เกาหลีใต้เริ่มใช้กฎหมายคุมข่าวปลอม ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ 5 เท่า นักข่าวหวั่นกระทบเสรีภาพสื่อ

เกาหลีใต้เริ่มใช้กฎหมายคุมข่าวปลอม ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ 5 เท่า นักข่าวหวั่นกระทบเสรีภาพสื่อ

7 ก.ค. 2569 14:32 น.

เกาหลีใต้เริ่มใช้กฎหมายคุมข่าวปลอม ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ 5 เท่า นักข่าวหวั่นกระทบเสรีภาพสื่อ

เกาหลีใต้เริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ปราบปรามข่าวปลอมเริ่มวันนี้ สามารถเอาผิดครอบคลุมสื่อและผู้สร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียด้วย ฟ้องค่าเสียหายได้สูงสุดถึง 5 เท่าของความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

กฎหมายฉบับใหม่กำหนดให้สำนักข่าว สื่อออนไลน์ รวมถึงผู้มีอิทธิพลบนโซเชียลมีเดียหรืออินฟลูเอนเซอร์ และช่อง YouTube ขนาดใหญ่ ที่เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือน หรือดัดแปลงข้อมูลโดยผิดกฎหมาย เพื่อสร้างความเสียหายหรือแสวงหาผลประโยชน์ อาจถูกศาลสั่งให้จ่ายค่าเสียหายได้สูงสุด 5 เท่าของมูลค่าความเสียหายที่พิสูจน์ได้

นอกจากนี้ หากบุคคลหรือองค์กรยังคงเผยแพร่ข้อมูลเดิมซ้ำมากกว่า 2 ครั้ง หลังศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นข้อมูลเท็จหรือบิดเบือนแล้ว อาจถูกคณะกรรมการกำกับดูแลสื่อของเกาหลีใต้ ปรับสูงสุดถึง 1,000 ล้านวอน หรือราว 26 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีผู้ใช้งานเฉลี่ยมากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน ยังมีหน้าที่ดำเนินการกับเนื้อหาที่ถูกร้องเรียนว่าเป็นข้อมูลเท็จ เช่น ลบโพสต์ ระงับบัญชีผู้ใช้ หรือใช้มาตรการอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

กฎหมายฉบับนี้ได้รับการผลักดันจากรัฐบาลของประธานาธิบดี อี แจ-มยอง และพรรคประชาธิปไตย ก่อนผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา แม้ฝ่ายค้านสายอนุรักษ์นิยมจะคว่ำบาตรการลงมติก็ตาม โดยรัฐบาลให้เหตุผลว่า ปัญหาข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนกำลังกลายเป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตย เพราะเป็นชนวนสร้างความแตกแยก ความเกลียดชัง และความเข้าใจผิดในสังคม

อย่างไรก็ตาม สมาคมผู้สื่อข่าวเกาหลีได้แสดงจุดยืนคัดค้านกฎหมายดังกล่าว โดยระบุว่า แม้เจตนารมณ์ของกฎหมายจะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่การเปิดช่องให้มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมหาศาล อาจทำให้สื่อจำนวนมากเลือกเซ็นเซอร์ตัวเอง (Self-censorship) เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมาย

องค์กรยังเตือนว่า หากกฎหมายถูกใช้ในลักษณะที่ทำให้ประชาชนและสื่อไม่กล้าวิจารณ์รัฐบาล นักการเมือง หรือผู้มีอำนาจ ก็อาจบั่นทอนรากฐานของระบอบประชาธิปไตยได้

ด้าน Seoul Foreign Correspondents’ Club ซึ่งเป็นสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศในกรุงโซล ก็แสดงความกังวลว่า กฎหมายดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของสื่อและการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารอย่างเสรีเช่นกัน

การผลักดันกฎหมายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเกาหลีใต้เผชิญความวุ่นวายทางการเมือง จากกรณีที่อดีตประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล ประกาศใช้กฎอัยการศึกชั่วคราวในปี 2567 ก่อนถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง และภายหลังถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในคดีก่อกบฏ ซึ่งอยู่ระหว่างอุทธรณ์

ตลอดช่วงวิกฤตดังกล่าว มีการเผยแพร่ข้อมูลอ้างว่าเกิดการโกงเลือกตั้งผ่าน YouTube และสื่อออนไลน์จำนวนมาก แม้ไม่มีหลักฐานรองรับ ส่งผลให้สังคมเกาหลีใต้เกิดความแตกแยกทางการเมืองอย่างรุนแรง

แม้คณะกรรมการสื่อและการสื่อสารเกาหลีจะยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่เป็นผู้ตัดสินเองว่าเนื้อหาใดเป็นข่าวปลอม แต่จะให้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นผู้ดำเนินการตามการร้องเรียน พร้อมยกเว้นการรายงานข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะจากการถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย แต่นักวิชาการหลายฝ่ายยังมองว่า บริษัทเทคโนโลยีอาจเลือกใช้มาตรการที่เข้มงวดเกินความจำเป็น เพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดทางกฎหมาย ส่งผลให้เนื้อหาที่ถูกต้องหรือการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตถูกลบออกไปด้วย

ขณะนี้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของเกาหลีใต้ เช่น Naver และ Kakao เริ่มปรับปรุงระบบรับแจ้งและจัดการข้อมูลเท็จแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าแพลตฟอร์มต่างชาติอย่าง YouTube ซึ่งเป็นของ Google จะดำเนินการตามกฎหมายฉบับนี้อย่างไร.

ที่มา : channelnewsasia

Leave a comment