“Dear You” หนังดังจากจีน จุดถกเถียง “รากเหง้า” ชาวสิงคโปร์ หลังฉายภาษาจีนกลางแทนแต้จิ๋ว

"Dear You" หนังดังจากจีน จุดถกเถียง "รากเหง้า" ชาวสิงคโปร์ หลังฉายภาษาจีนกลางแทนแต้จิ๋ว

26 มิ.ย. 2569 12:53 น.

“Dear You” หนังดังจากจีน จุดถกเถียง “รากเหง้า” ชาวสิงคโปร์ หลังฉายภาษาจีนกลางแทนแต้จิ๋ว

“Dear You” ภาพยนตร์จีนทุนต่ำที่กวาดรายได้ถล่มทลายในจีนไปมากกว่า 1,800 ล้านหยวน กำลังจุดชนวนข้อพิพาทครั้งใหญ่ว่าด้วย “อัตลักษณ์และรากเหง้า” ในสิงคโปร์ หลังผู้ชมตั้งคำถามต่อรัฐบาล หลังหนังฉายในฉบับพากย์เสียง “ภาษาจีนกลาง” แทนที่จะฉายเป็นภาษาจีน “แต้จิ๋ว” ตามต้นฉบับ เผยตั๋วรอบพิเศษภาษาแต้จิ๋วเกลี้ยงใน 2 ชั่วโมง จนคนสิงคโปร์บางส่วนยอมจองตั๋วข้ามไปดูที่มาเลเซีย

ภาพยนตร์เรื่อง “Dear You” เรื่องราวความผูกพันของครอบครัว ความหวัง และความยากลำบากในอดีต ได้กลายเป็นภาพยนตร์ม้ามืดที่ทุบสถิติรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศในประเทศจีนช่วงฤดูร้อนนี้อย่างเหนือความคาดหมาย แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดคือ ภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนเกี่ยวกับ “อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม” ในประเทศเพื่อนบ้านร่วมภูมิภาคอย่างสิงคโปร์ ซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายพันไมล์

ความพิเศษของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การถ่ายทำและดำเนินเรื่องเกือบทั้งหมดด้วย “ภาษาแต้จิ๋ว” ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นจากภูมิภาคเฉาซานของจีน และยังคงเป็นภาษาที่ประชากรเชื้อสายจีนผู้สูงอายุในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้สื่อสารกัน แต่เมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในสิงคโปร์ในเดือนนี้ ชาวสิงคโปร์จำนวนมากกลับต้องผิดหวังเมื่อพบว่า โรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่จะฉายในเวอร์ชันที่ถูกพากย์เสียงทับด้วย “ภาษาจีนกลาง” ซึ่งเป็นภาษาราชการของจีนและหนึ่งในสี่ภาษาราชการของสิงคโปร์

หวู่ ซื่อหลิน เจ้าหน้าที่ศาสนจักรรายหนึ่งซึ่งมีเชื้อสายแต้จิ๋ว เปิดเผยว่า เธอและคุณแม่ต้องแย่งชิงตั๋วรอบพิเศษที่ฉายด้วยระบบเสียงแต้จิ๋วต้นฉบับ ซึ่งในตอนแรกเปิดฉายเพียง 8 รอบเท่านั้น และตั๋วเกือบ 5,000 ใบขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง “การที่เราเป็นคนแต้จิ๋ว แล้วได้ดูหนังเรื่องนี้ในเวอร์ชันภาษาแต้จิ๋ว มันทำให้รู้สึกพิเศษและลึกซึ้งยิ่งขึ้น”

กระแสดังกล่าวทำให้เกิดคำถามตามมาในหมู่คนท้องถิ่นว่า ในเมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายด้วยเสียงแต้จิ๋วต้นฉบับในจีนได้ เหตุใดจึงไม่สามารถฉายแบบเดียวกันในสิงคโปร์ ซึ่งยังมีผู้สูงอายุที่พูดภาษาแต้จิ๋วอยู่เป็นจำนวนมาก?

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้กลายเป็นชนวนเหตุที่ปลุกข้อถกเถียงเกี่ยวกับนโยบายระยะยาวของรัฐบาลสิงคโปร์ ที่ผลักดันให้ชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีนหันมาพูด “ภาษาจีนกลาง” แทนภาษาท้องถิ่นอื่น ๆ เช่น แต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน กวางตุ้ง และจีนแคะ ซึ่งแม้ในอดีตในช่วงทศวรรษ 1980 นโยบายนี้จะตั้งเป้าเพื่อรวมกลุ่มชาวจีนที่มีความหลากหลายให้เป็นหนึ่งเดียว แต่นักวิจารณ์มองว่ามันประสบความสำเร็จ “มากเกินไป” จนทำให้ภาษาถิ่นเหล่านี้ตกอยู่ในภาวะเสื่อมถอยอย่างรุนแรงและอาจไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้อีก

