่อว่า ส่วนประชาชนจะได้รับการเยียวยามากน้อยเพียงใดนั้น เมื่อคดีนี้ได้รับเป็นคดีพิเศษแล้ว และได้ออกหมายที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเบื้องต้นได้กำหนดให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ ซึ่งหากท่านมีความพร้อมก็ขอติดต่อพนักงานสอบสวน และหากใครมีความประสงค์ที่จะมาพบก่อนก็ยินดี ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้บริหารบริษัท QRS Global ได้มาชี้แจงในรายละเอียดของทางบริษัท ซึ่งข้อมูลบางอย่างก็ทำให้ดีเอสไอได้ทราบว่า เรื่องนี้มีใครมาเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งตอนนี้เรายังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใคร และอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาชี้แจง นำพยานหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
เร่งประสาน‘ป.ป.ง.’เช็คเส้นเงิน
สำหรับเรื่องนี้ธุรกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องมีเป็นจำนวนมากซึ่งต้องขอเวลาให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และทางดีเอสไอได้ประสานไปยัง ปปง.ให้ทำการตรวจสอบธุรกรรมทั้งหมดของผู้ที่เกี่ยวข้อง
จากนั้น นายบุญจง ถามต่อว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในคดีนี้คือมีบุคคลที่เป็นบุคคลสาธารณะ เป็นสส. แม้วันนี้จะยังไม่ตกเป็นผู้ต้องหา และจะไปตามหมายเรียกของดีเอสไอในต้นเดือนหน้า ซึ่งมีประชาชนที่ติดตามในเรื่องนี้ไปร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้มีการสอบสวนว่าเงินที่ได้จากเครือข่ายการกระทำความผิดนี้ ได้มีการโอนไปช่วยสนับสนุนพรรคประชาชนหรือไม่ โดยจากข้อมูลของดีเอสไอที่ได้เปิดเผย ประชาชนมีความสนใจเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของนายภาวุธ ทางดีเอสไอได้มีการตรวจสอบบทบาทของนายภาวุธ กับเครือข่ายในการกระทำความผิดหรือไม่และปัจจุบันมีข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลดังกล่าวเพียงใด รวมถึงได้ตรวจสอบเส้นเงินการกระทำความผิดของบริษัทต่างๆ นั้นได้ถูกส่งไปให้พรรคการเมืองหรือไม่ และหากพบว่ามีเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดกฎหมาย จะติดตามนำเงินนี้มาคืนให้กับผู้เสียหายได้อย่างไร
ชี้ภาวุธเคยเป็นกรรมการบริหาร2บริษัท
รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า ขบวนการและการมีส่วนรู้เห็นในการแบ่งหน้าที่กันทำ ทั้ง IB และโบรกเกอร์ ที่ทางดีเอสไอได้ใช้ข้อมูลในการแถลงข่าว มีเส้นเงินบางเส้นเงินโอนมาถึงนายภาวุธ จำนวน 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่บริษัทที่เป็นเพย์เมนต์ของบริษัท QRS Globalโดยนายภาวุธได้แจ้งว่า มีการไปเทรดทอง ซึ่งเป็นข้อสงสัยประการนึงที่เราได้ดำเนินการ ส่วนประเด็นที่ 2 คือบริษัทต่างๆทั้งบริษัทบริษัท เพย์ โซลูชั่น และบริษัท สปาร์คดิจิทัล จำกัด จากการรายงานของดีเอสไอนั้น ระบุว่า นายภาวุธ เคยเป็นกรรมการบริหารบริษัททั้ง 2 แห่ง เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทำให้เราตั้งข้อสงสัย
