
เตรียมสรุปคดีสอบโกง ปปช.ชี้ปมผิด ชงบอร์ดตั้งทีมไต่สวน
วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
เตรียมสรุปคดีสอบโกง ปปช.ชี้ปมผิด ชงบอร์ดตั้งทีมไต่สวน แกะรอยขุดTORล็อกสเปก เค้นผอ.พิชิตร่ำรวยผิดปกติ ทรงศักดิ์แฉเกมล้มประมูล
ป.ป.ช.เตรียมสรุปโกงสอบท้องถิ่นภายใน 2 สัปดาห์ ลั่นหลักฐานสาวถึง ฟันไม่เลี้ยง พร้อมเสนอบอร์ดใหญ่ตั้งทีมไต่สวนหลังได้พยานหลักฐานเพียงพอเอาผิด ก่อนเรียกผู้เกี่ยวข้องมาแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมสั่งสอบ“ผอ.พิชิต”ร่ำรวยผิดปกติ รวมทั้งตรวจTOR จ้างสอบล็อกสเปกหรือไม่ ด้าน“ทรงศักดิ์”ลุยแจ้งความ“ส้ม-กิจ”ขัดผลประโยชน์หาเรื่องล้มประมูล ขณะที่“โรม”รับลูกสอบทุจริตสอบท้องถิ่น 67-69 พบพิรุธไฟล์ข้อมูล รั่วไหล ตามจี้ ป.ป.ง.อายัดทรัพย์
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายทิวา การกระสัง ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจากนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยว ข้องกับการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนา ซึ่งมีการพาดพิงว่านายทรงศักดิ์เกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบคัดเลือกบุคลากรท้องถิ่น
นายทิวา เปิดเผยว่า นายทรงศักดิ์ได้รับคลิปเสียงดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 แต่ในขณะนั้นยังไม่มีการเอ่ยถึงชื่อนายทรงศักดิ์ จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ปปง.และหน่วยงานอื่นๆ ให้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดสอบ เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่อาจมีความผิดปกติ
นายทิวา ระบุว่า ในช่วงเวลานั้นกระบวนการจัดสอบอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง โดยมีมหาวิทยาลัย 2 แห่งเข้าร่วมเสนอราคา ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ แม้ว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์จะเสนอราคาต่ำกว่า แต่คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมีความน่าเชื่อถือมากกว่า จึงคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบ ก่อนส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลางพิจารณาตามขั้นตอน และกรมบัญชีกลางมีความเห็นให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเป็นผู้ดำเนินการ
ยืนยันทุกอย่างทำถุกต้อง
ทั้งนี้ ยืนยันว่าขั้นตอนดังกล่าวเป็นกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ ไม่ใช่การซื้อขายตำแหน่งหรือซื้อขายข้อสอบตามที่ถูกกล่าวอ้าง อีกทั้งในขณะนั้น แม้จะมีคลิปเสียง แต่ยังไม่มีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการเรียกรับหรือรับเงิน จึงไม่สามารถดำเนินคดีได้ และไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะมีการกระทำในลักษณะดังกล่าว
ต่อมา ภายหลังมีการเผยแพร่คลิปเสียงผ่านเพจ “บังแจ็ค” ซึ่งมีการเอ่ยชื่อนายทรงศักดิ์อย่างชัดเจน พร้อมกล่าวอ้างว่า มีโควตาผู้สอบจากคนใกล้ชิดจำนวน 1,500 อัตรา โดยผู้เข้าสอบต้องจ่ายเงินอัตราละ 350,000 บาท ให้หน่วยงานที่จัดสอบและนายทรงศักดิ์ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของรองนายกรัฐมนตรีอย่างร้ายแรง
นายทิวา กล่าวว่า จึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ส้ม และนายกิจ (นามสมมติ) ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวว่าเป็นเจ้าของเสียงในคลิป รวมถึงผู้เผยแพร่คลิปผ่านเพจ “บังแจ็ค” ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 รวมทั้งความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
อัดพวกเสียประโยชน์
นายทิวา ยังระบุว่า เชื่อว่าคลิปเสียงดังกล่าวมีเจตนาทำลายกระบวนการประมูล เนื่องจากกลุ่มบุคคลบางกลุ่มไม่ได้รับประโยชน์ อีกทั้งยังมุ่งสร้างความเสียหายต่อนายทรงศักดิ์และพรรคการเมืองที่สังกัด ทั้งที่นายทรงศักดิ์ไม่เคยรู้จักหรือมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลทั้ง 2 คนมาก่อน
