กม.นิรโทษฉลุย สว.ส่งให้สภาฯยืนยัน ห้ามล้างผิดคดีม.112

กม.นิรโทษฉลุย สว.ส่งให้สภาฯยืนยัน ห้ามล้างผิดคดีม.112

กม.นิรโทษฉลุย สว.ส่งให้สภาฯยืนยัน ห้ามล้างผิดคดีม.112

วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กม.นิรโทษฉลุย สว.ส่งให้สภาฯยืนยัน ห้ามล้างผิดคดีม.112

วุฒิสภา 103 เสียงไฟเขียวผ่านร่างก.ม.นิรโทษกรรม“ตามกมธ.แก้ไขส่งกลับสภาฯเพื่อลงมติยืนยันอีกครั้ง โดยตีกรอบห้ามล้างผิด“คดีม.112 กับเยาวชน” “สว.พิสิษฐ์”การันตีไม่มีนิรโทษกรรม“คดีฮั้วสว.”ยันคดีทั้งหมดอยู่ในขั้นตอน กกต. ถกงบฯปี 70 วันที่สอง!“ปชน.-ปชป.”แท็กทีมถล่มสับ“รัฐบาล”เมินพัฒนาทุนมนุษย์-สิ่งแวดล้อม “ชัยชนะ”ตั้งฉายา”งบเสี่ยกำมะลอ” เหน็บดีแต่เดินสายแจกความหวังแต่หั่น งบท้องถิ่น‘ณัฐชา’สับแหลกงบฯพม.ลดลง 1.9 พันล้าน หั่น’เบี้ยคนพิการ‘แช่แข็ง‘งบสูงวัย’

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภาพิจารณาเรื่องด่วนร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ… ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ โดยมีพล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา(สว.) เป็นประธานกมธ.พิจารณาแล้วเสร็จ ในวาระที่ 2 และวาระที่3ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว วุฒิสภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่ที่รัฐสภามีมติเห็นชอบ ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโดยก่อนเข้าสู่วาระพิจารณาเนื้อหาที่ประชุมถกกันเดือด ในร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวกมธ.เสียงข้างมากได้แก้ไขได้แก่ เพิ่มคำปรารภ แก้ไขในรายมาตราจำนวน 4 มาตราและแก้ไขบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัติโดยการพิจารณาวาระสองซึ่งเรียงลำดับมาตรานั้น

ตีกรอบห้ามล้างผิดคดีม.112กับเยาวชน

พบว่าสว.เสียงข้างมากลงมติเห็นชอบตามที่กมธ.แก้ไขรวมไปถึงการเพิ่มวรรคใหม่ ในมาตรา 11ว่าด้วยกระบวนการที่ให้ผู้ทำผิดอายุไม่ถึง 18 ปี ได้รับการพิจารณายุติการดำเนินคดี ที่กมธ.เสียงข้างมาก เพิ่มวรรคสอง กำหนดว่าไม่ให้ใช้บังคับกับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วย ส่วนบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัติ ที่กมธ.ได้ปรับปรุงเนื้อหาใหม่ โดย น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สว.ที่สงวนคำแปรญัตติ ด้อภิปรายตั้งข้อสังเกตที่รวมถึงความผิดที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และการได้มาของสว.ที่อาจทำให้เกิดผลพวงนิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวกับเลือกตั้งหรือไม่

การันตีไม่มีนิรโทษกรรมคดีฮั้วสว.

ด้านนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.ในฐานะเลขานุการ กมธ.ฯชี้แจงว่าในบัญชีแนบท้ายพ.ร.บ. มีกฎหมายรวม29ฉบับโดยกมธ.ไม่ได้แก้ไขเนื้อหาที่ได้รับมาจากสภาฯ มีเพียงการจัดเรียงใหม่ลำดับตามศักดิ์ของกฎหมาย ทำให้ถูกจับไปเป็นประเด็นว่าบัญชีแนบท้ายที่ขึ้นต้นด้วยความผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ.2561 ซึ่งมีวงเล็บที่ตนขอย้ำว่า ไม่เกี่ยวพันกับการเลือกโดยทุจริต การเลือกไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ

“จึงไม่เกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้งและฮั้ว สว. ผมยืนยันว่าไม่นิรโทษกรรมตัวเอง เรื่องคดีทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง”นายพิสิษฐ์กล่าว

สว.103เสียงผ่านร่างกม.นิรโทษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่พิจารณาเรียงลำดับเป็นรายมาตราแล้วเสร็จ ที่ประชุมได้ลงมติว่าจะเห็นชอบกับทั้งฉบับหรือไม่ โดยมติเสียงข้างมากเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ตามที่กมธ.แก้ไข 103 เสียง ไม่เห็นชอบ 3 เสียง และงดออกเสียง 22 เสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกจากนี้มติวุฒิสภายังเห็นด้วยกับข้อสังเกตของกมธ.ต่อประเด็นที่เสนอให้กรณีที่พบผู้ต้องขังจากการกระทำความผิดหรือการแสดงออกทางการเมืองแต่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ควรพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนะในการบริหารโทษทางอาญาหรือคุมขังในสถานที่คุมขังไปยังรมว.ยุติธรรมและอธิบดีกรมราชทัณฑ์เพื่อเป็นมาตรการสนับสนุนเป้าหมายเสริมสร้างสังคมสันติสุขให้โอกาสสังคมไทยกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข สมานฉันท์ ปรองดองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย

ส่งกลับสภาฯลงมติยืนยันอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเนื่องจากร่างกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่ สว.เห็นชอบ ในวาระ 3มีการแก้ไขจากฉบับที่ได้รับความเห็นชอบจากสภาฯจึงจำเป็นต้องส่งให้ สภาฯ พิจารณาว่าจะเห็นชอบกับสิ่งที่สว.แก้ไขหรือไม่ ก่อนที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ส่วนรายละเอียดที่กมธ.แก้ไขและมติสว.เห็นชอบ อาทิ คำปรารภที่เพิ่มขึ้นนั้น มีสาระสำคัญ คือเพื่อแจ้งการจำกัดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคล เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข สามารถเรียกเอกสาร สิ่งของ หรือบุคคลมาให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เพื่อนำไปสู่การสร้างเสริมสังคมสันติสุขร่วมพัฒนาประเทศชาติให้เจริญอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ขณะที่มาตรา 6 ว่าด้วยหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ได้เพิ่มข้อความคำว่าสิ่งของ เข้าไปใน (3) เพื่อให้ครอบคลุมกับสิ่งของอื่นๆที่ไม่จำกัดเฉพาะเอกสารที่เป็นแผ่นกระดาษเข้าให้ข้อมูลกับกรรมการ นอกจากนั้นยังแก้ไขในส่วนของการทำรายงานผลดำเนินงานการทำงานจากเดิมที่กำหนดให้รายงานต่อรัฐสภา ไปเป็นเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา เพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น นอกจากนั้นได้เพิ่มวรรคท้ายเพื่อให้ความคุ้มครองการทำหน้าที่ของคณะกรรมการ ที่ได้ทำโดยกระทำโดยสุจริต

ถกงบประมาณฯปี70วันที่สอง

วันเดียวกัน เวลา09.30น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระแรก วงเงิน 3.78ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่2

‘พท.’กระทุ้งงบพัฒนาทุนมนุษย์

โดยน.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ห่วงใยตัวเลขงบประมาณขาดดุล เข้าใจเหตุผลที่รัฐบาลต้องใช้งบประมาณแก้ปัญหาให้ประเทศ แต่จะดีกว่าหรือไม่ถ้าในอนาคตถ้ารัฐบาลจะจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นหรือกู้ลดลง การทำให้ประสบความสำเร็จคือพัฒนาทุนมนุษย์ ให้รัฐเก็บรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน เมื่อประชากรมีทักษะสูงขึ้น จะขับเคลื่อนจีดีพีประเทศให้เติบโต จัดเก็บภาษีได้มากขึ้น ประเทศที่พัฒนาแล้วมีสัดส่วนงบวิจัยและพัฒนาร้อยละ2.7 ของจีดีพี แต่งบประมาณประเทศไทยมีสัญญาณน่ากังวลในงบการศึกษาลดลงต่อเนื่อง หายไปเกือบร้อยละ8 ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา สะท้อนว่า ขณะที่งบประมาณโดยรวมโตขึ้น แต่การศึกษาและการพัฒนาเด็กไทยถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

