Recovery Run: เมื่อการวิ่งไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่คือการส่งต่อโอกาสให้คนที่เคยก้าวพลาด

Recovery Run: เมื่อการวิ่งไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่คือการส่งต่อโอกาสให้คนที่เคยก้าวพลาด

Recovery Run: เมื่อการวิ่งไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่คือการส่งต่อโอกาสให้คนที่เคยก้าวพลาด

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.28 น.

“ขอให้มีใจ… ใจสำคัญที่สุด ครอบครัว สังคมต้องให้กำลังใจใครก็ตามที่เคยก้าวพลาด หรือกำลังพยายามก้าวข้ามกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง เราขอเป็นกำลังใจให้”

คำกล่าวสั้น ๆ ของ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในงาน ‘วิ่งด้วยรัก ฮักด้วยใจ… Recovery Run’ ณ สวนหลวง ร.9 สะท้อนสารสำคัญของกิจกรรมครั้งนี้ได้อย่างชัดเจน นั่นคือการส่งต่อกำลังใจและโอกาสให้กับผู้ที่เคยก้าวพลาดจากปัญหายาเสพติด ได้มีพื้นที่ในการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับภาคีเครือข่าย อาทิ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) กระทรวงยุติธรรม มูลนิธิรักษ์ไทย และเครือข่ายชุมชนทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “ทุกโอกาส…สร้างการเริ่มต้น” เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด และสนับสนุนการคืนคนดีสู่สังคม

สิ่งที่ทำให้งานวิ่งครั้งนี้แตกต่างจากกิจกรรมวิ่งทั่วไป คือในบรรดาผู้เข้าร่วมกว่า 1,200 คน มีทั้งนักวิ่งทั่วไป ผู้ที่ต้องการร่วมส่งกำลังใจ ตลอดจนผู้ที่เคยผ่านการบำบัดยาเสพติดและกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่

“การวิ่งแทบไม่ต้องลงทุนอะไร แต่ได้ประโยชน์มากสำหรับตัวเอง โอกาสสร้างได้ เริ่มจากสิ่งที่ง่าย ๆ ก่อน” พ.ต.ท.สุริยากล่าว พร้อมชี้ว่า การออกมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ถือเป็นก้าวแรกของการลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่อย่างเป็นรูปธรรม

หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ผู้ผ่านการบำบัดต้องเผชิญ แม้จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้ว คือการถูกตีตราจากสังคม การจัดกิจกรรม Recovery Run จึงมีเป้าหมายในการกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักว่า ผู้ที่เคยก้าวพลาดสมควรได้รับโอกาสในการกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเช่นเดียวกับทุกคน

เบเนดิกต์ โฮฟมัน รองผู้แทนสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (UNODC) กล่าวว่า การให้โอกาสคือก้าวแรกที่สำคัญสำหรับผู้ที่เคยก้าวพลาด และความร่วมมือของหลายภาคส่วนในการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นสัญญาณสำคัญว่าสังคมพร้อมเปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าอีกครั้ง

ด้าน อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ในอดีตสังคมมักมีทัศนคติเชิงลบต่อผู้ผ่านการบำบัด แต่ปัจจุบันสังคมเปิดกว้างมากขึ้น และพร้อมให้โอกาสคนเหล่านี้ได้พิสูจน์ตัวเอง

“คนเราเมื่อล้มแล้ว สามารถลุกขึ้นมาใหม่ได้เสมอ สังคมในวันนี้ต่างจากอดีตมาก เราพร้อมจะให้โอกาสและขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน”

เสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมเองก็สะท้อนแนวคิดเดียวกัน ชนาพัทร์ มณีดุลย์ นักวิ่งระยะ 10 กิโลเมตร มองว่าการออกกำลังกายเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงคนออกห่างจากยาเสพติด และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปได้ทำกิจกรรมร่วมกับผู้ที่เคยก้าวพลาด ช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างกันได้มากขึ้น

ขณะที่ สุชยา โมกขเสน ผู้ร่วมวิ่งระยะ 5 กิโลเมตร กล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจของกิจกรรมนี้คือการที่ทุกคนสามารถวิ่งอยู่ในลู่เดียวกันได้โดยไม่จำเป็นต้องรู้ภูมิหลังของกันและกัน

“อย่างน้อยวันนี้ทำให้เรารู้ว่าในสังคมมีคนที่หลากหลาย เราต่างก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน ไม่ต้องไปคิดว่าเขาเคยเป็นอะไรมา ก็สามารถวิ่งในลู่เดียวกันได้”

นอกจากกิจกรรมวิ่งระยะ 5 และ 10 กิโลเมตร ภายในงานยังมีกิจกรรมสันทนาการ บูทอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการระดมทุนเพื่อสนับสนุนมูลนิธิรักษ์ไทยและเครือข่ายชุมชนที่ทำงานด้านการดูแลผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติดทั่วประเทศ

นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวว่า ผู้ที่ผ่านการบำบัดแล้วไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไป ทุกคนควรได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมในการกลับมาใช้ชีวิตในสังคม

ท้ายที่สุดแล้ว Recovery Run อาจเป็นเพียงกิจกรรมวิ่งหนึ่งวัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางกลับเป็นมากกว่านั้น เพราะทุกก้าวที่ผู้คนวิ่งเคียงข้างกัน คือการยืนยันว่า “โอกาส” และ “กำลังใจ” ยังคงเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ใครสักคนลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ

Leave a comment