
ศธ.สั่งทบทวนงบ 1,600 ล้าน โครงการ Digital Skill เพื่อลดความซ้ำซ้อนและระบบไม่เชื่อมโยง
วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.37 น.
“ประเสริฐ” เผย ศธ.สั่ง “ทบทวนและเปลี่ยนแปลงตัวโครงการ Digital Skill/Credit Portfolio” งบ 1.6 พันล้านบาท เพื่อลดความซ้ำซ้อนและระบบไม่เชื่อมโยง
6 กรกฎาคม 2569 ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) แถลงข่าว “การทบทวนโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะ และเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (The Digital Skill/Credit Portfolio: Empowering Educations)” ว่า ตามที่ตนได้มีข้อสั่งการเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ให้ตั้งคณะทำงานพิจารณาทบทวน “โครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะ และเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (The Digital Skill/Credit Portfolio: Empowering Educations)” อย่างละเอียดในทุกมิติแล้วนั้น ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้ทำการตรวจสอบเชิงลึก และนำเสนอผลการพิจารณาต่อคณะกรรมการฯในวันนี้ รวมถึงตนได้รับฟังข้อสังเกตจากคณะกรรมาธิการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรอย่างรอบด้าน และได้รับฟังความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ช่วงพิจารณางบประมาณ 2570 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นว่าหลายข้อสังเกตนั้นเป็นข้อสังเกตที่เราได้นำมาพิจารณา กระทรวงศึกษาธิการจึงมีมติ “ทบทวนโครงการ และเปลี่ยนแปลงตัวโครงการ ” โดนดำเนินการให้สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เพื่อให้การบูรณาการในการทำงานของ กระทรวงอว. และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ระบบข้อมูล สามารถ เชื่อมต่อ และใช้งานร่วมกันได้ อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว โดยมีสาระสำคัญจากผลการทบทวน ดังนี้
1. ประเมินโครงการเก่าเพื่อลดความเสี่ยงด้านความซ้ำซ้อนกับโครงการ NDLP โดยคณะกรรมการฯ ได้รับรายงานจาก สพฐ.แล้ว และได้มีข้อเสนอให้พิจารณาทบทวนและประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ National Digital Learning Platform (NDLP) ที่มีอยู่เดิมให้รอบคอบ ก่อนที่จะพิจารณาลงลงทุนสร้างแพลตฟอร์มใหม่ (Digital Skill/Credit Portfolio)) เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน
2. มติคณะกรรมการทบทวนโครงการและเปลี่ยนแปลงตัวโครงการ มีมติให้ทบทวนโครงการและเปลี่ยนแปลงตัวโครงการ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าต่อการใช้งบประมาณแผ่นดิน คณะกรรมการฯ และสพฐ. ได้เสนอแนวทางให้ “ทบทวน และเปลี่ยนแปลงตัวโครงการ” โดยมีมาตรฐานการปฏิบัติ ดังนี้
1.เปลี่ยนแปลงโครงการและยกเลิกร่างขอบเขตของงาน(TOR) เดิม เพื่อให้เกิดการคุ้มค่าสูงสุดในการใช้งบประมาณ
2.เพิ่มวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกับนโยบายการยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เช่น ผลคะแนนการสอบ PISA ที่จะเกิดขึ้นในปี 2029 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า และการพัฒนา AI Literacy
3.ให้มีแนวทางเพื่อให้เกิดการบูรณาการ เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม ของกระทรวงอว. แบบไร้รอยต่อ ในการทำงานร่วมกัน
4. ซึ่งรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงโครงการ จะนำเสนอต่อ คณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป โดยให้เป็นไปตามระเบียบ และขั้นตอนทางกฎหมาย โดยที่จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 หรือให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นปีงบประมาณ2569 นี้ ดังนั้น หลังจากนี้ สพฐ. ไปจัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอตามขั้นตอน
นายประเสริฐ ย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมรับฟังข้อเสนอและการตรวจตรวจสอบจากทุกภาคส่วน การการตัดสินใจทบทวนและการเปลี่ยนแปลงโครงการในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันที่สำคัญว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญสูงสุดกับการลดความซ้ำซ้อน การบูรณาการข้อมูล การเชื่อมโยงระบบ และการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินอย่างคุ้มค่า ทุกบาททุกสตางค์ของประชาชน เพื่อนำไปเพื่อยกระดับการศึกษาอย่างเท่าเทียมและเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างแท้จริงต่อไป
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า สำหรับ วงเงินงบประมาณ ที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงการ เป็นงบที่ยึดตามวงเงินเดิมซึ่งเป็นงบผูกพัน 3 ปีงบประมาณ จำนวน 1,600 ล้านบาท
“การปรับเปลี่ยนโครงการครั้งนี้ เราจะเน้นการพัฒนาภาพรวมคุณภาพการศึกษาของนักเรียนทั่วประเทศ ยกตัวอย่างเช่น การยกระดับคุณภาพการศึกษาพื้นฐาน การพัฒนา AI Literacy และผลการสอบ PISA ในปี 2029 ที่มีความท้าทาย ซึ่งขณะนี้สพฐ.กำลังดำเนินการร่างทีโออาร์ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้“