บี้เพิ่มงบพัฒนาครอบคลุม4กระทรวง

น.ส.จิราพรอภิปรายอีกว่า4 กระทรวงหลักเกี่ยวกับการพัฒนาทุนมนุษย์คือกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) กระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถูกปรับลดงบการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยเฉพาะกระทรวงอว.ที่กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถูกปรับลดงบประมาณปี2570ลงกว่า 31.87%ส่งผลให้การขับเคลื่อนโครงการสำคัญที่จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมขั้นสูงติดขัดปัญหา ขณะที่กระทรวงแรงงาน งบพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ถูกตัดลดลง การพัฒนาทุนมนุษย์ไม่ใช่ภาระงบประมาณ แต่คือการลงทุนเพิ่มศักยภาพการจัดเก็บรายได้ สร้างเศรษฐกิจประเทศระยะยาว ต้องให้ความสำคัญจัดสรรงบ ถ้ารัฐบาลไม่เริ่มลงทุนพัฒนาทุนมนุษย์อย่างจริงจัง ประเทศไทยก็ยากจะเติบโตมีเศรษฐกิจมูลค่าสูง

ปชน.สับรบ.เมินทุนมนุษย์-สิ่งแวดล้อม

ด้านนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน อภิปรายท้วงติงงบประมาณด้านสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 รัฐบาลไม่ได้เตรียมงบไว้เลย งบจัดการฝุ่นถูกตัด งบท้องถิ่นจัดการไฟป่าได้มาแค่ 341ล้านบาท งบสนับสนุนเกษตรกรไม่ให้เผา ได้ 261ล้านบาท จัดงบไร้ระบบแบบแผน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาซูเปอร์เอลนีโญที่จะเข้ามาปลายปีนี้ ทำให้ต้นปีหน้าประเทศไทยเสี่ยงเจอPM 2.5 หนักกว่าทุกปี ขณะที่ปัญหาปลาหมอคางดำ ในงบปี2570 ไม่มีแม้แต่บาทเดียวมาจัดการปัญหานี้ ขอถาม รมว.เกษตรและสหกรณ์จะเอาเงินจากไหนมาแก้ปัญหา จะ 70วันแล้ว รู้หรือยังนายทุนคนใดเป็นต้นตอการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ

นายภัทรพงษ์อภิปรายต่อว่าทั้งนี้ยังมีปัญหาแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขงเป็นพิษจากการทำเหมืองของประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาลไม่พูดไม่ทำเลย จนปัญหาลุกลาม มีค่าสารหนู สารตะกั่วเกินหลายเท่า กรมควบคุมมลพิษควรรับผิดชอบ แต่ของบไป145ล้านบาท ได้มาแค่ 50ล้านบาท เป็นเครื่องตรวจน้ำอัตโนมัติ 7เครื่องๆละ 7ล้านบาท ไม่มีงบบำบัดแม้แต่บาทเดียว ลองเอาน้ำกก จ.เชียงรายมาให้รัฐมนตรีล้างมือล้างหน้า จะได้รู้สารพิษเยอะแค่ไหน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สาธารณภัย เป็นภัยความมั่นคงใหม่ รัฐบาลบอกพูดแล้วทำ ถามว่า ในงบปี 2570 รัฐบาลจัดงบช่วยใคร ตอบได้ง่ายๆว่า ช่วยคนนอก100%ช่วยเจ้าของเหมืองให้รวย ไม่คิดถึงคนไทย ที่ต้องอยู่กับสารพิษเลย

