
รับไม่ได้แอร์สาวขนผงขาว นายกฯเดือด กระทบภาพลักษณ์ชาติ
วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
รับไม่ได้แอร์สาวขนผงขาว นายกฯเดือด กระทบภาพลักษณ์ชาติ เรียกประชุมด่วน3ก.ค. ป.ป.ส.จับมือตร.ออสซี่ รู้ตัวหมดแล้วรอตะครุบ
นายกฯเดือดข้ามโลก ข่าวแอร์สาวเจ้าจำปี ขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย สั่งด่วนข้ามประเทศ เรียกประชุมหน่วยงานปราบปรามยาเสพติด-AOT 3 กรกฎาคมนี้ หวั่น กระทบภาพลักษณ์ผลักดันไทยเป็นฮับด้านการบิน ด้าน ป.ป.ส.เค้นสอบไรเดอร์คนที่ 1 ไม่พบผิด เปิดวงจรมัดไรเดอร์อีกคนขับเก๋งส่งของสั่งเร่งล่าตัว ขณะที่ ออสเตรเลียแถลง ครึ่งปีแรกไทยก่อคดีฉาวอื้อ 6 คดีผู้ต้องหา 10 คน ทั้งผงขาว ยาบ้า มูลค่าพันล้าน
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีแอร์โฮสเตส สายการบินไทย ถูกตำรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลีย (AFP) จับกุมหลังจากขนเฮโรอีนที่ซุกซ่อนในกระเป๋าผ้า และยังมีกรณีพบชาวต่างชาติขนยาเสียสาวเดินทางจากไทยไปออสเตรเลียอีกด้วย
ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียติยศ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 28 มิ.ย. – 2 ก.ค. 2569 ได้สั่งการด่วนจากประเทศฝรั่งเศสให้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติดทั้งหมด รวมไปถึงการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (AOT) มาประชุมในช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 3 ก.ค.นี้
ทั้งนี้ มีรายงานว่านายกฯไม่พอใจเป็นอย่างมาก หลังจากเกิดเหตุการณ์ทั้ง 2 เหตุการณ์ เนื่องจากกระทบภาพลักษณ์ของประเทศ และต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบิน และตั้งเป้าเข้าเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในปี 2571
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ ว่า เมื่อเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น สายการบินก็ต้องกําชับไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก แต่เรื่องแบบนี้ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้
ไรเดอร์หนุ่มให้ข้อมูลปปส.
เมื่อเวลา 10.50 น. ที่ สำนัก งาน ป.ป.ส.(ดินแดง) กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.สำนักปราบปราบยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมด้วยชุดสืบสวน ป.ป.ส. ได้เดินทางมารอรับ นายกิตติกร (สงวนนามสกุล) ไรเดอร์ขนส่งบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งปรากฏภาพในกล้องวงจรปิดเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.69 บริเวณด้านหน้าคอนโดมิเนียม เดอะ โคสต์ แบงค็อก (The Coast Bangkok) ถนนสุขุมวิท แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่พักของ น.ส.มีนา คอนโด่ะ อายุ 26 ปี พนักงานต้อนรับสายการบินไทย ที่ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมตัว ณ ท่าอากาศยาน เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.69 เนื่องจากพยายามลักลอบนำเข้าเฮโรอีน ปริมาณ 1 กก. ไว้ภายในกระเป๋าสัมภาระเดินทาง อย่างไรก็ตาม นายกิตติกร กลายเป็นบุคคลที่สังคมให้ความสนใจสงสัย เนื่องจากปรากฏภาพในกล้องวงจรปิดในวันที่ 23 มิ.ย.69 เวลา 11.15 น. นำส่งพัสดุไปยังคอนโดฯ ของ น.ส.มีนา เช่นเดียวกัน แต่ไม่ใช่ไรเดอร์คนเดียวกันกับที่นำพัสดุที่บรรจุยาเสพติดในวันที่ 22 มิ.ย.69 เวลา 12.00 น. (วันเกิดเหตุ) เจ้าตัวจึงได้เดินทางไปเข้าพบพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อคืนวันที่ 30 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับพัสดุในวันที่ 22 มิ.ย.69 ดังกล่าว