ส่วนเรื่องพยานหลักฐานชนิดอื่นๆเช่นเส้นเงิน ทางดีเอสไอและปปง. ได้เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่ต้องทำความเข้าใจว่าธุรกรรมทางการเงินค่อนข้างมาก อยู่ระหว่างการแบ่งว่าเป็นกลุ่มไหน คาดว่าใช้เวลาอีกไม่นานโดยตนได้ให้นโยบายไปกับทุกหน่วยว่าเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ขอให้รายงานขึ้นมาให้กระทรวงฯทราบ ทุก 15 วัน เพื่อจะสื่อสารให้กับประชาชนได้
เงินโยงเข้าปชน.หรือไม่-ต้องใช้เวลาสอบ
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวอีกว่า สำหรับคำถามที่ว่ามีเส้นเงินเชื่อมโยงถึงพรรคประชาชนหรือไม่ ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบ ซึ่งทางดีเอสไอก็ได้ประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.)ไปแล้ว และต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ ส่วนประชาชนจะได้รับการเยียวยาแค่ไหนอย่างไรนั้นทรัพย์สินต่างๆ หากศาลสั่งยึด ผู้เสียหายในคดีก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับทรัพย์คืนโดยการเฉลี่ยทรัพย์ว่าใครเสียหายมากน้อยแค่ไหน เป็นขั้นตอนการดำเนินการของทางศาล หลังจากเสร็จสิ้นในเรื่องคดีอาญา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ และอยากจะพิสูจน์ให้ประชาชนได้ทราบถึงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาชี้แจงเพื่อให้ทุกอย่างได้ชัดเจน
นายบุญจงได้ถามคำถามสุดท้ายว่าคดีแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง กระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษจะมีมาตรการอย่างไรในการป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกลวงซ้ำอีก รู้ก่อนเสียหาย และสร้างความรู้ให้กับประชาชนได้เข้าถึงการลงทุนที่มีความเสี่ยงได้หรือไม่ รวมถึงหากพบการลงทุนที่มีความเสี่ยง ประชาชนจะพึ่งหน่วยงานของรัฐในการร้องเรียนได้โดยวิธีการใดบ้าง
‘ภาวุธ’โผล่ครั้งแรก!ปัดไม่เกี่ยวForex
วันเดียวกันที่รัฐสภา นายภาวุธพงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนครั้งแรกหลังตกเป็นผู้ต้องสงสัย เกี่ยวโยงกับเครือข่ายธุรกิจ Forexว่าขอยืนยันว่าตน ไม่ได้ทำธุรกิจ Forexและไม่ได้เกี่ยวข้องกับแชร์ลูกโซ่ ธุรกิจแก๊งข้ามชาติหรือการไปชักชวนคนมาทำธุรกิจเหล่านี้ ตนเป็นแค่คนเทรดคนหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อมีการประกาศชื่อบุคคลออกมา ทำให้รู้สึกว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน แต่พอเริ่มเห็นว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตั้งข้อสงสัยในตนเอง ก็กลับไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นและตรวจสอบข้อมูลกับธนาคาร ซึ่งหากเป็นการตรวจสอบผ่านแอพพลิเคชั่นของธนาคารจะตรวจสอบย้อนหลังได้ไม่นาน ตนจึงต้องเดินไปที่สาขาเพื่อขอข้อมูลย้อนหลังเกือบ 5 ปีซึ่งทางสำนักงานแจ้งว่า จะต้องนำเรื่องเข้าสู่สำนักงานใหญ่และใช้เวลาประมาณ 45วัน ฉะนั้นข้อมูลไม่ครบตนจึงไม่กล้าออกมาพูดจึงต้องรอให้ข้อมูลครบก่อนเพื่อดูว่า ข้อมูลเป็นอย่างไรจะได้เตรียมข้อมูลเหล่านี้ไปชี้แจงต่อดีเอสไอด้วย นี่จึงเป็นที่มาว่าทำไมตนถึงใช้เวลาไปสักพักหนึ่ง
ข้อมูลยังไม่ครบ/ย้ำพบDSIเร็วสุด
“จนถึงตอนนี้จริงๆข้อมูลก็ยังไม่ครบเพราะบางธนาคารต้องใช้เวลานานมาก ดังนั้น ก็ต้องรอเวลาอีกสักนิดหน่อย เมื่อได้ข้อมูลครบแล้วก็จะเข้าไปพบกับทางดีเอสไอให้เร็วที่สุดเพื่อชี้แจงว่าสิ่งที่ดีเอสไอสงสัยนั้น ผมก็พร้อม เพราะเราก็มั่นใจว่าไม่ได้ผิดอะไรข้อมูลที่ออกมาก็เป็นการเทรดซื้อ ขายทองคำ ผ่านแพลตฟอร์ม ย้ำอีกครั้งว่าผมไม่ได้ทำ Forexไม่ใช่สแกมเมอร์ อันนี้มั่นใจได้เลยว่าไม่ได้ทำ” นายภาวุธ กล่าว
