
3 ก.ค. 2569 09:00 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี บริจาคเงิน 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้ 20 องค์กรการกุศล ก่อนพิธีวิวาห์
เทย์เลอร์ สวิฟต์ นักร้องสาวชื่อดัง และทราวิส เคลซี นักอเมริกันฟุตบอล บริจาคเงินรวม 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 845 ล้านบาท ให้แก่องค์กรการกุศล 20 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกา ตอบแทนสังคมก่อนวิวาห์
โฆษกของสวิฟต์เปิดเผยว่า เงินบริจาคถูกกระจายไปยังองค์กรการกุศลทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ โดยส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองที่มีความผูกพันกับทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็นนครนิวยอร์ก เมืองแคนซัสซิตี รัฐมิสซูรี รัฐโรดไอแลนด์ เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี และเมืองเรดดิง รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทั้งคู่เคยใช้ชีวิตหรือมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
ในนครนิวยอร์ก องค์กรที่ได้รับการสนับสนุน ได้แก่ Food Bank For NYC, City Harvest และ Musical Mentors ซึ่งช่วยเหลือด้านอาหารและการศึกษาดนตรีแก่เยาวชนผู้ขาดโอกาส ส่วนที่เมืองแคนซัสซิตี มีการบริจาคให้กับ Children’s Mercy Hospital โรงพยาบาลเด็กชื่อดัง และเครือข่ายธนาคารอาหารในพื้นที่ ขณะที่องค์กรระดับประเทศที่ได้รับเงินสนับสนุนยังรวมถึง Feeding America, American Society for the Prevention of Cruelty to Animals (ASPCA) และโครงการ Dolly Parton’s Imagination Library ที่ส่งเสริมการอ่านสำหรับเด็กทั่วสหรัฐฯ
แม้ตัวแทนของสวิฟต์จะไม่ได้กล่าวถึงงานแต่งงานโดยตรง แต่สำนักข่าวหลายแห่งรายงานว่า ทั้งคู่เตรียมจัดพิธีวิวาห์แบบส่วนตัวที่ Madison Square Garden ในนครนิวยอร์ก ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด และมีการเตรียมสถานที่ขนาดใหญ่สำหรับการเฉลิมฉลอง อย่างไรก็ตามทั้งสวิฟต์และเคลซียังคงเก็บรายละเอียดของพิธีไว้เป็นความลับ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่าย
การบริจาคครั้งใหญ่ครั้งนี้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ด้านการกุศลของทั้งคู่ โดยสวิฟต์เคยบริจาคเงินหลายล้านดอลลาร์ให้ธนาคารอาหารในเมืองต่าง ๆ ระหว่างการจัดคอนเสิร์ต Eras Tour ขณะที่เคลซีได้รับการยกย่องจากกิจกรรมเพื่อสังคมผ่านมูลนิธิของตนเองและโครงการช่วยเหลือชุมชนในฐานะนักกีฬาของทีม Kansas City Chiefs
ทั้งคู่เริ่มคบหากันตั้งแต่ปี 2023 และประกาศหมั้นหมายในปี 2025 ก่อนกลายเป็นหนึ่งในคู่รักคนดังที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของวงการบันเทิงและกีฬา โดยการบริจาคครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำความตั้งใจของทั้งสองในการใช้ชื่อเสียงและทรัพยากรเพื่อสนับสนุนองค์กรที่ทำงานเพื่อสังคมในหลายด้าน ทั้งการบรรเทาความหิวโหย การดูแลเด็ก การศึกษา และสวัสดิภาพสัตว์.
ที่มา :channelnewsasia