รัสเซียถล่มกรุงเคียฟครั้งใหญ่ที่สุด คร่าแล้ว 27 ศพ และบาดเจ็บเฉียด 100 ราย

รัสเซียถล่มกรุงเคียฟครั้งใหญ่ที่สุด คร่าแล้ว 27 ศพ และบาดเจ็บเฉียด 100 ราย

3 ก.ค. 2569 04:25 น.

รัสเซียถล่มกรุงเคียฟครั้งใหญ่ที่สุด คร่าแล้ว 27 ศพ และบาดเจ็บเฉียด 100 ราย

รัสเซียถล่มเมืองหลวงยูเครนครั้งใหญ่ที่สุด โดยโจมตีต่อเนื่องนานกว่า 11 ชั่วโมง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 27 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเกือบ 100 ราย โดยมอสโกอ้างว่าทำเพื่อตอบโต้การโจมตีของยูเครน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพรัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน โดยส่งโดรนและยิงขีปนาวุธเข้าถล่มตลอดทั้งคืนวันพุธเข้าสู่วันพฤหัสบดีที่ 2 ก.ค. 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 27 ศพ

นายติมูร์ ทคาเชนโก หัวหน้าฝ่ายบริหารทางทหารของกรุงเคียฟเปิดเผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 91 ราย ขณะที่นายวิตาลี คลิทช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟกล่าวว่า สถานีรถพยาบาลเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ถูกโจมตีในครั้งนี้ด้วย

แม้ว่าการโจมตีครั้งก่อนจะคร่าชีวิตผู้คนมากกว่าครั้งนี้ แต่การระดมยิงระลอกล่าสุดนี้ดำเนินต่อเนื่องยาวนานถึง 11 ชั่วโมง มีการใช้ยุทโธปกรณ์จำนวนมากที่สุดในการถล่มกรุงเคียฟ และสร้างความเสียหายต่อสถานที่ต่าง ๆ เป็นวงกว้าง

ประชาชนในหลายพื้นที่ของกรุงเคียฟต้องอพยพอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเหตุโจมตีเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ออกมาเตือนว่ารัสเซียกำลังเตรียมการโจมตีครั้งใหญ่

ด้านรัสเซียแถลงว่า กองทัพของพวกเขาโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหาร เพื่อตอบโต้ยูเครนที่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนของรัสเซียในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลเครมลินบอกกับผู้สื่อข่าวในวันพฤหัสบดีว่า รัสเซียจะ “ยังคงเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลต่อไป เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่เราตั้งไว้”

ขณะที่ยูเครนได้ออกมากล่าวหารัสเซียว่าจงใจมุ่งเป้าไปที่พื้นที่พลเรือน และระบุว่าเป็นการผิดมหันต์ที่จะนำการกระทำของ “ผู้รุกราน กับประเทศที่กำลังปกป้องตัวเอง” มาเปรียบเทียบว่าเท่าเทียมกัน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รถไฟใต้ดินในกรุงเคียฟระบุว่า มีประชาชนถึง 52,500 คน ซึ่งรวมถึงเด็ก 4,500 คน พากันไปหลบภัยในสถานีรถไฟใต้ดินแห่งต่างๆ ทั่วเมืองตลอดทั้งคืน นับเป็นจำนวนผู้อพยพที่สูงที่สุดในช่วงหลายปี

ด้านสภากาชาดยูเครนเปิดเผยว่า คลังสินค้าของพวกเขาถูกทำลายยับเยินจากการโจมตีตลอดทั้งคืน ส่งผลให้สูญเสียสิ่งของบรรเทาทุกข์ราว 320,000 รายการ มูลค่ารวมกว่า 1.3 ล้านปอนด์ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินงานด้านมนุษยธรรมและปฏิบัติการตอบสนองฉุกเฉินทั่วยูเครน

ชาวกรุงเคียฟซึ่งใช้ชีวิตผ่านช่วงเวลาของสงครามมานานถึง 4 ปีครึ่ง สังเกตเห็นว่ารูปแบบการโจมตีเมืองหลวงของรัสเซียในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมานั้นเปลี่ยนไป แม้ว่าความถี่ในการโจมตีอาจจะลดลง ทว่าการโจมตีแต่ละครั้งกลับลากยาวนานขึ้น อีกทั้งยังดูรุนแรงและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างมากกว่าเดิม

กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธ 74 ลูก และส่งโดรน 496 ลำเข้ามาโจมตีตลอดทั้งคืน โดยมุ่งเป้าไปที่เมืองหลวงเป็นหลัก แม้ว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศจะสามารถสกัดกั้นอาวุธส่วนใหญ่เอาไว้ได้ แต่ยังมีขีปนาวุธทิ้งตัว (ballistic missiles) 25 ลูก และโดรน 12 ลำที่หลุดรอดไปพุ่งชนเป้าหมายใน 33 จุดทั่วเมือง

ขณะที่ฝ่ายยูเครนก็เน้นหนักไปที่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย ซึ่งรวมถึงโรงไฟฟ้าและโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่ง ตั้งแต่พื้นที่ในมอสโกไปจนถึงแถบทะเลดำ

การโจมตีเหล่านั้นส่งผลให้ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ต้องออกมายอมรับว่า ประเทศของเขากำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

Leave a comment