รื้อคะแนน15,520คน เสร็จใน3วัน สถ.เล็งสอยย้อนหลัง อึ้งแก้ไขไฟล์115หน ขัดข้อตกลงในTOR

รื้อคะแนน15,520คน เสร็จใน3วัน สถ.เล็งสอยย้อนหลัง อึ้งแก้ไขไฟล์115หน ขัดข้อตกลงในTOR

รื้อคะแนน15,520คน เสร็จใน3วัน สถ.เล็งสอยย้อนหลัง อึ้งแก้ไขไฟล์115หน ขัดข้อตกลงในTOR

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

รื้อคะแนน15,520คน เสร็จใน3วัน สถ.เล็งสอยย้อนหลัง อึ้งแก้ไขไฟล์115หน ขัดข้อตกลงในTOR เผยดร.‘พ’ยังล่องหน เมินนัดเข้าให้ปากคำ

เปิดเอกสาร กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ถึงผลสืบสวนทุจริตสอบท้องถิ่น พบผลคะแนนในไฟล์ภาพกระดาษคำตอบไม่ตรงกับผลคะแนนในไฟล์ประมวลผลการสอบภาค ก และภาค ข เร่งตรวจสอบคะแนนผู้ได้บรรจุและแต่งตั้งไปแล้วจำนวน 15,520 คน ภายใน3 วัน ระหว่างวันที่ 4-6 กรกฎาคม อึ้งมีไอ้โม่งดอดแก้ไฟล์ 115 หน คน “พิชิต” ไม่มาตามนัดหมายหลัง คกก.ตรวจสอบข้อเท็จจริงมีหนังสือเรียกเข้าให้ถ้อยคำกรณีทุจริตดังกล่าว ขณะที่อดีตกกต.ผสมโรง ดักคอรัฐบาลอย่าตัดจบแค่ฟัน “5 บิ๊กสถ.” บี้สาวเส้นเงิน เอาให้ถึงเจ้านายที่อยู่เบื้องหลัง

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) กระทรวงมหาดไทย ออกเอกสารรายงานผลการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าว สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งใน ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี สืบเนื่องจากการร้องเรียนว่า มีกลุ่มบุคคลและติวเตอร์บางกลุ่ม แอบอ้างว่ามีเส้นสายภายใน สามารถช่วยเหลือผู้สมัครสอบให้ผ่านการคัดเลือกและเข้ารับราชการท้องถิ่นได้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 โดยขบวนการนี้จะเรียกรับเงินตั้งแต่ 350,000 – 800,000 บาท และผลการตรวจค้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับแก้ไขกระดาษคำตอบ เพื่อปรับคะแนนให้ตรงกับรายชื่อของผู้ที่ยอมจ่ายเงิน ซึ่งพบสำเนากระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบประมาณ 3,000 ราย นั้น

สถ.สรุปผลสอบข้อเท็จจริง

กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีคำสั่งที่ 674/2569 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2569 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อสืบสวนกระบวนการขั้นตอนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยได้ดำเนินการสอบพยานบุคคลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องในหลายประเด็น สรุปผลสืบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น ดังนี้

กสถ.เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน

1. กระบวนการจัดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น มีขั้นตอนการดำเนินงาน เริ่มตั้งแต่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 8/2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 กำหนดให้คณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงาน ส่วนท้องถิ่น (ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต.) กำหนด โดยคณะกรรมการดังกล่าวในการประชุมเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 มีมติเห็นชอบให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันฯ เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินการสอบแข่งขันในตำแหน่งและอัตราว่างตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ประสงค์ให้จัดสอบ และมอบหมายให้กรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นดำเนินการคัดเลือกมหาวิทยาลัยตามกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารพัสดุภาครัฐ

จัดทำร่างขอบเขตการจ้างงาน

2. การจัดทำร่างขอบเขตงานจ้าง (TOR) ในการสอบแข่งขันกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้หารือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลางแล้ว มีความเห็นว่า ร่างขอบเขตงานจ้าง (TOR) ปี 2568 มีหลักประกันที่สูงกว่าขอบเขตงานจ้าง (TOR) ปี 2566 และเพียงพอต่อการแก้ไขปัญหา ป้องกันการทุจริต สามารถสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นต่อสาธารณชน และผู้ที่เข้าสอบแข่งขัน เป็นการดำรงไว้ซึ่งความเสมอภาคในโอกาสและหลักความรู้ความสามารถ อันเป็นหัวใจที่สำคัญของระบบคุณธรรม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะที่หน่วยงานของรัฐต้องรักษาไว้