ปปส.แถลงปมไรเดอร์
เมื่อเวลา 11.30 น. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีน้องไรเดอร์ซึ่งเป็นผู้ชาย ที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.69 โดยได้มีการนำส่งพัสดุให้แก่ น.ส.มีนา ยังคอนโดมิเนียม แต่ ไม่ใช่ไรเดอร์คนเดียวกันกับที่นำส่งพัสดุซึ่งบรรจุเฮโรอีนให้แก่ น.ส.มีนา เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.69 แต่อย่างใด จึงเดินทางมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเป็นไรเดอร์คนละคนกัน กล่องที่นำส่งพัสดุก็คนละสี รายการนำส่งก็คนละอย่างกัน โดยน้องไรเดอร์คนนี้ขอความร่วมมือสื่อมวลชนไม่เปิดเผยหน้าตาชื่อและนามสกุลจริง อย่างไรก็ตาม เราได้ตรวจสอบโดยละเอียดแล้ว ขอยืนยันว่า น้องไรเดอร์ที่มาวันนี้ เป็นคนละคนกับที่เราต้องการตัว เพราะเนื่องจากที่เมื่อวานนี้ (30 มิ.ย.69)
เช็คยิบกล่องพัสดุ
ซึ่งตนได้แถลงข่าวและขอความร่วมมือจากพี่น้องสื่อมวลชนให้ช่วยกันตามหาบุคคลที่เป็นคนส่งพัสดุภัณฑ์ของผู้ต้องสงสัยที่เป็นเฮโรอีนไปให้กับ น.ส.มีนา ซึ่งจากภาพข่าวที่ได้มีการเผยแพร่ และได้รับความร่วมมือจากพี่น้องสื่อมวลชน ก็ทำให้มีพลเมืองดีที่ได้ส่งของให้กับน้องมีนา ได้มาแสดงตนที่ สภ.สำโรงเหนือ จังหวัดสมุทรปราการ เราจึงเชิญร้องไรเดอร์มาให้การ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบโดยละเอียด จึฝพบว่าน้องที่มาแสดงตนวันนี้ ได้นำส่งพัสดุให้กับน้องมีนาจริง แต่เป็นพัสดุคนละรายการ และคนละวัน เพราะพัสดุเฮโรอีนถูกส่งเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.69 เวลาประมาณเที่ยงเศษ แต่น้องไรเดอร์พลเมืองดีที่มาให้การในวันนี้ เราได้ดูภาพกล้องวงจรปิดแล้ว พบว่ามีการส่งพัสดุในวันที่ 23 มิ.ย. ตอนเช้า ซึ่งชัดเจนว่าเป็นคนละกล่อง อีกทั้งการแต่งตัวก็เป็นการแต่งกายคนละลักษณะ เพราะไรเดอร์น้องผู้ชายคนนี้ มีการใส่ฮู้ดจริง แต่เป็นเสื้อสีเหลือง แต่ของผู้ต้องสงสัยที่เราต้องการตัวมาสอบปากคำ เขาใส่ฮู้ดสีดำไปส่งของในวันที่ 22 มิ.ย.69 จึงเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าเป็นคนละคน และเป็นพัสดุคนละรายการเลย อนึ่ง พัสดุที่น้องไรเดอร์คนนี้นำส่งให้กับน้องมีนาในวันที่ 23 มิ.ย.69 เป็นกล่องสีน้ำตาล ส่วนพัสดุที่ไรเดอร์ต้องสงสัยนำส่งให้น้องมีนาในวันที่ 22 มิ.ย.69 จะเป็นกล่องพัสดุสีดำ
สงสัยไรเดอร์ขับเก๋ง
พ.ต.ต.สุริยา เผยอีกว่า จากการขยายผลตรวจสอบกล้องวงจรปิด เรายังพบว่าพาหนะที่มีการนำส่งพัสดุให้กับน้องมีนาที่คอนโดมิเนียม ในวันที่ 22 มิ.ย.69 ที่เราสงสัยและต้องการตัวมาสอบปากคำ จะเป็นรถยนต์สีดำเข้ม แต่ยังไม่สามารถบอกยี่ห้อรถ ทะเบียนเลขรถ และเส้นทางการขับได้ เพราะเราต้องใช้ในการขยายผล และขอประชาสัมพันธ์ให้คนที่นำส่งพัสดุดังกล่าวรายนี้ เดินทางให้ความร่วมมือให้ข้อมูลกับ ป.ป.ส. โดยเร็ว ก่อนที่เราจะมีการขยับมาตรการออกหมายเรียก หากยังคงเงียบและไม่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลใด ๆ ส่วนกรณีของน้องไรเดอร์วันนี้ที่เป็นพลเมืองดีเข้าให้ข้อมูล น้องได้นำส่งพัสดุให้แก่น้องมีนา ในวันที่ 23 มิ.ย.69 ซึ่งน้องขับมอเตอร์ไซค์ไปส่งของ ไม่ใช่รถยนต์เก๋งแต่อย่างใด
