
กมธ.ที่ดินฯ ลุยเดินเครื่อง One Map จี้รัฐปักหมุดแนวเขตที่ดินหลวงทั้งประเทศให้จบ ยุติปมที่ดินทับซ้อนที่เรื้อรังมาหลายสิบปี
วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.19 น.
กมธ.ที่ดินฯ ลุยเดินเครื่อง One Map จี้รัฐปักหมุดแนวเขตที่ดินหลวงทั้งประเทศให้จบ ยุติปมที่ดินทับซ้อนที่เรื้อรังมาหลายสิบปี “กุลวลี”ลั่น ที่ดินถูกกฎหมายของชาวบ้าน ต้องไม่ถูกริบเพราะเส้นบนแผนที่” กำชับตั้งเกราะคุ้มครองสิทธิที่ดินคนไทย พร้อมกลไกเยียวยาผู้เดือดร้อน
วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการจัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐให้เป็นมาตรฐานเดียวทั้งประเทศ หรือ “One Map” และการแก้ปัญหากรณีเส้นเขตของรัฐไปทับที่ดินทำกินของประชาชน โดยเรียกหน่วยงานส่วนกลางและผู้ว่าราชการจังหวัด 6 จังหวัด มาชี้แจงและเร่งรัดการทำงาน
นางสาวกุลวลี กล่าวว่า ที่ผ่านมาที่ดินของรัฐแต่ละประเภท ทั้งป่าสงวน อุทยาน ที่ ส.ป.ก. และที่ราชพัสดุ ต่างมีแผนที่ของตัวเองคนละมาตราส่วน ทำให้เส้นเขตทับซ้อนกันเอง และหลายจุดยังทับกับที่ดินที่ชาวบ้านทำกินหรือมีเอกสารสิทธิ กลายเป็นข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมานานหลายสิบปี ซึ่งโครงการ One Map คือการรวมแผนที่ทั้งหมดให้เป็นเส้นเดียวที่ถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ภายใต้หลักคิด “หนึ่งพื้นที่ หนึ่งหน่วยงานรับผิดชอบ” เพื่อยุติปัญหาการทับซ้อนและความขัดแย้งเรื่องที่ดินให้ลูกหลาน
นางสาวกุลวลี กล่าวว่า ประเด็นที่คณะกรรมาธิการเน้นย้ำหนักแน่นที่สุด คือ การทำ One Map ไม่ใช่การยกเลิกหรือริบเอกสารสิทธิและสิทธิทำกินที่ถูกต้องตามกฎหมายของประชาชน ตามกรอบที่คณะรัฐมนตรีคุ้มครองไว้ หากพื้นที่ใดเส้นเขตของรัฐไปทับกับที่ดินที่ชาวบ้านมีเอกสารสิทธิหรือครอบครองทำกินอยู่ก่อน หน่วยงานต้องร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง พิสูจน์สิทธิ และหาทางเยียวยาช่วยเหลือให้เป็นธรรม
ซึ่งที่ประชุมได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ศรีสะเกษ สุรินทร์ จันทบุรีราชบุรี และนครศรีธรรมราช รายงานปัญหาการทับซ้อนในพื้นที่ของตน และมอบให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) จัดทำสถานะความคืบหน้ารายจังหวัด พร้อมวางกลไกรับเรื่องร้องเรียนและเยียวยาประชาชนที่ชัดเจน และรายงานกลับคณะกรรมาธิการตามกำหนด
“One Map ต้องทำให้เสร็จโดยเร็วเพื่อยุติข้อพิพาทเรื่องที่ดินให้ลูกหลาน แต่ต้องยึดหลักว่า สิทธิในที่ดินทำกินที่ถูกต้องตามกฎหมายของประชาชน ต้องไม่ถูกริบไป เพราะเส้นบนแผนที่ ใครเดือดร้อนต้องได้รับการดูแล”
ทั้งนี้เมื่อแนวเขตที่ดินของรัฐชัดเจน จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันปัญหาการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ เช่น กรณีภูเก็ต และการบุกรุกป่าต้นน้ำ เช่นกรณีไชยปราการ ที่พิจารณาไปเมื่อวาน ไม่ให้เกิดซ้ำอีกในอนาคต โดยประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการทุกท่าน จะติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และขอให้หน่วยงานรายงานผลเป็นระยะ เพื่อให้การจัดการที่ดินของประเทศมีความชัดเจน เป็นธรรม และคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างแท้จริง