
5 ก.ค. 2569 10:26 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
คิม จองอึน คุมทดสอบอาวุธบนเรือพิฆาต “คังกอน” สั่งเร่งเข้าประจำการภายใน 2 เดือน
“คิม จองอึน” ลงพื้นที่ตรวจตราการทดสอบยิงขีปนาวุธร่อนทางยุทธศาสตร์และระบบป้องกันภัยบนเรือพิฆาตลำใหม่ “คังกอน” ขนาด 5,000 ตัน พร้อมสั่งเดินหน้ายกระดับกองทัพเรือให้ทันสมัยและติดอาวุธนิวเคลียร์ และนำเรือเข้าประจำการภายใน 2 เดือน
สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) รายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้สังเกตการณ์การทดสอบยิงขีปนาวุธร่อนเชิงยุทธศาสตร์และการประเมินระบบอาวุธต่าง ๆ บนเรือพิฆาต คังกอน ขนาด 5,000 ตัน ซึ่งเป็นเรือรบลำใหม่ของกองทัพเรือเกาหลีเหนือ
รายงานระบุว่า การทดสอบมีขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 ก.ค.) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบการรบประจำเรือ โดยครอบคลุมการตรวจสอบระบบตรวจจับเป้าหมาย ระบบประมวลผลข้อมูล ระบบควบคุมการยิงแบบบูรณาการ ระบบอาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำ ระบบต่อต้านเรือดำน้ำ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ ปืนเรือ ปืนใหญ่อัตโนมัติ รวมถึงระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์
คิม จองอึน ได้รับฟังรายงานสรุปเกี่ยวกับแผนการทดสอบอาวุธ ก่อนชมการยิงขีปนาวุธร่อนเชิงยุทธศาสตร์และการทดสอบระบบอาวุธต่าง ๆ ด้วยตนเอง พร้อมกล่าวชื่นชมความก้าวหน้าของการพัฒนาอาวุธ และเรียกร้องให้เร่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการยับยั้งสงครามและเพิ่มศักยภาพการรบของประเทศ
ผู้นำเกาหลีเหนือยังมีคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทดสอบเรือพิฆาตคังกอนให้แล้วเสร็จอย่างมีประสิทธิภาพ และนำเรือเข้าประจำการในกองทัพเรือภายในระยะเวลา 2 เดือน
เรือพิฆาตคังกอนเป็นเรือรบชั้นเดียวกับ ชเว ฮยอน ซึ่งเพิ่งเข้าประจำการเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยเกาหลีเหนือประกาศว่าจะนำเรือทั้งสองลำมาเป็นกำลังหลักของแผนปรับปรุงกองทัพเรือครั้งใหญ่
ก่อนหน้านี้ คิม จองอึน ประกาศแผนสร้างเรือพิฆาตชั้นเดียวกันปีละ 2 ลำต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี พร้อมทั้งเปิดเผยโครงการพัฒนาเรือรบขนาด 10,000 ตัน และระบุว่าจะติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ให้กับกองทัพเรือในอนาคต
เรือคังกอนเคยประสบอุบัติเหตุระหว่างพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2568 โดยเรือเกิดเอียงและพลิกตะแคงบางส่วนจนได้รับความเสียหายต่อหน้าคิม จองอึน ซึ่งในเวลานั้นตำหนิเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเกิดจาก “ความประมาทอย่างร้ายแรง” และ “ความไร้ความรับผิดชอบ” พร้อมสั่งให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่เรือลำดังกล่าวจะได้รับการซ่อมแซมและกลับเข้าสู่กระบวนการทดสอบอีกครั้ง
การเร่งพัฒนากองทัพเรือของเกาหลีเหนือมีขึ้นท่ามกลางการเดินหน้าขยายศักยภาพทางทหารอย่างต่อเนื่อง หลังการประชุมสุดยอดระหว่างคิม จองอึน กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในปี 2562 ล้มเหลวจากความเห็นต่างเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์และการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร โดยเปียงยางยังคงประกาศตนเป็น “รัฐนิวเคลียร์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้”
ปัจจุบัน เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังอยู่ในภาวะสงครามในทางเทคนิค เนื่องจากสงครามเกาหลีระหว่างปี 1950-1953 สิ้นสุดลงเพียงข้อตกลงหยุดยิง ไม่ใช่สนธิสัญญาสันติภาพ ขณะที่กองทัพเรือเกาหลีใต้มีเรือรบขนาดตั้งแต่ 5,000 ตันขึ้นไปมากกว่า 10 ลำ ส่วนเกาหลีเหนือมีเพียง 2 ลำ
เคซีเอ็นเอระบุว่า คิม จองอึน ยืนยันว่าจะเร่งเสริมสร้าง “ศักยภาพการยับยั้งสงคราม” และแสดงให้เห็นถึง “เจตจำนงทางการเมืองและความมุ่งมั่นในการครอบครองอำนาจที่เหนือกว่าอย่างเด็ดขาด” ผ่านการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น แม้ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของมาตรการดังกล่าวเพิ่มเติม.
ที่มา AFP / Reuters