พ.ต.ต.สุริยา เผยต่อว่า ตอนนี้เรายังคงเร่งตรวจสอบและประสานความร่วมมือการทำงานอย่างใกล้ชิดทั้งกับตำรวจนครบาล ตำรวจสำนักงานปราบปรามยาเสพติด เพื่อไล่กล้องวงจรปิดทุกส่วน ว่ารถยนต์คันดังกล่าวที่นำส่งพัสดุยาเสพติดให้กับน้องมีนาในวันที่ 22 มิ.ย.69 เป็นใคร และมีความเชื่อมโยงกับต้นทางยาเสพติดอย่างไรหรือไม่ และเป็นการรับของมาจากที่ใด ส่วนการแถลงข่าวของตนก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่ามีไรเดอร์เป็นแกร็บ มาส่งพัสดุให้กับน้องมีนาในวันที่ 22 ม .ย.69 นั้น ตนให้แถลงจากบันทึกที่ทางนิติกรของคอนโดฯ น้องมีนาได้บันทึกไว้ในรายงานของคอนโดฯ ว่าใครเป็นคนมาส่งพัสดุ แต่เราก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อทั้งหมด อ๋อใช้เวลาในการขยายผลสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่ากล่องพัสดุที่บรรจุยาเสพติดเฮโรอีนมาในกล่องจะเป็นคนละบริษัทกับที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะว่ากล่องแพ็คเก็จพัสดุภัณฑ์เหล่านี้ ผู้ส่งสามารถซื้อได้ตามร้านส่งทั่วไป แล้วค่อยนำส่งสินค้าถึงผู้รับก็เป็นไปได้
จี้ให้รีบมาพบตำรวจ
พ.ต.ต.สุริยา ย้ำว่า ถ้าไรเดอร์ตัวจริงที่นำส่งพัสดุยาเสพติดแก่น้องมีนา ไม่เข้ามาให้ข้อมูลแก่ ป.ป.ส. จะมีความผิดหรือไม่นั้น ตนขอเรียนว่า ถ้าท่านมีส่วนร่วม และมีเจตนาที่จะปกปิดในการกระทำผิดในการส่งยาเสพติดครั้งนี้ให้กับน้องมีนา ก็มีความผิดแน่นอน แต่ถ้าหากท่านแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่เกี่ยวข้องและชี้แจงเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน ก็ไม่มีความผิดอะไร ตนจึงอยากประชาสัมพันธ์ หากใครมีคนรู้จัก หรือเป็นคนใกล้ชิดกับบุคคลที่เราต้องการตัว ก็ฝากบอกเขาให้รีบเข้ามาให้ข้อมูลโดยเร็วด้วย
พ.ต.ต.สุริยา เผยว่า ส่วนการแกะรอย Facebook อวตาร ชื่อ “Rose Rose” ว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง หรือเชื่อมโยงกับบัญชีผู้ใช้ที่ชื่อ ”แป้งที่แปลว่าแป้ง“ หรือไม่นั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้มีลูกเรือหลายคนที่ถูกทักแชทข้อความสอบถามเรื่องการรับหิ้วของไปยังเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ว่า ทางเรายังไม่ขอยืนยันในตอนนี้ว่าบัญชีผู้ใช้ทั้งสองรายจะเป็นผู้ใช้คนเดียวกันหรือไม่ เนื่องจากในตอนนี้มีสื่อบางกระแสไปยืนยันว่าเป็นผู้ใช้คนเดียวกัน แต่เราไม่เคยพูดว่าทั้งสองบัญชีนี้เป็นคนเดียวกันหรือไม่อย่างไร เราเพียงแต่ยืนยันว่าบุคคลที่ใช้บัญชี Facebook ที่ชื่อ ”Rose Rose” คือคนที่ทักไปติดต่อกับน้องมีนา เพื่อขอให้น้องรับหิ้วส่งของไปยังประเทศออสเตรเลีย แต่เรากำลังใช้ความพยายามประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายและแอพพลิเคชั่น เพื่อทำการสืบสวนให้ได้ว่าเป็นใคร ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังใช้บัญชี Facebook ดังกล่าว และแม้ว่าบัญชี Facebook จะมีการปิดตัวลงไปแล้ว ก็ไม่ได้ยากต่อการขยายผลสืบสวน เพราะมันยังปรากฏร่องรอยให้เราสามารถตรวจสอบค้นหาได้ด้วยความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน
ประชุมร่วมออสเตรเลีย
พ.ต.ต.สุริยา ระบุด้วยว่า สำหรับลูกเรือรายใดที่เคยถูกบัญชีผู้ใช้ Facebook ชื่อ “Rose Rose” ทักข้อความมาสอบถามเรื่องการรับหิ้วสินค้าของไทยไปยังต่างประเทศ ในลักษณะเดียวกับน้องมีนาโดน ก็สามารถเข้าให้ข้อมูลกับเราได้เสมอ อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าในการขยายผลและประสานงานความร่วมมือทางคดีในวันนี้ ช่วงเวลา 14.00 น. เราจะได้มีการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลีย หรือ AFP
แอร์บินไทยขึ้นศาล14กค.