‘ชัยชนะ’ตั้งฉายางบฯเสี่ยกำมะลอ

ขณะที่ นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่าร่างงบประมาณฯปี 2570 วงเงินสูงถึง 3.78 ล้านล้านบาทเศษ เป็นการตั้งงบประมาณแบบขาดดุลสูงสุดถึง 7.88แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.9ของ GDP ตนขอให้ฉายางบประมาณฉบับนี้ว่าเป็น”งบประมาณเสี่ยกำมะลอ”เนื่องจากตัวผู้จัดทำคือนายกฯเดินสายไปจังหวัดไหนก็มักจะไปสร้างความหวังว่าจะจัดสรรงบประมาณให้ แต่พอกลับมาดูข้อเท็จจริงงบกลุ่มจังหวัดและงบจังหวัดกลับถูกหั่นทิ้งไปกว่า 22,000ล้านบาท เหลือเพียง 4,000ล้านบาท เฉลี่ยแล้วตกไม่ถึงจังหวัดละ 100ล้านบาท ถือเป็นการทำร้ายและรวมศูนย์อำนาจกลับเข้าสู่ราชการส่วนกลาง ขัดต่อสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคแกนตั้งรัฐบาลเคยหาเสียงไว้ว่าจะกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นได้งบร้อยละ35แต่สุดท้ายท้องถิ่นได้เพียงร้อยละ 29 เท่าเดิม เหมือนหลอกใช้เขาเป็นหัวคะแนนช่วงเลือกตั้งเท่านั้น

ซัดยับหั่นงบสธ.ดูแลผู้ป่วยจิตเวช

นายชัยชนะอภิปรายถึงงบประมาณด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะงบฯกรมสุขภาพจิตว่าปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มผู้ป่วยจิตเวชสูงขึ้นลามไปถึงขั้นตั้งข้อสังเกตว่าคนใน ครม.บางคนอาจมีอาการเข้าข่ายด้วยหรือไม่ เพราะพูดจาหลงลืม เช่นกรณีเรื่องราคามะพร้าวลูกละบาท พอกุ้งมีปัญหา บอกว่ากุ้งมีแค่100 ตัน หรือการให้อินฟลูเอนเซอร์ช่วยขายทุเรียนกิโลละ 100 บาท ทั้งที่หน้าสวนราคา 150 บาท เป็นต้นกรมสุขภาพจิตขอตั้งงบฯผลิตจิตแพทย์เพิ่ม 34 คน วงเงินเพียง 77 ล้านบาทเศษ แต่กลับถูกหั่นเหลือ 27 ล้านบาท ผลิตได้เพียง 22 คน ขณะที่งบดูแลผู้ป่วยจิตเวชทั่วประเทศที่มีตัวเลขสูงถึง 1.34 ล้านคน และมีสถิติพยายามฆ่าตัวตายปีละ 3 หมื่นราย เสียชีวิตสำเร็จถึง 5 พันราย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน กรมสุขภาพจิตขอไป 220 ล้านบาท แต่รัฐบาลกลับจัดสรรให้เพียง 88 ล้านบาท คิดค่ารักษารายหัวผู้ป่วยนอกให้เพียงคนละ 100 บาท จากต้นทุนจริง 716 บาท สะท้อนชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับระบบสาธารณสุข ทั้งที่ผู้นำรัฐบาลเคยดำรงตำแหน่ง รมว.สาธารณสุขมาก่อน

จี้พัฒนาแพลตฟอร์มAIของรัฐบาลเอง

นายชัยชนะยังอภิปรายถึงเม็ดเงินที่สูญเสียไปกับแพลตฟอร์มต่างประเทศเช่นการซื้อสิทธิ์ใช้งาน AI อย่าง ChatGPT ของประชาชนและหน่วยงานรัฐว่าหากคิดคำนวณแล้วคนไทยต้องเสียเงินออกนอกประเทศปีละเกือบแสนล้านบาท เหตุใดรัฐบาลไม่คิดจะพัฒนาแพลตฟอร์ม AIของรัฐบาลเองเพื่อเปิดให้กลุ่มเปราะบาง นักเรียนและนักศึกษาได้ใช้งานฟรี

“วันนี้ใช่ว่าท่านเป็นรัฐบาลแล้วจะอยู่ในช่วงฮันนีมูน บางท่านอยู่กันมาตั้งแต่อนุทิน 1จนถึงอนุทิน 2 ฮันนีมูนยังไม่จบ เดินสายตรวจราชการมีรถนำเดินแอ็กอาร์ตเท่ไปเรื่อยๆแต่ไม่แก้ปัญหา ผู้นำสูงสุดของประเทศต้องมีจิตวิญญาณความเป็นผู้นำ มีความจริงใจต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของประชาธิปไตย วันนี้เสียงของ สส.ที่พูดไป ท่านไม่เคยรับฟัง มอบหมายให้สส.ซีกรัฐบาลมาเข้าเวรยื้อองค์ประชุมล่ม จึงขอให้ครม.กลับมาฟังเสียงในสภา เพื่อให้ประเทศมีงบประมาณที่ดีในการพัฒนาต่อไป”นายชัยชนะ กล่าว