พบจนท.มีประวัติเข้าใช้ไฟล์115ครั้ง

3. กระบวนการตรวจ และประมวลผลจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่าน 3.1 พบว่าไฟล์บัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้รับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของผู้รับจ้าง มีชื่อเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างบันทึกไฟล์เป็นคนสุดท้าย โดยมีประวัติการเข้าใช้ 115 ครั้ง รวมถึงมีชื่อบริษัทเอกชนที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีการปลอมแปลงกระดาษคำตอบเข้ามาแก้ไขไฟล์ ซึ่งมีข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นผู้รับ fash drive ไฟล์ประมวลผลผู้สอบผ่านภาค ก ภาค ข และภาค ค จากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของผู้รับจ้าง เพื่อนำไปประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค และบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ ซึ่งไม่ใช่ flash drive ผู้สอบผ่านภาค ก และ ภาค ข ที่เก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัยที่ห้องอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

อาจมีการแก้ไขคะแนนคำตอบ

3.2 ร่างขอบเขตงานจ้าง (TOR) กำหนดให้ผู้รับจ้าง บันทึกคะแนน ทวนสอบคะแนนที่บันทึกส่งมอบผลการประมวลผลการสอบให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันๆ และจัดทำบัญชีประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค คและบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ โดยพบว่ามีข้าราชการผู้รับผิดชอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมกันตรวจทานรหัสผู้เข้าสอบกับตำแหน่งสอบ จำนวนรวมผู้สอบได้แต่ละตำแหน่งจากไฟล์บัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านที่ได้รับมอบจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของผู้รับจ้างจำนวนหลายครั้ง ทั้งก่อนและหลังเสนอคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันๆ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค และรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ จึงมีมูลเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจเกิดการแก้ไขคะแนนคำตอบในขั้นตอนนี้ ระหว่างข้าราชการผู้รับผิดชอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้รับจ้าง รวมถึงบุคคลอื่น ที่อาจเกี่ยวข้อง โดยไม่พบว่ามีข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นผู้ใดเคยสัมผัสหรือเก็บรักษาคีย์เฉลยที่ผู้รับจ้าง จัดทำและเก็บรักษาไว้เพื่อใช้สำหรับตรวจกระดาษคำตอบตลอดกระบวนการสอบแข่งขันในครั้งนี้

ผลคะแนนในไฟล์ไม่ตรงกัน

3.3 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ร่วมกับคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงของกระทรวงมหาดไทย สุ่มตรวจข้อมูลผลคะแนนสอบใน flash drive ซึ่งเก็บไว้ในตู้นิรภัยที่ห้องอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 พบว่าผลคะแนนในไฟล์ภาพกระดาษคำตอบไม่ตรงกับผลคะแนนในไฟล์ประมวลผลการสอบภาค ก และภาค ข ที่ ผู้รับจ้าง เสนอคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันฯ ประกาศรายชื่อตาม TOR

เร่งตรวจสอบความถูกต้องภายใน3วัน

4. เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและแก้ไขปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้น ประธานกรรมการกลาง

การสอบแข่งขันฯ มอบหมายกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิน ร่วมกับภาคีเครือข่าย ตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของผลคะแนนสอบภาค ก และภาค ข ของผู้เข้าสอบแข่งขันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งไปแล้ว จำนวน 15,520 ราย ภายใน 3 วัน (ระหว่างวันที่ 4 – 6 กรกฎาคม 2569)

5. ภายหลังการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ถูกต้องกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะได้ดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการสอบแข่งขันต่อไป

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีบุคลากรในสังกัดเกี่ยวข้องกับการทุจริต กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะดำเนินการทางวินัย ทางแพ่งและทางอาญา กับผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว เพื่อสร้างความโปร่งใส ความเชื่อมั่น และป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ต่อสาธารณชนและหน่วยงานของรัฐต่อไป.