พ.ต.ต.สุริยา ย้ำว่า ส่วนเรื่องคดีสาวการบินไทยนั้น สถานทูตไทยประจำออสเตรเลียได้เข้าดูแลในเรื่องของการให้คำปรึกษาทางด้านคดีความ ขอให้ไม่ต้องเป็นกังวล และปัจจุบันน้องก็ยังคงอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียเหมือนเดิม และเตรียมขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์นในวันที่ 14 ก.ค.69
อย่างไรก็ตามในขณะนี้ถือว่าอยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัย เพราะยังสาวไม่ถึงต้นตอ สำหรับน้ำหนักยาเสพติดอย่างเป็นทางการในคดีน้องมีนา เนื่องด้วยทางการออสเตรเลียจับกุมของกลางเป็นกระเป๋าลายปักช้างไทย 2 ใบ จากจำนวน 12 ใบ และได้มีการกรีดหนึ่งในสองใบ และนำชั่งน้ำหนัก นำเข้าตรวจในแล็บ จึงพบว่ามีเฮโรอีนน้ำหนัก 900 กรัม ส่วนกระเป๋าอีกใบ มีการประมาณการณ์ว่าก็อาจจะน้ำหนัก 900 กรัมเช่นกัน
จิงโจ้แถลงขับสาวไทย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจออสเตรเลียแถลงเรื่องการจับกุมและตั้งข้อหาพนักงานต้อนรับสาวชาวไทยวัย 26 ปี ถ้อยคำแถลงได้ไล่ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่จับกุม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ต้องหาปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินระหว่างประเทศ บินมาลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติเมลเบิร์น
เจ้าหน้าที่กองกำลังชายแดนออสเตรเลียตรวจพบความผิดปกติจากการเอกซเรย์กระเป๋าผ้าของเธอจำนวน 12 ใบ เมื่อฉีกตรวจสอบพบผงสีขาวซุกซ่อนอยู่ภายในซับในของกระเป๋า ซึ่งผลตรวจเบื้องต้นยืนยันว่าเป็นเฮโรอีน เจ้าหน้าที่ประเมินว่า ยาเสพติดที่ตรวจยึดได้มีมูลค่าประมาณ 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 11.5 ล้านบาท) ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหาหนัก 2 กระทง ตามกฎหมายออสเตรเลีย คือนำเข้าสารเสพติดควบคุมในปริมาณเพื่อการค้า และครอบครองสารเสพติดควบคุมเพื่อการค้า พร้อมคุมตัวส่งฟ้องศาลและปฏิเสธการให้ประกันตัว สำหรับความผิดทั้งสองข้อหามีโทษจำคุกสูงสุดกระทงละ 25 ปี และเธอมีกำหนดต้องขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์นอีกครั้งในวันที่ 14 กันยายนนี้
แฉครึ่งปีจับได้ 6 คดี
ทางตำรวจออสเตรเลียมีมาตรการไม่ประนีประนอมต่อบุคคลที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ที่ได้รับความไว้วางใจมาเอื้อประโยชน์ต่อกิจกรรมผิดกฎหมาย เราจะเดินหน้ากวาดล้างบุคคลที่ใช้สถานนะทางสังคม หรือ หน้าที่การงานมาสนับสนุนการค้ายาเสพติดอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าคุณจะมีตำแหน่งหรือยศระดับใด หากพยายามฝ่าฝืนกฏหมายของประเทศ จะต้องเผชิญการลงโทษอย่างถึงที่สุด เราจะใช้ทั้งระบบคัดกรองและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเฝ้าระวังและรักษาความมั่นคงของพรมแดนอย่างเข้มงวดต่อไป
นอกจากนี้มีรายงานข้อมูลในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 ว่ามีผู้เดินทางจากประเทศไทยถูกตั้งข้อหาในคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติดเชิงพาณิชย์อย่างน้อย 6 คดี และมีผู้ถูกตั้งข้อหาอย่างน้อย 10 คน สามารถตรวจยึดเฮโรอีน ยาบ้า และยาเสพติดประเภทอื่นรวมกว่า 82 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าประเมินได้มากกว่า 40 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ ประมาณ 915 ล้านบาท