เมื่อถามต่อว่าเงิน28ล้านตอนนี้ระบุได้หรือไม่ว่ามาจากไหน นายภาวุธ กล่าวว่า ตอนนี้ข้อมูลยังมาไม่ครบทุกธนาคารหากมีตัวเลขครบแล้วตนจะทำเรื่องและเข้าไปชี้แจงกับทางดีเอสไออีกทีหนึ่งจึงขอให้รอเพราะตัวเลขยังไม่ครบจริงๆ เมื่อครบแล้วก็ต้องเอาข้อมูลไปชนกันว่าสิ่งที่เรามีเป็นเช่นนี้แต่เมื่อยังไม่ได้เห็นข้อมูลครบก็กลายเป็นว่าเรายังไม่กล้าเข้าไปคุย แต่เบื้องต้นเท่าที่ดูก็เป็นตัวเลขการเทรดปกติที่เข้ามาเรื่อยๆตนเทรดอยู่ไม่นาน ตอนนี้ก็เลิกเทรดไปนานแล้วเพราะเอาจริงๆก็ขาดทุนเหมือนกัน
ยืนกรานเป็นแค่คนเทรดคนหนึ่ง
เมื่อถามว่าพอจะตั้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้หรือไม่นายภาวุธ กล่าวว่าเรื่องการตั้งข้อสันนิษฐานนั้น อยากให้รอดีกว่า ตอนนี้ข้อมูลยังไม่ครบจึงไม่กล้าพูดอะไรแต่อยากให้มั่นใจว่า ตนเป็นแค่คนเทรดคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งวันนี้ในประเทศไทยก็มีคนเทรดเต็มไปหมดจะเห็นว่าการเทรดเป็นเรื่องปกติมากๆแต่วันนี้อาจมีช่องว่างทางกฎหมายที่ทำให้ผู้ให้บริการหรือโบรกเกอร์เหล่านี้อย่างไม่มีใบอนุญาตเข้ามา นั่นก็เป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องไปชี้แจงเมื่อถามว่ามองเรื่องการปล่อยคลิปวีดีโอของตัวนายภาวุธโดยระบุว่าเป็นการชักชวนให้คนมาเทรดอย่างไรบ้าง นายภาวุธ กล่าวว่า ตนเป็นคนเทรด ก็ต้องหาความรู้จึงเข้าเรียนคลาสต่างๆ โดยในวันนั้นหลังเรียนในคลาสแล้วเดินออกมาเขาก็มาสัมภาษณ์ ว่ามีประสบการณ์อย่างไร ดังนั้นลักษณะของคลิปจะเป็นลักษณะของการเล่าประสบการณ์ว่าเทรดเป็นอย่างไรบ้าง มีความรู้อย่างไร ไม่ได้พูดเชิญชวน แต่หลายคนก็ไปตีความว่าตนไปเชิญชวนซึ่งก็ต้องย้ำว่า ไม่ได้เชิญชวนให้คนมาเทรด ส่วนกรณีการแลกของได้ ก็ยอมรับว่าเหมือนเป็นการไปซื้อของตามร้านค้าต่างๆที่สะสมแต้มเพื่อแลกของ ดังนั้นการเทรดก็มีระบบแต้มสะสมซึ่งตนก็สะสมและแลกของได้ด้วยเช่นเดียวกัน
“ย้ำว่าคลิปที่ออกมาเป็นการบอกเล่าประสบการณ์ดังที่พูดในคลิป แต่ก็ต้องย้ำอีกว่าไม่ใช่มีแค่ผมคนเดียว วันนั้นยังมีอีกเป็นสิบๆ คนที่ให้การสัมภาษณ์ แต่ก็ตกใจว่าทำไมมีผมอยู่คนเดียวที่ออกมากลายเป็นเรื่องเป็นราวได้ขนาดนี้ ฉะนั้นจึงต้องย้ำว่าผมอยู่ในสถานะผู้เทรดคนหนึ่งเท่านั้น” นายภาวุธ กล่าว
ลั่นไม่หนี ไม่ลาออกรอแจงDSI
เมื่อถามว่าหากหลังจากนี้ดีเอสไอ มีการแจ้งข้อกล่าวหาจะมีการต่อสู้คดีอย่างไรจะมีการลาออกจาก สส. พรรคประชาชนหรือไม่ และจะส่งผลต่อการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport หรือไม่ นายภาวุธ กล่าวว่า วันนี้ตนยังเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยเท่านั้น มีหน้าที่ต้องไปชี้แจง และขอย้ำนโยบายเราเน้นความโปร่งใสอยู่แล้ว ที่เห็นมีข่าวว่าตนจะลาออกจากพรรคนั้นก็ต้องยืนยันว่า”ยังไม่ออก”ที่มีข่าวว่าตนจะหนีไปไหนนั้นก็ยืนยันว่า “ไม่หนี” ฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่าเราพร้อมเข้าสู่กระบวนการ ตรวจสอบของดีเอสไอ
