
2 ก.ค. 2569 13:12 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
โดนัลด์ ทรัมป์ ประเดิมบิน “แอร์ฟอร์ซวัน” 1.3 หมื่นล้าน ของขวัญสุดอื้อฉาวจากกาตาร์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประเดิมนั่งเครื่องบิน “แอร์ฟอร์ซวัน” ลำใหม่ “โบอิ้ง 747-800” มูลค่ากว่า 400 ล้านดอลลาร์ (ราว 13,300 ล้านบาท) ที่รัฐบาลกาตาร์มอบให้เป็นของขวัญ ประเดิมเที่ยวบินแรกมุ่งสู่รัฐนอร์ทดาโคตา ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทั้งสองพรรคเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้เริ่มออกเดินทางครั้งประวัติศาสตร์ด้วยเครื่องบินประจำตำแหน่ง “แอร์ ฟอร์ซ วัน” ลำใหม่ ซึ่งดัดแปลงมาจากเครื่องบิน โบอิ้ง 747-800 มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 13,300 ล้านบาท ที่ได้รับมอบเป็นของขวัญจากรัฐบาลกาตาร์ ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้สะท้อนตัวตนของทรัมป์อย่างชัดเจน
แอร์ฟอร์ซวันลำใหม่นี้ ได้สลัดโทนสีฟ้าอ่อนแบบดั้งเดิมที่ใช้มานานเพื่อพรางตาบนท้องฟ้าออกไป โดยเปลี่ยนมาใช้โทนสีโปรดของทรัมป์ คือ ตัวเครื่องส่วนล่างสีน้ำเงินกรมท่า คาดด้วยแถบสีแดงและสีทอง ภายในตกแต่งอย่างหรูหราตามแบบฉบับที่ทรัมป์เชื่อว่าคู่ควรกับคณะผู้ติดตามของผู้นำประเทศ ประกอบด้วย พรมเนื้อนุ่ม, เบาะที่นั่งปรับนอนราบ, การตกแต่งด้วยแผงไม้หรูหรา และมีการปั๊มตราสัญลักษณ์ประธานาธิบดีลงบนเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง
“มันมีสองทางเลือก คุณจะทำแบบเงียบๆ โลว์โปรไฟล์ หรือคุณจะแสดงมันออกมาให้โลกเห็น” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยความภาคภูมิใจ “นี่น่าจะเป็นเครื่องบินพาณิชย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา พูดตรงๆ นะ สหรัฐฯ สร้างเครื่องบินแบบนี้เองไม่ได้หรอก เพราะเราคงไม่พร้อมจะทุ่มเงินมหาศาลขนาดนั้น แต่กาตาร์เขาจ่ายแบบจัดเต็ม”
เครื่องบินที่กาตาร์มอบให้ลำนี้ เดิมทีเป็นเครื่องบินที่ทางการกาตาร์พยายามประกาศขายแต่ขายไม่ออก ทรัมป์จึงนำมาใช้เป็นเครื่องบิน “เชื่อมต่อ” ชั่วคราว แทนเครื่องบินโบอิ้ง 747-200 ลำเดิมที่ใช้งานในยุคสงครามเย็นมานานถึง 36 ปี เนื่องจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำใหม่ที่สั่งต่ออย่างเป็นทางการ 2 ลำ เกิดความล่าช้ากว่ากำหนดและคาดว่าจะส่งมอบได้เร็วที่สุดในปี 2027 และ 2028 โดยงบประมาณบานปลายจาก 3,700 ล้านดอลลาร์ เป็น 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
กองทัพอากาศสหรัฐฯ ระบุว่า การดัดแปลงเครื่องบินจากกาตาร์ลำนี้ใช้เงินไปไม่ถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่บางแหล่งข่าวคาดว่ามูลค่าการแปลงโฉมรวมอาจสูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเน้นไปที่ความพร้อมในการปฏิบัติงานมากกว่ารูปลักษณ์ ทำให้โครงสร้างห้องโดยสารภายในเปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม จากภาพถ่ายที่มีการวิเคราะห์โดยสำนักข่าวเอพี พบว่า เครื่องบินลำนี้ไม่ได้ติดตั้งระบบตรวจจับขีปนาวุธและระบบต่อต้านการโจมตีทางอากาศ เหมือนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเดิม ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพอากาศยอมรับว่าจงใจตัดการดัดแปลงทางวิศวกรรมที่ซับซ้อนบางอย่างออกไป เช่น ไม่ได้ขยายขนาดประตูเครื่องบิน และไม่มีบันไดในตัวเครื่อง