สำหรับ น.ส.ส้ม และนายกิจ ปัจจุบันทั้งคู่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเคยเข้าพบคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวมาก่อน นายทิวาเชื่อว่า หากพนักงานสอบสวนออกหมายเรียก ทั้งสองจะเข้ามาให้ปากคำ ขณะที่พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ และจะพิจารณาว่าพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามที่กล่าวหาหรือไม่ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
แจ้งเบาะแสเก็บเป็นความลับ
นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเปิดรับเรื่องร้องเรียน และแจ้งเบาะแสกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุ บุคคลเป็นข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หลังนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้ดำเนินการและรายงานผลให้นายกฯรับทราบต่อเนื่อง ว่า ขณะนี้มีประชาชนร้องเรียน จำนวนไม่มากนัก โดยคาดว่าคงจะรอวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ที่จะเปิดให้มีการรายงานตัว จึงขอให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายทยอยแจ้งเบาะแส เพื่อรวบรวมตัวเลขข้อมูล
“ขอให้ประชาชนมั่นใจ ที่ชี้แจงข้อมูลและเบาะแสเข้ามาจะปิดเป็นความลับ ตามปกติวิธีการทำงาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะสื่อสารออกไปจะมีเพียงตัวเลขของจำนวนเรื่องที่ร้องเรียนเข้ามา ส่วนรายละเอียดแลtกระบวนการ จะปิดเป็นความลับ โดยในเบื้องต้นได้มีการประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการชี้แจงต่าง ๆ แล้ว
ปปช.บอกอย่าไปกังวล
นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิคณะกรรมการการป.ป.ช.ขั้นตอนการตรวจสอบการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งสำนัก งานจะเสนอให้ที่ประชุมป.ป.ช.พิจารณาตั้งคณะกรรมการไต่สวนว่า ยืนยันว่าเรื่องนี้ ป.ป.ช.ได้มีการดำเนินการได้เร็วพอสมควร โดยจะต้องไต่สวนและสืบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงก่อนที่จะมีการแจ้งข้อความหา ซึ่งวิธีการไต่สวนจะแตกต่างจากการทำงานของพนักงานสืบสวน แต่ระยะเวลา 120 วันเช่นกัน ขณะนี้ได้ดำเนินการเกี่ยวกับรายละเอียดการเปรียบเทียบบัญชี ได้ดำเนินการไปเกือบครึ่งแล้ว และได้ดำเนินการไต่สวนพยานบุคคล โดยเมื่อวานที่ผ่านมาได้มีการประสานขอข้อมูลจากกรมปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงสอบปากคำพยานประกอบเกือบหมดแล้ว ยืนยันว่าในส่วนของพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ป.ป.ช. ได้สอบปากคำไว้หมดแล้วขออย่ากังวล
ตรวจสอบทีโออาร์
ส่วนรายละเอียดการสอบสวนโดยเฉพาะ TOR ที่มีการระบุในการจัดจ้างส่สนการจัดสอบราชการท้องถิ่นซึ่งเกี่ยวข้องกับอธิบดีหลายราย จะต้องเรียกมาสอบทั้งหมดหรือไม่ นายพัฒนพงศ์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของระบบหรือระเบียบราชการการ เมื่อเป็นคำสั่ง การลงนามในเอกสารมีใครเป็นผู้เกี่ยวข้องบ้าง โดยรายละเอียดตรงนี้ ก็จะเป็นในส่วนของหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้อง และหลังจากนี้พนักงานไต่สวนก็จะมีการนำเสนอต่อ ป.ป.ช.ให้พิจารณาตั้งคณะกรรมการไต่สวนต่อไป ส่วนจะไต่สวนใครบ้างก็ขึ้นอยู่กับรายละเอียดในเนื้อหา
ซึ่งรายละเอียดใน TOR จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่ได้ข้อยุติว่าเป็นการล็อคสเปคหรือไม่ แต่จะต้องสอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องพยาน ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญมาช่วย ป.ป.ช. โดยเลขาธิการป.ป.ช.ได้มอบหมายให้มีการไปสรุปสำนวนอย่างเร็วภายใน 1 สัปดาห์อย่างช้าภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช. ซึ่งขั้นตอนจากนี้ก็เป็นขั้นตอนของการไต่สวน สามารถเชิญผู้ถูกกล่าวหามาแจ้งข้อกล่าวหา และรับฟังการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา
ขณะที่สำนวนทั้งในส่วนของการแก้ไขกระดาษคำตอบและการเขียน TOR ส่อไปในทางล็อกสเปคเป็นเรื่องเดียวกันแต่อาจจะมีหลายประเด็น ขณะนี้อยู่ระหว่างการแต่งตั้งทีมไต่สวนซึ่งจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมป.ป.ช.ให้พิจารณาในคราวเดียวกัน แต่งานด้านสืบสวนโดย เลขา ป.ป.ช.ได้มอบหมายให้ดูแลงานด้านอิเล็กทรอนิกส์และประสานงานกับ ปปง.มาร่วมพิจารณา หากถึงขั้นแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนแสดงให้เห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอรวมถึงพยานวัตถุและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง ส่วนจะไปถึงใครบ้างก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน
สอบผอ.พ.ร่ำรวยผิดปกติ
สำหรับระยะเวลาในการไต่สวนนั้นได้มีการกำหนดไว้เบื้องต้นใช้เวลา 3-6 เดือน ซึ่งส่วนตัวมองว่าเร็ว โดยขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหาใช้เวลาประมาณ 1 เดือนและในกรณีเช่นนี้เมื่อมีการไต่สวนและเชิญมาแจ้งข้อกล่าวหาก็จะเข้าสู่กระบวนการปกติของป.ป.ช. ซึ่งจากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวน การพิจารณาว่าจะชี้มูลหรือไม่
ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลใจว่าคดีนี้จะเจอตอหรือไม่นั้น นายพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ป.ป.ช. ทำคดีการเมืองมาโดยตลอด ส่วนพยานหลักฐานไปจุดไหน ก็ต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ขณะนี้ ป.ป.ช.ต้องระมัด ระวังข้อมูลเนื่องจากประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาเปิดดูข่าวสารได้ ขอให้เกิดความมั่นใจว่าป.ป.ช.ทำงานเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนอย่างแน่นอน หากคนใดจะชี้ช่องหรือให้ข้อมูล ก็สามารถติดต่อเข้ามาได้เพราะป.ป.ช.จัดเก็บเป็นความลับ และเมื่อเจอพยานหลักฐานก็จะมีการแถลงข่าวให้ทราบเป็นระยะๆ
ขณะที่การตรวจสอบเส้นเงินบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นก็สามารถดำเนินการควบคู่กันไปได้ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการก็ได้ทยอยพิจารณารายละเอียดแล้ว และในส่วนของนาย พ. ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรีนั้น ขณะนี้ป.ป.ช.ได้ตั้งสำนวนในเรื่องของการร่ำรวยผิดปกติแล้ว และจะตรวจสอบเส้นทางการเงิน
จี้ปปง.อายัดทรัพย์
ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน รับยื่นหนังสือจากสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน (ส.ต.ป. ) กรณีปัญหาการทุจริตในการสรรหาบุคคลเพื่อเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567 ถึง 2569 ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและพบร่องรอยการทุจริตมาอย่างต่อเนื่อง โดย นายพิชัย พิทักษ์ เลขาธิการ ส.ต.ป. ได้ให้ข้อมูลว่ามูลเหตุเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งมีการยื่นคัดค้านต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ชะลอโครงการเนื่องจากพบการเรียกรับเงิน ต่อมาในปี 2568 เกิดปัญหาความไม่โปร่งใสในการกำหนด TOR จนมีการคัดค้านจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ซึ่งเป็นผู้ร่วมประมูล จนกระทั่งมีการเปลี่ยนรัฐบาลและผู้มีอำนาจกำกับดูแลจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการในช่วงหนึ่ง กลับมาสู่การดูแลของพรรคภูมิใจไทย และมีการประกาศผลให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ซึ่งทางสมาคมฯ ตั้งข้อสังเกตว่าการกำหนด TOR มีช่องโหว่ที่เอื้อต่อการทุจริต เนื่องจากคณะกรรมการกำหนด TOR มีความสอดคล้องกับคณะกรรมการออกข้อสอบของ มศว และข้อเท็จจริงปรากฏภายหลังเมื่อตำรวจ CIB เข้าจับกุมที่อำเภอบางบัวทอง พบกระดาษคำตอบกว่า 3,000 แผ่น ซึ่งเป็นข้อมูลที่หลุดออกมาจากไฟล์ในแฟลชไดรฟ์
สร้างความเสียหายต่อรัฐ
นายพิชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบข้อพิรุธสำคัญเรื่องการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ โดยพบความผิดพลาดที่สร้างความเสียหายต่อรัฐ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในฐานะผู้ลงนามในสัญญาจ้างและประกาศผู้ชนะเป็นผู้กำกับดูแล โดยมีข้อสังเกตเรื่องการขยายเวลาแก้ไขโปรแกรมจาก 48 ชั่วโมง เป็น 15 วัน ซึ่งอาจเป็นช่องว่างในการแก้ไขข้อมูล
นายพิชัย กล่าวด้วยว่า อีกทั้ง TOR กำหนดให้จัดเก็บไฟล์ในรูปแบบ JPG และ PDF ลงในแฟลชไดรฟ์โดยไม่มีการเข้ารหัสหรือล็อกรหัสไฟล์ จนไฟล์ไปปรากฏที่บริษัทในอำเภอบางบัวทองและถูกสั่งพิมพ์ออกมา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าไฟล์ดังกล่าวมีนามสกุล LTSC ซึ่งเป็นไฟล์ที่ใช้ในองค์กรภาครัฐอย่าง สถ. หรือ มศว. เท่านั้น ไม่ใช่ไฟล์ .XLS ที่ใช้ทั่วไป ทางสมาคมฯ จึงขอให้กรรมาธิการตรวจสอบเส้นทางเงินของผู้กระทำผิด รวมถึงเจ้าของบริษัทในอำเภอบางบัวทอง ซึ่งเป็นผู้อำนวยการอยู่ที่อำเภอวิเชียรบุรี และประสาน ปปง. เพื่ออายัดทรัพย์สินก่อนที่จะมีการฟอกเงินจนไม่สามารถเรียกคืนได้
แนะใช้มาตรการยึดทรัพย์
ด้าน นายรังสิมันต์ โรม กล่าว ถ้าเป็นอย่างที่ผู้ร้องว่าในเรื่องของการไม่เข้ารหัสในแฟลชไดรฟ์หรือแม้กระทั่งไฟล์ ผมว่าพี่น้องสื่อมวลชนขอสเตตเมนต์จากธนาคารยังมีการเข้ารหัสอยู่บ้างเลย ดังนั้นการจัดสอบที่สำคัญและเกี่ยวพันกับระบบราชการ ตกลงแล้วมาตรฐานมันอยู่ตรงไหน และต้องมีใครรับผิดชอบไหม ซึ่งจะรวมไปถึงผู้บริหารระดับสูงที่มีอำนาจในการกำกับดูแลด้วยหรือไม่ โดยหนึ่งในมาตรการที่เราจะทำคือการใช้มาตรการด้านการฟอกเงิน เพราะคดีทุจริตเป็นคดีมูลฐานอยู่แล้ว การตามยึดอายัดทรัพย์สินจะเป็นการทำลายแรงจูงใจในระยะยาว และต้องตั้งคำถามดังๆ ว่าความผิดนี้จะอยู่แค่เฉพาะฝ่ายประจำจริงหรือ หรือมีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
นายรังสิมันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางกรรมาธิการจะรับเรื่องนี้ไปพิจารณาบรรจุระเบียบวาระและแจ้งความคืบหน้าให้ผู้ร้องทราบต่อไป โดยตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาทุจริตสอบในอดีตมักจบลงด้วยการย้ายข้าราชการและให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ใหม่โดยไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน ครั้งนี้จึงต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อทำลายวงจรทุจริต ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องข้อความ “ช่วยน้ำเงินด้วย” นั้น แม้ตนจะไม่ได้เป็นคนรับเรื่องโดยตรง แต่เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อกระบวนการยุติธรรมและความโปร่งใสทางการเมือง
เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงที่ผู้ส่งข้อความมีตำแหน่งและอิทธิพลต่อการเลือกตั้ง จึงจำเป็นต้องให้ ปปง. เข้ามาตรวจสอบเส้นทางเงินของทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพราะผู้ที่กระทำความผิดมักหวังผลในเรื่องเงินเป็นหลัก และหวังว่าข้อความดังกล่าวจะไม่ได้มาจากนายกรัฐมนตรีหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้งนี้กรรมาธิการมีแผนที่จะเชิญผู้เกี่ยวข้องรวมถึงฝ่ายการเมืองที่มีอำนาจกำกับดูแลมาให้ข้อมูล เพื่อขยายผลไปให้ถึงตัวการใหญ่หรือ Mastermind ผู้อยู่เบื้องหลังห่วงโซ่การทุจริตและยึดทรัพย์สินมาเป็นของแผ่นดินเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
ส่งรายงานให้ผู้ว่าเพชรบูรณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีคดีทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งมี “พ”ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ตกเป็นผู้ต้องสงสัยพัวพันกับการทุจริตดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้สั่งการให้ทางเทศบาลรายงานข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน ล่าสุดมีการส่งรายงานดังกล่าวถึง ผวจ.เพชรบูรณ์แล้ว ทั้งประสานสอบปากคำ แต่ถึงตอนนี้ยังหาตัวไม่เจอ