เมื่อถามย้ำว่าแม้มีการแจ้งข้อกล่าวหาก็จะยังไม่ลาออกจากพรรคใช่หรือไม่ นายภาวุธ กล่าวว่า ต้องดู วันนี้ตนยังเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยเฉยๆและ ตนก็มั่นใจว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิดเพราะเป็นเพียงผู้เทรดเมื่อถามต่อว่านายภาวุธยังมีความเกี่ยวข้องกับบริษัทพี่สาวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายภาวุธ กล่าวว่าเรื่องบริษัทนั้นเป็นเรื่องที่ตนจะต้องชี้แจงกับทางดีเอสไออาจจะไม่เหมาะที่จะชี้แจงตรงนี้ขออนุญาตให้ตนได้ไปชี้แจงกับ ดีเอสไอพร้อมนายภาวุธยืนยันว่ายังเดินหน้า ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ทำหน้าที่สส.ต่อไป
สภาฯถกพ.ร.บ.โอบงบฯหมื่นล้าน
ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาเรื่องด่วนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ… ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.)เสนอ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นำเสนอหลักการและเหตุผลว่าให้โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ของหน่วยรับงบประมาณบางรายการไปตั้งไว้เป็นงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นวงเงิน 10,328 ล้านบาท โดยเป็นความจำเป็นเพื่อให้รัฐบาลแก้ปัญหา ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤติการณ์ด้านเศรษฐกิจและสังคมจากปัจจัยภายในประเทศและภายนอกประเทศ ทั้งนี้การโอนงบดังกล่าวมีวัตถุประสงสำคัญคือเพื่อให้เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาคามมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม หรือกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนในช่วงปลายปีงบประมาณ 2569 และเพื่อเป็นเครื่องมือบริหารราชการแผ่นดินให้ทันต่อสถานการณ์เพื่อให้มีประสิทธิภาพ ประโยชน์สูงสุด
นายกฯย้ำใช้งบคุ้มค่า-โปร่งใส
“เมื่อร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ มีผลใช้บังคับ หน่วยรับงบประมาณสามารถขอรับการจัดสรรงบกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น เพื่อนำไปทำภารกิจที่เร่งด่วน ฉุกเฉินหรือจำเป็น ได้ตามระเบียบบริหารงบกลางเงินสำรองจ่าย กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น รัฐบาลหวังว่า สส. จะสนับสนุนและรับหลักการร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเพื่อให้รัฐบาลนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้เรื่องที่จำเป็นเร่งด่วน ด้วยความคุ้มค่า โปร่งใสและเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประเทศชาติ” นายอนุทิน กล่าว
สภาเดือด‘หมอวรงค์’เปิดข้อมูลลึกTH-AI
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการประชุมสภาฯพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี อภิปรายว่ารายละเอียดเชิงลึกของโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)วงเงิน 1.64 พันล้านบาท ส่อว่าไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์จากการตรวจสอบพบว่าราคากลางของโครงการดังกล่าวมีบริษัทเอกชนเข้าร่วมในการเสนอ 2 บริษัท
สส.ภท.รุมประท้วง-ปธ.โสภณ’ปิดไมค์
