ปารีสสั่งห้ามดื่มเหล้าในที่สาธารณะ จำกัดการซื้อกลับบ้าน หวังลดผู้ป่วยจากคลื่นความร้อนล้นรพ.

ปารีสสั่งห้ามดื่มเหล้าในที่สาธารณะ จำกัดการซื้อกลับบ้าน หวังลดผู้ป่วยจากคลื่นความร้อนล้นรพ.

26 มิ.ย. 2569 09:26 น.

ปารีสสั่งห้ามดื่มเหล้าในที่สาธารณะ จำกัดการซื้อกลับบ้าน หวังลดผู้ป่วยจากคลื่นความร้อนล้นรพ.

ฝรั่งเศสออกมาตรการเข้มรับมือคลื่นความร้อน สั่งห้ามดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะ และจำกัดการซื้อในกรุงปารีส เพื่อบรรเทาภาระของรพ.ที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ขณะที่คลื่นความร้อนจ่อแผ่ถึงเยอรมนี-เช็ก

ฝรั่งเศสประกาศคำสั่ง ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะ และจำกัดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบซื้อกลับบ้านในกรุงปารีส เพื่อบรรเทาภาระของโรงพยาบาลที่กำลังเผชิญผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่คลื่นความร้อนซึ่งปกคลุมยุโรปตะวันตกกำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันออก โดยหลายประเทศเตรียมเผชิญอุณหภูมิสูงแตะ 40 องศาเซลเซียส

โดยกรุงปารีส สั่งห้ามประชาชนดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่สาธารณะตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันศุกร์ ถึง 07.00 น. ของวันเสาร์ และใช้มาตรการเดียวกันในช่วงสุดสัปดาห์ ส่วนการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบซื้อกลับบ้านจะถูกระงับตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 07.00 น. อย่างไรก็ตาม ร้านอาหารและบาร์ที่ได้รับอนุญาตยังสามารถให้บริการตามปกติ

เซบาสเตียง เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสเปิดเผยว่า รัฐบาลได้ยกระดับการเตือนภัยด้านสาธารณสุขขึ้นสู่ระดับสูงสุด เพื่อเพิ่มกำลังบุคลากรทางการแพทย์และดูแลกลุ่มเปราะบาง หลังโรงพยาบาลหลายแห่งเริ่มรับภาระหนักจากผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากอากาศร้อน โดยปาทริซ โฟร์ ผู้บัญชาการตำรวจกรุงปารีสกล่าวว่า ขณะนี้สถานพยาบาลในเมืองหลวงกำลังเข้าใกล้จุดวิกฤต โรงพยาบาลกำลังจะถึงจุดอิ่มตัวแล้ว

ฝรั่งเศสเผชิญสถิติอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันหลายวัน โดยคืนวันพุธที่ผ่านมา อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยทั่วประเทศยังสูงถึง 22 องศาเซลเซียส ขณะที่เมืองน็องต์มีอุณหภูมิกลางคืนสูงถึง 27.2 องศาเซลเซียส

ด้าน สเตฟานี ริสต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสเตือนว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้ไม่ได้เป็นอันตรายเฉพาะผู้สูงอายุ แต่กำลังส่งผลกระทบต่อคนหนุ่มสาวเช่นกัน โดยพบผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เธอระบุว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา หน่วยรถพยาบาลในกรุงปารีสรับแจ้งเหตุผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น มากกว่าปกติถึง 4 เท่า แม้ขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขยืนยันผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความร้อนโดยตรง

ขณะเดียวกัน มีรายงานพบเด็กวัย 3 ขวบ เสียชีวิตภายในรถยนต์ในเขตชานกรุงปารีส เพียงไม่กี่วันหลังจากก่อนหน้านี้มีเด็กเล็กอีก 2 คนเสียชีวิตในรถยนต์ที่เมืองการ์ป็องตรา ทางตอนใต้ของประเทศ

ส่วนที่เมืองแรนส์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส หัวหน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลเปิดเผยว่า มีประชาชนเสียชีวิตภายในบ้าน 5-6 ราย ซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศร้อนจัด โดยเจ้าหน้าที่พบศพหลังเข้าไปตรวจสอบ เนื่องจากผู้เสียชีวิตไม่รับโทรศัพท์จากการติดต่อเพื่อเช็กความปลอดภัย

เอ็มมานูเอล เกรกัวร์ นายกเทศมนตรีกรุงปารีสระบุว่า อัตราการเสียชีวิตในเมืองหลวงกำลังเพิ่มขึ้น พร้อมเตือนประชาชน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวไม่ให้ประมาทสภาพอากาศ โดยยังพบประชาชนจำนวนมากออกไปวิ่งออกกำลังกายในช่วงเย็น แม้อุณหภูมิยังคงสูง พร้อมเตือนว่าอย่าคิดว่าตัวเองแข็งแรงจนไม่เป็นอะไร และควรจะหยุดออกกำลังกายสักสองสามวันดีกว่า

ด้านรัฐมนตรีสาธารณสุขยังเตือนว่า แม้จะเป็นคนอายุน้อยและไม่มีโรคประจำตัว ก็สามารถได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อนได้ รวมถึงการปั่นจักรยานหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งอาจทำให้หน้ามืด เป็นลม และต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

นักอุตุนิยมวิทยาคาดว่า คลื่นความร้อนจะเคลื่อนตัวไปยังยุโรปตอนกลางและตะวันออก โดยเยอรมนี และ สาธารณรัฐเช็ก อาจเผชิญอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียสในช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่หลายประเทศ เช่น ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร ต่างประกาศเตือนภัยสภาพอากาศร้อนในระดับสูง

ผลกระทบจากอุณหภูมิที่พุ่งสูงยังส่งผลให้การแข่งขันฮาล์ฟมาราธอนที่เมืองฮัมบูร์กของเยอรมนีถูกยกเลิก การรถไฟเยอรมนีเปิดให้ผู้โดยสารยกเลิกตั๋วโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนพิพิธภัณฑ์ อุฟฟิซี เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ต้องระงับการจำหน่ายบัตรเข้าชมชั่วคราว เนื่องจากระบบปรับอากาศไม่สามารถรองรับทั้งจำนวนผู้เข้าชมและสภาพอากาศร้อนจัดได้

นอกจากนี้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของฝรั่งเศส 3 แห่ง ยังต้องหยุดเดินเครื่องชั่วคราวจากผลกระทบของคลื่นความร้อน

ไซมอน สตีล เลขาธิการบริหารด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์การสหประชาชาติ กล่าวว่า คลื่นความร้อนรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นในยุโรปเป็นหลักฐานชัดเจนของผลกระทบจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน อนุรักษ์ป่าไม้ และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้ว

ข้อมูลจากบริการติดตามสภาพภูมิอากาศ โคเปอร์นิคัสระบุว่า ยุโรปเป็นทวีปที่ร้อนขึ้นเร็วที่สุดในโลก โดยอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึง 2 เท่า ส่งผลให้คลื่นความร้อนในฤดูร้อนเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น ไฟป่ามีความรุนแรงมากขึ้น และทรัพยากรน้ำของหลายประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก.

ที่มา : BBC

Leave a comment