เสี่ยกำมะลอ! ชัยชนะ ตั้งฉายางบฯ ปี 70 ซัด ผู้นำฯ ชอบเดินสายแจกฝัน แต่หั่น งบท้องถิ่น

เสี่ยกำมะลอ! ชัยชนะ ตั้งฉายางบฯ ปี 70 ซัด ผู้นำฯ ชอบเดินสายแจกฝัน แต่หั่น งบท้องถิ่น

เสี่ยกำมะลอ! ชัยชนะ ตั้งฉายางบฯ ปี 70 ซัด ผู้นำฯ ชอบเดินสายแจกฝัน แต่หั่น งบท้องถิ่น

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.38 น.

เสี่ยกำมะลอ! ชัยชนะ ตั้งฉายางบฯ ปี 70 ซัด ผู้นำฯ ชอบเดินสายแจกฝัน แต่หั่น งบท้องถิ่น 

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท วาระแรก ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ต่อเนื่องเป็นวันที่2

โดยนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ร่างงบประมาณฯปี 2570 วงเงินสูงถึง 3.78 ล้านล้านบาทเศษ เป็นการตั้งงบประมาณแบบขาดดุลสูงสุดถึง 7.88 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.9 ของ GDP ตนจึงขอให้ฉายางบประมาณฉบับนี้ว่าเป็น “งบประมาณเสี่ยกำมะลอ” เนื่องจากตัวผู้จัดทำคือนายกรัฐมนตรี เดินสายไปจังหวัดไหนก็มักจะไปสร้างความหวังว่าจะจัดสรรงบประมาณให้ แต่พอกลับมาดูข้อเท็จจริง งบกลุ่มจังหวัดและงบจังหวัดกลับถูกหั่นทิ้งไปกว่า 22,000 ล้านบาท เหลือเพียง 4,000 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วตกไม่ถึงจังหวัดละ 100 ล้านบาท ถือเป็นการทำร้ายและรวมศูนย์อำนาจกลับเข้าสู่ราชการส่วนกลาง ขัดต่อสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคแกนตั้งรัฐบาลเคยหาเสียงไว้ว่าจะกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นได้งบร้อยละ 35 แต่สุดท้ายท้องถิ่นได้เพียงร้อยละ 29 เท่าเดิม เหมือนหลอกใช้เขาเป็นหัวคะแนนช่วงเลือกตั้งเท่านั้น

นายชัยชนะ อภิปรายถึงงบประมาณด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะงบฯ กรมสุขภาพจิต ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มผู้ป่วยจิตเวชสูงขึ้น ลามไปถึงขั้นตั้งข้อสังเกตว่าคนใน ครม. บางคนอาจมีอาการเข้าข่ายด้วยหรือไม่ เพราะพูดจาหลงลืม เช่น กรณีเรื่องราคามะพร้าวลูกละบาท พอกุ้งมีปัญหา บอกว่ากุ้งมีแค่ 100 ตัน หรือการให้อินฟลูเอนเซอร์ช่วยขายทุเรียนกิโลละ 100 บาท ทั้งที่หน้าสวนราคา 150 บาท เป็นต้น

นายชัยชนะ กล่าวอีกว่า กรมสุขภาพจิต ขอตั้งงบฯผลิตจิตแพทย์เพิ่ม 34 คน วงเงินเพียง 77 ล้านบาทเศษ แต่กลับถูกหั่นเหลือ 27 ล้านบาท ผลิตได้เพียง 22 คน ขณะที่งบดูแลผู้ป่วยจิตเวชทั่วประเทศที่มีตัวเลขสูงถึง 1.34 ล้านคน และมีสถิติพยายามฆ่าตัวตายปีละ 3 หมื่นราย เสียชีวิตสำเร็จถึง 5 พันราย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน กรมสุขภาพจิตขอไป 220 ล้านบาท แต่รัฐบาลกลับจัดสรรให้เพียง 88 ล้านบาท คิดค่ารักษารายหัวผู้ป่วยนอกให้เพียงคนละ 100 บาท จากต้นทุนจริง 716 บาท สะท้อนชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับระบบสาธารณสุข ทั้งที่ผู้นำรัฐบาลเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมาก่อน

นายชัยชนะ ยังกล่าวถึงเม็ดเงินที่สูญเสียไปกับแพลตฟอร์มต่างประเทศ เช่น การซื้อสิทธิ์ใช้งาน AI อย่าง ChatGPT ของประชาชนและหน่วยงานรัฐว่า หากคิดคำนวณแล้วคนไทยต้องเสียเงินออกนอกประเทศปีละเกือบแสนล้านบาท เหตุใดรัฐบาลไม่คิดจะพัฒนาแพลตฟอร์ม AI ของรัฐบาลเองเพื่อเปิดให้กลุ่มเปราะบาง นักเรียน และนักศึกษาได้ใช้งานฟรี

“วันนี้ใช่ว่าท่านเป็นรัฐบาลแล้วจะอยู่ในช่วงฮันนีมูน บางท่านอยู่กันมาตั้งแต่อนุทิน 1 จนถึงอนุทิน 2 ฮันนีมูนยังไม่จบ เดินสายตรวจราชการมีรถนำ เดินแอ็กอาร์ตเท่ไปเรื่อยๆ แต่ไม่แก้ปัญหา ผู้นำสูงสุดของประเทศต้องมีจิตวิญญาณความเป็นผู้นำ มีความจริงใจต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของประชาธิปไตย วันนี้เสียงของ สส. ที่พูดไป ท่านไม่เคยรับฟัง มอบหมายให้ สส. ซีกรัฐบาลมาเข้าเวรยื้อองค์ประชุมล่ม จึงขอให้ ครม. กลับมาฟังเสียงในสภา เพื่อให้ประเทศมีงบประมาณที่ดีในการพัฒนาต่อไป” นายชัยชนะ กล่าว 

Leave a comment