ซึ่งมี สส.ภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงต่อเนื่องเห็นว่าเป็นรายละเอียดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณในวาระรับหลักการ โดยนายโสภณกล่าววินิจฉัยด้วยว่าหากมีรายละเอียดหลักฐานขอให้นำไปใช้ในโอกาสของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือกระทู้ถาม เพราะลงลึกเกินเนื้อหาไม่ใช่วาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณ พร้อมย้ำขอให้รักษาบรรยากาศการประชุมด้วยการรักษาข้อบังคับแต่การประท้วงนพ.วรงค์ยังดำเนินต่อไป โดยนพ.วรงค์ยืนยันจะอภิปรายในประเด็นการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passportเพื่อขยายความต่อข้อกังวลต่อการล็อกสเปคซึ่งการใช้เงินภาษีของประชาชนนั้นต้องเน้นความโปร่งใส ส่วนความไม่โปร่งใสนั้นอยู่ที่ทีโออาร์
อย่างไรก็ดี สส.ภูมิใจไทยยังยืนยันประท้วงการอภิปรายของนพ.วรงค์ ว่าผิดข้อบังคับ ในตอนท้ายนายโสภณ ได้ปิดไมค์และวินิจฉัยย้ำโครงการดังกล่าวไม่ได้พิสูจน์ว่าล็อกสเปคหรือไม่โปร่งใส หากพูดไปอาจเข้าข่ายใส่ร้าย หากพูดประเด็นนี้อีกตนจะไม่อนุญาตและขอให้ยุติการอภิปราย จากนั้นได้เรียกให้ผู้อภิปรายลำดับถัดไปให้อภิปรายต่อทันที
หมอวรงค์ โวยขวางตรวจสอบ TH-AI
ต่อมา ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงถึงการตรวจสอบงบโครงการ TH-AI Passport หลังอภิปรายในที่ประชุมสภาฯว่าที่ตนต้องมาแถลงต่อเนื่องจากประธานฯไม่ให้ตนอภิปรายเรื่องนี้ต่อ ตนถือว่าเพิ่งจะเจอสภาเผด็จการที่มาจากการเลือกตั้งจริงๆที่ผ่านมา ตนไม่เคยถูกปิดปากที่ผ่านมาในหลายๆครั้งที่เป็นการพิจารณาเรื่องการแปรงบประมาณ หรือเรื่องงบประมาณ ถ้าเป็นเรื่องภาษีประชาชน ทุกสมัยจะให้มีการอภิปราย แต่รอบนี้แค่ขยับไปได้สักส่วนหนึ่งก็พยายามปิดกั้น สุดท้ายเพิ่งเจอครั้งแรกจริงๆไม่ยอมให้ตนอภิปรายในสภา โครงการTH-AI Passporคือครงการที่เอื้อประโยชน์ ล็อคสเปกให้บริษัทเอกชน ตนไม่ได้กล่าวหาเอกชน แต่กล่าวหาราชการรัฐที่ออกTOR เอื้อประโยชน์บริษัทเดียว แม้จะมีสัญญาแนบท้ายเป็น per-per-use ก็คือใช้รายเดือนแล้วจ่ายเงินทุกเดือน ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เพราะล็อคสเปกโกงมาแล้ว
เตือนรมว.ดีอีระวังทุจริต-ละเว้นปฏิบัติหน้าที่
นพ.วรงค์ย้ำว่าแม้ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)จะพยายามยืนยันว่า ตัวเองไม่รับรู้ ถือว่าเป็นเรื่องของราชการ แต่อย่างน้อยมีหลักฐานว่าตนอภิปรายในสภา คำอภิปรายในสภา ประกอบกับคำมาร่วมแถลงข่าว มันเชื่อมโยงกันได้ ว่าเราเตือนรัฐบาลแล้ว ถ้ารัฐบาลไม่สนใจ รัฐมนตรีดีอีไม่สนใจ วันนี้ผมถูกปิดปากในสภา แต่มาพูดข้างล่าง รัฐมนตรีดีอีจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ ถ้าท่านยังเดินหน้าต่อท่านก็ถูกข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตรวมทั้งละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบแล้ว
เตรียมหอบเอกสารร้องป.ป.ช.พรุ่งนี้
“ผมอยากจะเรียกร้องไปยังนายกฯไหนว่าต้องการปราบทุจริต ถ้าท่านคิดว่าท่านต้องการจะปราบทุจริต ท่านต้องเปิดพื้นที่สภา คนในพรรคท่านต้องเปิดพื้นที่สภาให้เป็นพื้นที่ในการตรวจสอบให้โปร่งใส บ้านเมืองจะได้สะอาดขึ้น แต่ปรากฏว่าปากพูดอย่าง ทำอีกอย่างและในวันที่ 26 มิ.ย.นี้เวลา 10.30 น.ผมจะนำข้อมูลทั้งหมดไปยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)“ นพ.วรงค์ กล่าว