จากข้อมูลทางสถิติระบุว่า ในช่วงเริ่มโครงการรณรงค์พูดภาษาจีนกลาง (Speak Mandarin Campaign) มีชาวสิงคโปร์เกือบ 70% ที่พูดภาษาถิ่นที่บ้าน แต่ภายในปี 2020 ตัวเลขดังกล่าวกลับดิ่งฮวบเหลือเพียง 8.7% เท่านั้น ภาษาถิ่นถูกสั่งห้ามออกอากาศทางวิทยุและโทรทัศน์ รวมถึงต้องถูกพากย์เสียงทับในโรงภาพยนตร์มานานหลายทศวรรษ

รองศาสตราจารย์ ลี เชอร์ เล็ง จากภาควิชาจีนศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ให้ความเห็นว่า “ภาษาถิ่นคือรากเหง้าที่แท้จริงของชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีน ส่วนภาษาจีนกลางนั้น อาจกล่าวได้ว่าเป็นภาษาที่ถูกซ้อนทับเข้ามาผ่านการเรียนในระบบโรงเรียน มันน่าสนใจมากที่ภาพยนตร์ฟอร์มเล็ก ๆ เรื่องนี้สามารถปลุกกระแสที่ส่งผลกระทบทางใจได้รุนแรงขนาดนี้”

“Dear You” นำเสนอเรื่องราวของชายหนุ่มจากหมู่บ้านทางตอนใต้ของจีนที่ออกเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อตามหาปู่ของเขา ผู้ซึ่งลี้ภัยสงครามกลางเมืองในปี 1948 และมาทำงานเป็นคนขับรถสามล้อในกรุงเทพฯ ช่วงทศวรรษ 1950 โดยอาศัยอยู่ในหอพักรวมกับแรงงานอพยพชาวจีนคนอื่น ๆ และส่งจดหมายที่เต็มไปด้วยความพินอบพิเทาและความคิดถึงกลับไปให้ภรรยาและลูก ๆ ที่บ้านเกิด บริบททางประวัติศาสตร์นี้ตรงกับระลอกการอพยพครั้งใหญ่ของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมายังสิงคโปร์และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงกลางศตวรรษที่ 20

ความต้องการรับชมในเวอร์ชันแต้จิ๋วต้นฉบับนั้นสูงมาก จนมีชาวเน็ตสิงคโปร์บางส่วนแชร์แผนการที่จะเดินทางข้ามพรมแดนไปยังประเทศมาเลเซียเพื่อนบ้านเพื่อรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในระบบเสียงแต้จิ๋ว ยิ่งไปกว่านั้น กระแสกดดันทางโซเชียลมีเดียและบทความวิพากษ์วิจารณ์ในหนังสือพิมพ์ระลอกล่าสุด ได้ลุกลามไปถึงแวดวงการเมือง โดย เดนนิส ตัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ภาษาถิ่นคือ “คลังสมบัติที่ยังมีลมหายใจ ซึ่งบันทึกการเดินทาง ขนบธรรมเนียม และอัตลักษณ์ของบรรพบุรุษเรา”

กระแสต้านที่รุนแรงส่งผลให้กระทรวงสารสนเทศของสิงคโปร์ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (22 มิ.ย.) ว่า “เรารับฟังเสียงเรียกร้องที่ต้องการให้มีการเปิดกว้างในการฉายภาพยนตร์ภาษาถิ่นในโรงภาพยนตร์มากขึ้น” และให้คำมั่นว่าจะ “ใช้แนวทางที่ยืดหยุ่นมากขึ้น” ส่งผลให้ล่าสุดมีการอนุมัติรอบฉายในเวอร์ชันภาษาแต้จิ๋วเพิ่มขึ้นอีกถึง 50 รอบ

แม้ว่าคนรุ่นใหม่ในสิงคโปร์จะเริ่มหันมาสนใจเรียนรู้ภาษาถิ่นของปู่ย่าตายาย หรือร่วมกิจกรรมเดินทางไปเยือนบ้านเกิดของบรรพบุรุษในจีนมากขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับไม่ได้มองโลกในแง่ดีนัก

รองศาสตราจารย์ ตัน ยิง ยิง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (NTU) ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาถิ่น กล่าวว่า “คนรุ่นใหม่ที่เรียนในตอนนี้ พวกเขาเรียนมันเหมือนเรียนภาษาต่างประเทศเพื่อความสนุกสนาน แต่ถ้าในชีวิตประจำวันไม่มีใครพูดภาษานั้นแล้ว คุณก็จะไม่สามารถรักษามันไว้ได้”

อาจารย์ตันระบุทิ้งท้ายว่า ความตื่นตัวและเสียงร่ำร้องของสังคมสิงคโปร์ที่มีต่อภาพยนตร์เรื่อง Dear You ในครั้งนี้ แท้จริงแล้วอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องของการดูหนัง แต่มันคือ “ภาวะของการร่วมไว้อาลัยให้แก่สิ่งที่เรากำลังจะสูญเสียไปอย่างไม่มีวันกลับ”.

ที่มา BBC

Leave a comment