เจอเรไมอาห์ เกิร์ตเลอร์ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Teal Group บริษัทที่ปรึกษาด้านการบินและความมั่นคง ระบุว่า การขาดหายไปของระบบป้องกันภัยและเสาอากาศสื่อสารที่มีจำนวนน้อยลง ชี้ชัดว่าแอร์ฟอร์ซวันลำนี้เหมาะสำหรับใช้บิน “ภายในประเทศเท่านั้น” เกิร์ตเลอร์ กล่าวว่า “ถ้าคุณต้องเดินทางไกล คุณย่อมเลือกใช้รถคันใหญ่ที่หรูหราและปลอดภัยที่สุด แต่ถ้าคุณแค่ขับวนรอบเมือง คุณก็อาจจะยอมลดสเปกลงมา ซึ่งเครื่องบินลำนี้ดูเหมือนจะเป็นรุ่นที่ใช้เฉพาะในประเทศ”
อย่างไรก็ดี ทรัมป์เผยว่าเขามีแผนจะใช้เครื่องบินลำนี้เดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดนาโต ที่ประเทศตุรกีในสัปดาห์หน้า ซึ่งขัดแย้งกับข้อจำกัดด้านความมั่นคงดังกล่าว
การรับของขวัญมูลค่ามหาศาลจากประเทศอำนาจในตะวันออกกลางครั้งนี้ ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงและเกิดความขัดแย้งจากทั้งสองพรรคการเมืองในสหรัฐฯ โดยพรรคเดโมแครตตราหน้าเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “นิยามของคอร์รัปชัน” และแสดงความกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างรุนแรง
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ต่อต้านยังชี้ว่า งบประมาณที่สูญเสียไปกับการดัดแปลงเครื่องบินลำนี้ ควรถ่ายโอนไปสนับสนุนโครงการ “เซนทิเนล” (Sentinel) ซึ่งเป็นโครงการปรับปรุงขีปนาวุธข้ามทวีปของสหรัฐฯ ที่กำลังล่าช้ากว่ากำหนดไปหลายปี อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่าการรับบริจาคครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้องทุกประการ และทรัมป์ยังอ้างว่าช่วยประหยัดเงินภาษีประชาชนได้เป็นจำนวนมาก พร้อมเผยว่าในอนาคตเครื่องบินลำนี้จะถูกนำไปจัดแสดงในหอสมุดประธานาธิบดีของเขา
ตามปกติแล้ว ผู้สื่อข่าวจะไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายภาพภายในเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันหากประธานาธิบดีไม่ได้อยู่ด้วย แต่ในเที่ยวบินแรกเมื่อวันพุธ บรรดาทีมงานของทรัมป์ต่างพากันแชร์ภาพถ่ายภายในเครื่องลงบนโซเชียลมีเดีย
สตีเวน ชอง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาว ได้โพสต์ภาพคณะที่ปรึกษานั่งล้อมรอบโต๊ะประชุมวงกลมขนาดใหญ่บนเก้าอี้หนังระดับกัปตัน ขณะที่ โมนิกา ครอว์ลีย์ หัวหน้าฝ่ายพิธีการทูตสหรัฐฯ โพสต์ภาพตนนั่งอยู่บนโซฟาหนังหรูหรา ขนาบข้างด้วยหมอนอิงแอร์ฟอร์ซวัน โดยมีฉากหลังเป็นภาพจำลองของอนุสรณ์สถานโทมัส เจฟเฟอร์สัน ที่ใส่กรอบอย่างสวยงามติดอยู่บนผนัง
สำหรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้ เครื่องบินได้พาทรัมป์มุ่งหน้าไปยังรัฐนอร์ทดาโคตา เพื่อเยี่ยมชม “หอสมุดประธานาธิบดีธีโอดอร์ รูสเวลต์” ซึ่งทรัมป์ถือเป็นแขกอย่างเป็นทางการคนแรกที่ได้เข้าเยี่ยมชม ก่อนที่หอสมุดดังกล่าวจะเปิดทำการอย่างเป็นทางการในช่วงเฉลิมฉลองวันชาติสหรัฐฯ ครบรอบ 250 ปี.
ที่มา Associated Press / Guardian