‘ณัฐชา’ฉะหั่นเบี้ยพิการ-แช่แข็งสูงวัย

เวลา 12.00 น.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายถึงงบประมาณกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)ว่า โดยเฉพาะเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า ปี 2569 ได้รับ 16,267 ล้านบาท แต่ปีงบประมาณปี 70 เหลือเพียง 15,810 ล้านบาท รายงานของยูนิเซฟระบุว่า เงินเด็กเล็กถ้วนหน้าตกหล่นอยู่ 53% ซึ่งในจำนวนนี้ 34.4% เป็นเด็กที่ยากจนที่สุด ขณะที่เบี้ยความพิการที่บอกว่าจะปรับเพิ่มจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาทถ้วนหน้า แต่งบปี 2570 ยังไม่มีการปรับเพิ่ม ขณะที่เบี้ยผู้สูงอายุยังไม่มีการปรับเพิ่มตั้งแต่ปี 2554 ถูกแช่แข็งมาราว 14 ปี

สับแหลกงบพม.ลดลง1.9พันล้าน

สำหรับงบประมาณของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้รับการจัดสรร 26,331 ล้านบาท ลดลง 1,954 ล้านบาทจากปีที่ผ่านมา ซึ่งบางหน่วยงานในสังกัดถูกปรับลดงบประมาณเกินครึ่ง ทั้งที่งบประมาณที่ถูกปรับลดมีความสำคัญ เพราะเป็นเหมือนฟูกรองชีวิตของประชาชนไม่ให้ล้มหายตายจาก ส่วนงบด้านบุคลากร เป็นงบตัวเดียวที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับงบช่วยบุคลากรจำนวน 154 ล้านบาท จ้างเหมาบุคลากรไปช่วยปฏิบัติงานและมีการจ้างเหมาบริการอีก 199 ล้านบาท พร้อมกับเลี้ยงข้าวนอกเวลาอีก 18 ล้านบาท

“ปี 69 มีงบเร่งรัดสวัสดิภาพทำอะไรไม่รู้ แต่ค่าอาหาร 53 ล้านบาท เขากินอะไรกันอยากรู้จังเลย อยากไปประชุมด้วยจังเลย มาปีนี้โครงการเดียวกัน ลดค่าอาหารเหลือล้านเดียว แล้วปีที่แล้วกินอะไรกัน” นายณัฐชา กล่าง

หั่นงบเยียวยาช่วยผู้ตกทุกข์ได้ยาก

นายณัฐชากล่าวอีกว่าตอนงบฯปี2569 ซื้อรถน้ำมัน 106 ล้านบาท แต่ปี 2570 จัดงบประมาณขอเช่ารถไฟฟ้า 263ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีงบซื้อคอมพิวเตอร์ปี 2569ซื้อไปแล้ว 140 ล้านบาท โดยในปี 2570เพิ่มงบซื้อคอมพิวเตอร์เป็น 283ล้านบาท สำหรับงบประมาณในปีนี้ยังหั่นงบประมาณที่จะรองรับผู้ตกทุกข์ได้ยาก โดยเฉพาะงบรายจ่ายจำเป็นพื้นฐานในสถานสงเคราะห์จาก 7 ล้านบาทเหลือ 1 ล้านบาท เงินอุดหนุนช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสามจังหวัดชายแดนใต้ 114 ล้านบาทเหลือ 108 ล้านบาท งบช่วยเหลือฉุกเฉิน 120 ล้านบาทเหลือ 96 ล้านบาท และเงินซ่อมบ้านผู้สูงอายุปกติช่วยอยู่หมื่นกว่า หลังปีนี้ลดเหลือเพียง 5,000 หลัง เช่นเดียวกับงบของการเคหะแห่งชาติที่เข้าโครงการคนละครึ่งหั่นงบจาก 1,800 ล้านบาทเหลือ 546 ล้านบาท

