
10 ก.ค. 2569 14:45 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
จีนประสบความสำเร็จนำ “จรวดใช้ซ้ำ” ลงจอดครั้งแรก จ่อท้าชน SpaceX
จีนประสบความสำเร็จในการส่งจรวดลองมาร์ช 10บี ขึ้นสู่อวกาศ และนำชิ้นส่วนบูสเตอร์กลับมาลงจอดในแนวดิ่งบนแท่นลอยกลางทะเลได้สำเร็จเป็นครั้งแรก นับเป็นก้าวสำคัญของโครงการอวกาศจีนที่มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีจรวดใช้ซ้ำเพื่อลดต้นทุนการปล่อยดาวเทียม และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันกับสหรัฐฯ ในอุตสาหกรรมอวกาศ
สื่อทางการจีนรายงานความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของโครงการอวกาศจีน หลังจากที่ “จรวดลองมาร์ช 10บี” (Long March 10B) สามารถเดินทางกลับมาลงจอดบนโลกในแนวดิ่งได้อย่างปลอดภัยเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้จีนสามารถก้าวขึ้นมาท้าทายความยิ่งใหญ่ของสหรัฐฯ ในตลาดจรวดนำกลับมาใช้ใหม่ได้สำเร็จ
บริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการบินและอวกาศแห่งชาติจีน (CASC) ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีจรวดขนส่งแห่งประเทศจีน (CALT) เปิดเผยว่า จรวดลองมาร์ช 10บี ได้ถูกปล่อยตัวออกจากศูนย์ปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์บนเกาะไห่หนาน ทางตอนใต้ของประเทศจีน เมื่อเวลา 12:15 น. ตามเวลาท้องถิ่นวันนี้ (10 ก.ค.) จากนั้นประมาณ 6 นาทีหลังจากการแยกตัวของจรวดท่อนบน ชิ้นส่วนขับเคลื่อนหลักหรือ “บูสเตอร์” ได้เดินทางกลับสู่พื้นโลกในแนวดิ่ง และลงจอดบนแท่นลอยน้ำกลางทะเลได้อย่างแม่นยำ
ความสำเร็จในครั้งนี้ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทด้านอวกาศในตลาดหลักทรัพย์จีนพุ่งทะยานรับข่าวดีทันที โดยหุ้นของบริษัท China Spacesat และ China Satellite Communications ดีดตัวขึ้นชนเพดานสูงสุดประจำวันที่ร้อยละ 10 ตามกฎระเบียบของตลาดการเงินจีน
โดยทั่วไปแล้ว จรวดขนส่งอวกาศจะถูกใช้งานเพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง ซึ่งทำให้การปล่อยยานอวกาศแต่ละครั้งมีต้นทุนที่สูงมาก แต่การเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี “จรวดนำกลับมาใช้ใหม่” โดยเฉพาะในส่วนบูสเตอร์ซึ่งเป็นส่วนที่มีมูลค่าสูงที่สุดและอัดแน่นไปด้วยเครื่องยนต์ จะช่วยลดต้นทุนในการส่งดาวเทียมและการสำรวจอวกาศลงได้อย่างมหาศาล
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เป็นผู้นำในเทคโนโลยีนี้มาโดยตลอด นำโดยบริษัทสเปซเอ็กซ์ ของอีลอน มัสก์ ที่ประสบความสำเร็จในการนำจรวดฟอลคอน 9 ลงจอดครั้งแรกตั้งแต่เดือนธันวาคม 2015 และตามมาด้วยจรวดนิวเกล็น ของบริษัทบลูออริจิน ของเจฟฟ์ เบซอส ในเดือนพฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมา ปัจจุบันจรวดฟอลคอน 9 ถูกใช้งานสัปดาห์ละประมาณ 3 ครั้ง หรือเกือบ 150 ครั้งต่อปี โดยตัวบูสเตอร์สามารถนำกลับมาเวียนใช้ใหม่ได้หลายสิบครั้ง
สำหรับจรวด “ลองมาร์ช 10บี” ของจีนนั้น ถูกออกแบบมาเพื่อการขนส่งเชิงพาณิชย์และสามารถบรรทุกน้ำหนักไปยังวงโคจรต่ำของโลก ได้อย่างน้อย 16 เมตริกตัน ซึ่งมีสมรรถนะใกล้เคียงกับฟอลคอน 9 แต่มีระบบการลงจอดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยในขณะที่ฟอลคอน 9 จะกางขาหยั่งและลงจอดอัตโนมัติบนพื้นดินหรือโดรนชิป แต่ลองมาร์ช 10บี จะใช้ระบบ “ตะขอเกี่ยว” เพื่อเกี่ยวเข้ากับตาข่ายที่ติดตั้งไว้บนแพลตฟอร์มกลางทะเลแทน
จีนใช้เวลาเกือบ 10 ปีในการพัฒนาเทคโนโลยีจรวดรีไซเคิล ตั้งแต่การทดสอบบินลอยตัวในระดับต่ำ ไปจนถึงความพยายามนำบูสเตอร์กลับมาลงจอดจากวงโคจรในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ จีนได้ทดลองนำจรวดลองมาร์ช 10เอ (Long March 10A) ลงจอดแต่เป็นการร่อนลงในน้ำข้างแพลตฟอร์ม รวมถึงความพยายามของสตาร์ตอัปเอกชนจีนอย่างแลนด์สเปซ (LandSpace) เมื่อปีที่แล้วก็ต้องล้มเหลวในขั้นตอนสุดท้ายของการลงจอดเช่นกัน ทำให้รัฐบาลจีนหันมาผ่อนปรนกฎเกณฑ์การเข้าตลาดหุ้น (IPO) เพื่อช่วยให้บริษัทพัฒนาจรวดเหล่านี้ระดมทุนได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ จรวดลองมาร์ช 10บี ถือเป็นหนึ่งในตระกูลจรวด “ลองมาร์ช 10” ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อรองรับภารกิจส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์ของจีนก่อนปี 2030 ความสำเร็จในการทดสอบครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนของเครือข่ายดาวเทียมเชิงพาณิชย์ของจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นข้อมูลและนวัตกรรมสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนโครงการสำรวจดวงจันทร์ในอนาคตของจีนให้เข้าใกล้ความจริงมากยิ่งขึ้น.