
3 ก.ค. 2569 11:51 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
อิหร่านเคลื่อนศพ “อาลี คาเมเนอี” ถึงมัสยิดกลางเตหะราน เตรียมพิธีศพครั้งประวัติศาสตร์
อิหร่านเคลื่อนศพของ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” อดีตผู้นำสูงสุด ไปยังมัสยิดกลางโมซัลลา ในกรุงเตหะราน เพื่อประกอบพิธีศพอย่างเป็นทางการ หลังเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ท่ามกลางการเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด และการคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนร่วมพิธีระหว่าง 15-20 ล้านคน ซึ่งอาจกลายเป็นพิธีศพของรัฐที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อิหร่าน
สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า ร่างของ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งเสียชีวิตในวัย 86 ปี จากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่เป็นชนวนเหตุให้เกิดสงครามตะวันออกกลาง ได้ถูกเคลื่อนย้ายมาถึงมัสยิดกลางโมซัลลาในกรุงเตหะรานแล้ววันนี้ (3 ก.ค.) เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับพิธีศพอย่างเป็นทางการในช่วงสุดสัปดาห์นี้
การเตรียมงานพิธีศพในครั้งนี้ เดิมทีต้องหยุดชะงักไปในช่วงที่สงครามทวีความรุนแรงขีดสุด แต่สามารถดำเนินการต่อได้หลังจากอิหร่านและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นและอยู่ในช่วงประกาศหยุดยิงที่ยังคงมีความเปราะบาง
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะผู้เจรจาของอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์ปลุกระดมให้ชาวอิหร่านทุกคนออกมาร่วมพิธีเพื่อจารึกหน้าประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ และส่งเสียงเรียกร้องการล้างแค้นให้ดังไปทั่วโลก โดยคาดว่าจะมีผู้มาร่วมไว้อาลัยระหว่าง 15 ถึง 20 ล้านคน ซึ่งหากเป็นไปตามคาด จะถือเป็นพิธีศพของรัฐที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
ทางการอิหร่านได้เตรียมพร้อมการขนส่ง ที่พัก และอาหาร รวมถึงลดราคาโรงแรมลงถึง 50% และดัดแปลงโรงเรียน มัสยิด รวมถึงโรงยิม เพื่อรองรับคลื่นมหาชน โดยเหล่านักการศาสนาผู้ปกครองอิหร่านหวังว่า ภาพประชาชนนับล้านในชุดดำที่มาร่วมไว้อาลัย จะเปรียบเสมือน “ประชามติ” ที่ยืนยันว่าระบอบการปกครองแบบเทวาธิปไตยและการปฏิวัติอิสลามยังคงเข้มแข็ง หลังจากต้องเผชิญกับสงครามที่คุกคามต่อความคงอยู่ของรัฐ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่า ภายใต้ภาพความสามัคคีที่รัฐพยายามนำเสนอ การสนับสนุนระบอบการปกครองนี้ในหมู่ประชาชนกำลังลดน้อยลงอย่างมาก เนื่องจากชาวอิหร่านจำนวนมาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เหนื่อยหน่ายกับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่ยาวนานหลายทศวรรษ และไม่พอใจกับการปราบปรามผู้ออกมาประท้วงเรื่องเงินเฟ้ออย่างรุนแรงในช่วงเดือนธันวาคมและมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมีรายงานว่าชาวกรุงเตหะรานบางส่วนแอบส่งเสียงโห่ร้องยินดีจากในอาคารที่พักตอนที่ทราบข่าวการเสียชีวิตของคาเมเนอีในช่วงแรก
ในวันเสาร์นี้ ร่างของคาเมเนอีจะถูกนำมาประกอบพิธีเคารพศพเป็นเวลา 3 วันเคียงข้างร่างของบุคคลในครอบครัวที่เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งเดียวกัน ได้แก่ บุตรสาว, บุตรเขย, หลานสาว และภรรยาของ โมจตาบา ผู้นำสูงสุดคนใหม่ โดยมีผู้แทนและผู้นำระดับสูงจากกว่า 30 ประเทศตอบรับเข้าร่วม เช่น ปากีสถาน จีน รัสเซีย อัฟกานิสถาน และประเทศในแถบเทือกเขาคอเคซัส
ประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามองคือ นายโมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนที่ 3 ของอิหร่าน ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีที่คร่าชีวิตบิดา จะปรากฏตัวต่อสาธารณชนในพิธีหลักที่กรุงเตหะรานครั้งนี้หรือไม่ หลังจากที่ไม่มีภาพของเขาปรากฏในสื่อเลยนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น
ทางการอิหร่านได้ประกาศให้กรุงเตหะราน รวมถึงเมืองศักดิ์สิทธิ์อย่างกอม และมัชฮัด เป็นวันหยุดราชการ โดยสั่งปิดสำนักงานทั้งรัฐและเอกชนในกรุงเตหะรานตั้งแต่วันเสาร์ถึงวันจันทร์ พร้อมจำกัดการจราจรและปิดน่านฟ้าบางส่วนตั้งแต่วันศุกร์ และจะปิดน่านฟ้าเต็มรูปแบบในวันจันทร์
สำหรับกำหนดการรัฐพิธีเคลื่อนร่างผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ในวันเสาร์ – วันอาทิตย์ จะมีการจัดพิธีเคารพศพและไว้อาลัยที่มัสยิดกลางกรุงเตหะราน ส่วนวันจันทร์ จะมีขบวนแห่ศพครั้งใหญ่ใจกลางกรุงเตหะราน ต่อมาในวันอังคาร จะมีการเคลื่อนร่างไปยังเมืองกอม ศูนย์กลางของกลุ่มนักการศาสนานิกายชีอะห์ในอิหร่าน ส่วนวันพุธ จะมีการคลื่อนร่างไปยังเมืองศักดิ์สิทธิ์ นาจาฟ และ คาร์บาลา ในประเทศอิรัก โดยมีตัวแทนกลุ่มกองกำลังพันธมิตรของอิหร่านในภูมิภาคร่วมพิธี และวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.) ขบวนแห่ศพครั้งสุดท้ายและทำพิธีฝังร่าง ณ สุสานอิหม่ามเรซา ในเมืองมัชฮัด ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคาเมเนอี
ทั้งนี้ มาตรการรักษาความปลอดภัยจะถูกยกระดับขั้นสูงสุดตลอดช่วงเวลาการจัดงาน โดยกองทัพอิหร่านได้ขู่ว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรงทันที หากสหรัฐฯ หรืออิสราเอลฉวยโอกาสนี้เปิดฉากโจมตีซ้ำอีกครั้ง.