
ปลัด มท. แถลง ป้องภรรยา ปมเพจดังปล่อยคลิปเสียงทุจริตสอบท้องถิ่น
วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.40 น.
‘ปลัด มท.’ ออกโรงยัน ‘ภรรยา’ ไร้เอี่ยวคดี ‘ทุจริตสอบท้องถิ่น’ ชี้เป็นกระบวนการดิสเครดิต – เอาผิดผู้บงการถึงที่สุด ขอปชช.เชื่อมั่น จะเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ ลั่นตั้งแต่นั่งผู้ว่าฯ-ปลัดกระทรวง ขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยความสามารถ
28มิ.ย.2569 เมื่อเวลา11.25น. ที่กระทรวงมหาดไทย(มท.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงชี้แจงกรณีที่เพจ CSI LA ออกมาปล่อยคลิปเสียง โดยอ้างว่าภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบบรรจุท้องถิ่น ณ ห้องประชุมราชสีห์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยยืนยันว่า ตลอดชีวิตของตนรับราชการด้วยความซื่อสัตย์และขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยความสามารถในการทำงานมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน อธิบดีกรมการปกครอง และ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่วนประวัติภรรยาของตนนั้น ภรรยาตนทำงานอยู่ในบริษัทต่างชาติ และได้รับการยอมรับในฝีมือการทำงาน ซึ่งไม่คุ้นเคยกับระบบการเมืองและระบบราชการแบบบ้านเรา พร้อมยืนยันด้วยเกียรติของปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่าข้อมูลต่างๆที่เผยแพร่ว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเป็นเท็จทั้งสิ้น ซึ่งตนเชื่อมั่นในหลักธรรม ว่าผู้จงใจกล่าวเท็จ หรือ ทำผิดแล้วจงใจปฏิเสธ จะได้รับผลชั่วนั้นภายใน 3-7 วันอย่างแน่นอน ฉะนั้นตนจะบังคับใช้กฎหมายในทุกกรณีไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน หรือ เรื่องส่วนตัว เพื่อความถูกต้องและชอบธรรม
.jpg)
เมื่อถามว่ามองว่าเป็นการเลื่อยเก้าอี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตนในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย เติบโตรับราชการตามลำดับ ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าตนไม่เคยทำอะไรที่ไม่ถูก หรือ มีเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่เมื่อมีข่าวออกมาเกี่ยวกับการทุจริตการสอบท้องถิ่น ตนเป็นคนแรกที่ตัดสินใจ และปรึกษาหารือกับนายกรัฐมนตรี โดยให้อธิบดี สถ. มาประจำที่กระทรวง พร้อมกับตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่อง โดยมีรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ดำเนินการให้แล้วภายใน 7 วัน นอกจากนี้ ตนได้แจ้งไปยัง สถ. ให้เฝ้ารักษาสถานที่ราชการสำคัญ ซึ่งเมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีได้ไปลงพื้นที่ไปตรวจ ก่อนเดินทางไปยังฝรั่งเศส พร้อมกำชับว่าให้ทำงานให้โปร่งใสและให้ประชาชนเชื่อมั่นมากที่สุด เพราะเรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหญ่มากและเป็นศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทยโดยตรง
“ผมย้ำว่าต้องทำเรื่องนี้ให้จบในทุกประเด็น จึงขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่าเราจะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
.jpg)
เมื่อถามว่า มองว่าเป็นความพยายามเล่นเชื่อมโยงทางการเมืองหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า คลิปที่ออกมาทุกคนทราบดีว่ามาจากต่างประเทศ และอ้างถึงภรรยาของตนว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยืนยันว่าประวัติของภรรยา
ไม่มีความเชื่อมโยงอะไรกับราชการ จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นความพยายามเผยแพร่ออกมากลบข่าวอื่นหรือไม่ เพื่อให้ผู้สื่อข่าวหันเหประเด็นมาที่ตนแทน ทั้งที่การกล่าวหาดังกล่าวไม่มีหลักฐานแน่ชัด ตนจึงไม่ให้ค่าอะไร แต่อย่างไรก็จะต้องหาผู้ที่กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ยืนยันว่าตนไม่รู้จักกับบุคคลในคลิปเสียง และการที่พูดถึงผู้ใหญ่บ้านเมืองก็ทำให้บุคคลดังกล่าวเสียหาย
เมื่อถามถึงกรณีที่เกิดคลิปดังกล่าวขึ้น เป็นเพราะได้โยกย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัด ภูเก็ตจนกลายเป็นเป้าโจมตีหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่าขอให้ไปสอบถามคนที่ทำว่ามีวัตถุประสงค์อะไร แต่ หน้าที่ของตนคือต้องทำให้ทุกอย่างคลี่คลาย ซึ่งตนเป็นผู้โยกย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสองคน เพราะเมื่อเกิดปัญหาแล้วไม่ถูกแก้ไขและนายกรัฐมนตรีก็เห็นด้วย จึงเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยเรื่อยอย่างแน่นอน
.jpg)
เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับภรรยาแล้วหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตนบอกกับภรรยาว่าเป็นภรรยาของปลัดกระทรวงไม่ใช่เรื่องที่ง่าย บางทีปลัดก็โดนภัยรุมเร้า หรือ โดนทำร้ายบ้าง บางทีทำร้ายปลัดไม่ได้ก็ไปหาคนใกล้ตัวปลัด ซึ่งตนก็ได้ให้กำลังใจว่านี่แหละภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทย เพราะมีคนไม่หวังดีกับตนที่จะพยายามมุ่งหวังดิสเครดิต
เมื่อถามว่าเป็นเพราะปัญหาความขัดแย้งภายในกระทรวงมหาดไทยใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ยืนยันว่า ชีวิตตนไม่เคยมีความขัดแย้งกับใคร ทำงานด้วยหน้าที่รับผิดชอบ ตั้งแต่ตำแหน่งเล็กๆ ฉะนั้นความขัดแย้งถ้าจะเกิดขึ้น อาจเกิดจากคนอื่นๆที่อาจชักนำ หรือ เสี้ยม แต่ถ้ามีสติและคิดได้ ว่าเราอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ที่สำคัญและทำงานเพื่อประชาชน ก็อย่าไปคิด ให้คิดแต่เรื่องของตัวเองเป็นหลักเพราะนี่คือหน้าที่
.jpg)
“ตั้งแต่วันแรกที่สอบรับราชการเข้ามา ไม่มีใครรู้ ว่าสุดท้ายจะอยู่ที่ตำแหน่งอะไร แต่เมื่อ ทำงานมาเรื่อยๆก็ทำให้บางคนเติบโต เพราะยึดตามพระราโชบาย เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา และ รู้รักสามัคคี ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับองค์กร ใครก็ตามที่ทำลายความสามัคคี สร้างความแตกแยกภายในองค์กร คนนั้นจะต้องได้รับผลกรรมในอนาคตอย่างแน่นอน“ นายอรรษิษฐ์ กล่าว