ตนสงสัยว่าภาษีประชาชนจ่าย แต่ใครได้ประโยชน์ เงินช่วยเหลือคนพิการที่ถูกตัดงบเงินฉุกเฉิน 11.8ล้านบาทแต่กลับไปมีงบสร้างระบบIT Data Center 54.8 ล้านบาท สำนักปลัดฯตัดงบเงินฉุกเฉินช่วยเหลือ 24 ล้านบาท แต่กลับมีงบขอเช่ารถไฟฟ้าใหม่ 39 ล้านบาท ส่วนงบช่วยเหลือฉุกเฉินสำหรับคนยากจน ซึ่งถูกปรับลด 54 ล้านบาท แต่กลับไปซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ 47 ล้านบาท สำหรับเงินที่ประชาชนได้รับลดทุกรายการ แต่เงินที่อำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการกลับเพิ่มทุกรายการ อาจจะบอกว่าไม่ได้ใช้ภาษีประชาชนแต่เป็นงบประมาณจากกองทุน จะยิ่งหนักเพราะเงินบางกองทุน ไม่ได้รับการสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎรและภาษีประชาชนก็จริง แต่เป็นเงินที่ภาคเอกชนสมทบตามกฎหมาย

ฉะหลักสูตรอบรมสู่ความเป็นเลิศ

นายณัฐชา กล่าวว่า ขณะที่โครงการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรสู่ความเป็นเลิศ ปีงบ 2569 ได้ 25 ล้านบาท แต่ปีนี้ได้จัดสรร 54 ล้านบาท น่าสนใจว่าเป็นเลิศทางด้านไหนเพราะทุกโครงการถูกปรับลด แต่โครงการนี้ได้รับการจัดสรรเพิ่มในงบ 54 ล้านบาท ซึ่งจ่ายไปกับงบดำเนินการ 2.6 ล้านบาท อีก 48.6 ล้านบาทสู่ความเป็นเลิศด้านการสร้างตึก แบ่งเป็นตึกเก่าที่ค้างจ่าย 32.5 ล้านบาทและตึกใหม่อีก 16.1 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีงบทำหลักสูตรสู่ความเป็นเลิศอีก 3 ล้านบาท เมื่อดูในรายละเอียดงบปี2570กระทรวง พม. จัดทำหลักสูตรหลายหลักสูตร อาทิ หลักสูตรผู้นำร่วมเปลี่ยนแปลงทางสังคม 2.1 ล้านบาท หลักสูตรนักบริหารการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 402,600 บาทหลักสูตรยกระดับอาชีพแบบครบวงจร 530,000 บาทหลักสูตรต้นกล้าข้าราชการ 312,000 บาท หลักสูตรนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 220,700 บาท พร้อมกับค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการอีก 1.9 ล้านบาท

”ค่าประชุม 1.9 ล้านบาท เพื่อจัดหลักสูตรให้เป็นเลิศในการดูแลพี่น้องประชาชน แต่เป็นเลิศแบบสิ้นไร้ไม้ตอก เดินไปอย่างเท่ล้วงกระเป๋าไม่มีตังช่วยประชาชน“ นายณัฐชา กล่าว

เย้ยปชช.เดือดร้อนจนต้องพึ่งอินฟลูฯ

นายณัฐชากล่าวทิ้งท้ายว่าวันนี้ประชาชนเดือดร้อนหาใครไม่ได้ หันหา พม.ไม่มีเงิน จึงหันหาโซเชียลมีเดีย อินฟลูเอนเซอร์ หรือเจ้าของบริษัท กลายเป็นการค้าความลำบาก ใครที่มีสตอรี่ยากจนข้นแค้นลำบากอเนจอนาถเดือดร้อนเข้าคอนเซปต์ที่จะเรียกยอดเอนเกจเมนต์และเจียดเงินบางส่วนมาช่วยเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม นักสังคมสงเคราะห์ของไทยยังขาดแคลน ปัจจุบันไทยมีนักสังคมสงเคราะห์ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ 2.14% แต่ปี 2570 ได้รับงบประมาณสนับสนุน 1.4 ล้านบาท วันนี้กระทรวง พม. ควรเปลี่ยนบทบาทจาก Operator เป็น Regulator หรือผู้กำกับดูแลเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ดี มีคุณภาพ และทั่วถึง

Leave a comment