สื่อของออสเตรเลีย ยังได้รายงานว่าบริษัทสายการบินไทยได้ออกแถลงการณ์ยอมรับว่าผู้ถูกจับกุมเป็นพนักงานของบริษัทจริง และกำลังร่วมมือกับทางทางการออสเตรเลียอย่างเต็มที่ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งมีมาตรการเด็ดขาดคือให้ออกจากงานทันที หากพบว่ากระทำความผิดจริง
จับสาวฝรั่งเศสขนผงจากไทย
หลังจากเกิดกรณีที่สำนักงานตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (Australian Federal Police: AFP) แถลงผลการจับกุมพนักงานหญิงต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินไทยอายุ 26 ปีรายหนึ่ง พร้อมของกลางเป็นเฮโรอีน น้ำหนักราว 1 กิโลกรัมซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้า ขณะเดินทางมาถึงสนามบินเมลเบิร์นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ในข้อหาลักลอบนำเข้าและครอบครองยาเสพติดผิดกฎหมายนั้น แต่ก่อนหน้านั้นทางการออสเตรเลียยังได้จับกุมหญิงชาวฝรั่งเศสอายุ 31 ปีรายหนึ่งที่เดินทางมาจากประเทศไทย ฐานนำเข้าสารเสพติดผิดกฎหมายด้วยเช่นกัน
โดยเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน เว็บไซต์ AFP ได้เผยแพร่ข่าวการนำตัวผู้ต้องหาหญิงชาวฝรั่งเศสรายนี้ขึ้นศาลแขวงเพิร์ท เพื่อรับทราบข้อกล่าวหากรณีลักลอบนำเข้ายาเสพติดที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายชายแดนออสเตรเลีย โดยระบุว่าผู้ต้องหาหญิงชาวฝรั่งเศสรายนี้ ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ในย่านแมนนิง ได้ถูกเจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันชายแดนออสเตรเลีย(ABF) จับกุมขณะเดินทางถึงสนามบินนานาชาติเพิร์ทเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 หลังเดินทางมาจากประเทศไทย เนื่องจากระหว่างการตรวจสอบสัมภาระ เจ้าหน้าที่ ABF พบของเหลวต้องสงสัยอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่เขียนว่าเป็น ครีมอาบน้ำ ซึ่งจากการทดสอบของเหลวภายในพบว่าเป็น สารบิวเทนไดออล มีปริมาณ 50 กรัม ซึ่งเป็นสารเสพติดที่อยู่ภายใต้การควบคุมการนำเข้าตามกฎหมายของออสเตรเลีย
เจอข้อหายาเสพติด
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ ABF ยังตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของหญิงรายดังกล่าวและพบภาพถ่ายที่บ่งชี้ว่าเธอยังอาจมีการซุกซ่อนสารเสพติดประเภทดังกล่าวไว้ภายในร่างกายอีก จากนั้นผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้ถูกส่งต่อให้ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) ดำเนินการ ซึ่งต่อมาหญิงฝรั่งเศสรายนี้ได้ขับถ่ายยาเม็ดสเตียรอยด์ออกมาจำนวน 40 เม็ด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางดังกล่าวไว้เพื่อนำไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์
ผู้ต้องหาหญิงชาวฝรั่งเศสรายนี้ถูกตั้งข้อหา 1 กระทงฐานนำเข้าสารเสพติดควบคุมในปริมาณที่เข้าข่ายเพื่อการค้าซึ่งเป็นการกระทำผิดตามมาตรา 307.2 แห่งประมวลกฎหมายอาญาของเครือรัฐออสเตรเลีย ความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 25 ปี
ปีเตอร์ บรินดัล รักษาการผู้บังคับการสืบสวนของ AFP กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามายังประเทศออสเตรเลียผ่านทางท่าอากาศยานของประเทศ