‘พิชิต’เบี้ยวนัดสอบข้อเท็จจริง

สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส แพร่ข่าวคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จ.เพชรบูรณ์ นัดหมายให้ จ.ส.ต.พิชิต ทั่งพรม อดีตผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี เข้าให้ถ้อยคำ กรณีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 ที่ห้องประชุมสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์ ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ ในเวลา 11.30 น. วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 แต่เมื่อถึงกำหนด มีรายงานว่า นายพิชิตไม่ได้เดินทางมาตามนัดหมาย

ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อ น.ส.ริยาภรณ์ พงษ์วราพัฒน์ รักษาราชการแทนท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสอบถามข้อมูล แต่ไม่สามารถติดต่อได้

บ้านพ่อ-แม่ปิดล็อกสนิท

ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ได้ลงพื้นที่ที่มีข้อมูลว่าเป็นที่พักอาศัยของพ่อ-แม่ของนายพิชิต ใน อ.วิเชียรบุรี พบว่าบ้านหลังดังกล่าวปิดสนิท ลักษณะล็อกกุญแจจากด้านใน

จากการสอบถามเพื่อนบ้านใกล้เคียง ให้ข้อมูลว่า ไม่เห็นบุคคลเข้า-ออกบ้านหลังนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ตั้งแต่มีกระแสข่าว และเมื่อสอบถามว่า นายพิชิตเคยเดินทางมาบ้านหลังนี้หรือไม่ ก็ไม่มีใครยืนยันข้อมูลที่ชัดเจนได้

ทางด้าน นายธนกฤต เลิศวิริยวรางกูร ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ถึงเวลานี้ยังไม่มีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนอย่างเป็นทางการ หากใครมีข้อมูลหรือเบาะแสเกี่ยวกับหน่วยงานหรือผู้เกี่ยวข้อง กับการเรียกรับผลประโยชน์ สามารถแจ้งมายัง ป.ป.ช.ได้ ส่วนจะกันตัวไว้เป็นพยานหรือไม่ ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ และอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

‘สมชัย’ดักคออย่าแค่ฟัน5สถ.แล้วจบ

ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย แถลงความคืบหน้าฟันขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น ว่า แถลงข่าว ไม่ได้แปลว่าเอาจริง พบข้าราชการเกี่ยวข้อง 5 คน ไม่ได้แปลว่ามีแค่ 5 รู้ว่าใครแก้ไฟล์ข้อมูล ไม่ได้แปลว่าพบผู้ทำผิดแล้ว

การแถลงข่าวของนายกฯอนุทินเกี่ยวกับการทุจริตสอบท้องถิ่น แม้เป็นสัญญาณว่าฝ่ายการเมืองให้ความสนใจในเรื่องนี้ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะให้ประชาชนเชื่อได้ว่า จะเอาจริงเอาจังหรือเล่นละครสร้างภาพให้ดูดีเท่านั้น

การบอกว่ามีข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเกี่ยวข้อง 5 รายยิ่งดูลิเก เพราะคดีที่มีการเรียกเงินคนมากกว่า 3,000 คน หัวละ 300,000-800,000 บาท มีเครือข่ายการเรียกรับทั่วประเทศ สามารถเข้าถึง server เพื่อเข้าไปแก้ไขไฟล์กระดาษคำตอบย้อนหลังนั้น คนเกี่ยวข้องตั้งแต่นายหน้าเรียกรับ คนปฏิบัติ ไปจนถึงคนบริหารและผู้มีอำนาจเบื้องหลังรวมแล้วต้องหลักร้อยหรือหลักพัน ไม่ใช่ตัดจบแค่ถ่านไฟฉายตราแพะ 5 ตัว

บี้สาวให้สุด-มีนายอยู่เบื้องหลังแน่

การพบว่า มีการแก้ไขข้อมูลผลประกาศ โดยความร่วมมือของข้าราชการและคนของมศว ไม่ใช่พบตัวผู้กระทำความผิดแล้ว เพราะคนเหล่านี้เป็นแค่กลไกปฏิบัติต้องสาวต่อว่า ใครคือผู้ได้รับประโยชน์และเป็นผู้บงการสูงสุด

หากพบว่า 3,000 คน ทุจริตจ่ายเงิน ต้องให้ ปปง. สอบเส้นเงินต่อ ใครคือนายหน้ารับเงินในแต่ละพื้นที่ รับแล้วส่งต่อใคร จากแต่ละจังหวัดรวมมาที่ไหน แล้วส่งส่วยขึ้นมาถึงใครเป็นคนสุดท้าย เสร็จแล้วเบิกเป็นเงินสด ส่งต่อใคร ต้องเค้นต่อเพื่อซัดทอดให้ได้ แต่หากลูกน้องยอมติดคุกแทนเจ้านาย ก็ยินดีกับเจ้านายที่มีลูกน้องแสนภักดี

เรื่องใหญ่ระดับนี้ มันเป็นการวางแผนปล้นระดับโลกแบบ อาร์เซ็น ลูแปงแล้ว ไม่ใช่แค่ระดับเด็ก ๆ แบบโกงสอบในฉลาดแกมโกง แน่นอน

Leave a comment