บทเรียน ‘สึนามิทุเรียน’ มาเลเซียดิ่งลูกละ4บ. สะท้อนวิสัยทัศน์ ‘ศุภจี’ ช่วยพยุงราคาทุเรียนไทยทันเวลา

บทเรียน 'สึนามิทุเรียน' มาเลเซียดิ่งลูกละ4บ. สะท้อนวิสัยทัศน์ 'ศุภจี' ช่วยพยุงราคาทุเรียนไทยทันเวลา

บทเรียน ‘สึนามิทุเรียน’ มาเลเซียดิ่งลูกละ4บ. สะท้อนวิสัยทัศน์ ‘ศุภจี’ ช่วยพยุงราคาทุเรียนไทยทันเวลา

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.28 น.

เพจ Thailand FACT Today เปิดเผยสถานการณ์ตลาดผลไม้ที่กำลังเป็นกระแสจับตาในขณะนี้ หลัง ราคาทุเรียนมาเลเซีย เผชิญวิกฤตราคาตกต่ำอย่างรุนแรงจนเหลือเพียงลูกละ 4 บาท ในขณะที่ ราคาทุเรียนไทย ยังคงประคองตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากโมเดลการบริหารจัดการและเร่งระบายผลผลิตของ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ในอดีต โดยระบุว่า 

” ทุเรียนมาเลเซียเจอศึกหนัก เหลือลูกละ 4 บาท ส่วนทุเรียนไทยโชคดี มีศุภจี มาช่วยทันเวลา

จำได้ไหม…ช่วงหนึ่งมีคนวิจารณ์กันหนัก เมื่อศุภจี นำภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนผลักดันให้ขายทุเรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ นำทุเรียนตกเกรดมาขายได้ราคา ไปพร้อมกับเร่งปิดดิลส่งออก

ไอ้ตอนที่เอาทุเรียนจิ๋วมาขาย แหม เสียงดัง นักวิจารณ์เจื้อยแจ้ว หาว่า นี่คือการลดคุณค่าราชาแห่งผลไม้ บางคนบอกว่าเอาทุเรียนเกรดส่งออกมาขายถูก ๆ คือการทำลายราคาทุเรียนไทย

แต่ที่สุด ต้องยอมรับ ว่าช่วยระบายทุเรียนได้จริง แต่วันนี้ ลองหันไปดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในมาเลเซีย มาเลเซียกำลังเผชิญปรากฏการณ์ที่สื่อเรียกว่า “สึนามิทุเรียน”

ผลผลิตออกมาพร้อมกันจำนวนมหาศาล ขณะที่การส่งออกบางส่วนสะดุด ตลาดถูกไทยชิงตัดหน้าไปแล้ว ทำให้ทุเรียนทะลักกลับเข้าตลาดภายในประเทศ จนผู้ค้าต้องเร่งระบายสินค้า เพราะทุเรียนเก็บไว้ได้นานไม่ได้ ผลคือราคาดิ่งลงอย่างรุนแรง

ทุเรียน มูซังคิง ที่เคยขายได้ประมาณ 90 ริงกิตต่อกิโลกรัม หรือกว่า 700 บาท วันนี้เหลือเพียง 6-9 ริงกิตต่อกิโลกรัม หรือประมาณ 50-70 บาท ลดลงเกือบ 90% ส่วน หนามดำ ก็เหลือเพียงประมาณ 13 ริงกิตต่อกิโลกรัม หรือราว 100 บาท พันธุ์ 101 และ กุ้งแดง เหลือเพียง ลูกละประมาณ 15 บาท หนักที่สุดคือ ทุเรียนพื้นบ้าน ที่บางพื้นที่เหลือเพียง ลูกละ 0.50 ริงกิต หรือประมาณ 4 บาท เท่านั้น นี่คือภาพของตลาดที่ไม่มีแรงดูดซับเพียงพอ เมื่อผลผลิตออกมาพร้อมกัน

ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย

การนำทุเรียนมาขายผ่านออนไลน์ การจัดแคมเปญกระตุ้นการบริโภค การเปิดตลาดให้คนไทยเข้าถึงทุเรียนคุณภาพดี และการช่วยระบายผลผลิต ไม่ใช่เรื่องของการลดคุณค่าทุเรียนไทย
แต่มันคือการสร้าง “ดีมานด์”

คือการทำให้มีคนซื้อเพิ่มขึ้น ในช่วงที่ผลผลิตกำลังออกจำนวนมาก สินค้าเกษตรไม่ใช่ของที่เก็บไว้ได้เป็นปี ยิ่งขายได้เร็วเท่าไร โอกาสที่ราคาจะทรุดทั้งระบบก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น

แน่นอนว่า การที่ราคาทุเรียนไทยยังประคองตัวได้ ไม่ได้เกิดจากมาตรการใดมาตรการหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งการส่งออก การบริหารจัดการผลผลิต และการกระตุ้นตลาดภายในประเทศ

แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ คุณค่าจากการทำงานของศุภจี มันชัด การช่วยสร้างตลาด การเร่งระบายผลผลิต และการกระตุ้นให้คนไทยบริโภคทุเรียนมากขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยพยุงตลาดในช่วงเวลาสำคัญ วันนี้ภาพของมาเลเซียจึงเป็นบทเรียนที่ชัดเจน การรักษาราคาสินค้าเกษตร ไม่ใช่การปล่อยให้สินค้าวางรอคนมาซื้อในราคาแพง แต่คือการทำให้ตลาดมันรัน ทำให้ของหมุน และทำให้ผลผลิตไปถึงมือผู้บริโภคให้เร็วที่สุด

บางครั้ง…สิ่งที่เคยถูกวิจารณ์ว่า “ขายถูกเกินไป” บางครั้งคนทีเคยโดนค่อนแคะอย่าง ศุภจี

อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ช่วยให้ราคาทุเรียนไทยไม่ต้องเจอกับภาพเดียวกับที่กำลังเกิดขึ้นในมาเลเซียวันนี้ ” 


ขอบคุณ Thailand FACT Today

Leave a comment