
10 ก.ค. 2569 11:25 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ออสเตรเลียพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5 ใน “นกทะเลท้องถิ่น” เป็นครั้งแรก
ทางการออสเตรเลียยืนยันพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5 ใน “นกนางนวลแกลบหงอนใหญ่” ซึ่งเป็นนกทะเลท้องถิ่นเป็นครั้งแรก หลังก่อนหน้านี้พบเฉพาะในนกอพยพเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญเตือนอาจสร้างความเสียหายต่อสัตว์ป่าอย่างรุนแรงหากเริ่มแพร่ระบาดในธรรมชาติ ย้ำยังไม่ลามสู่ฟาร์มสัตว์ปีกและความเสี่ยงต่อมนุษย์ยังคงต่ำ
รัฐบาลออสเตรเลียออกแถลงการณ์ยืนยันการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์อันตราย H5 ในนกทะเลท้องถิ่นเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญต่อระบบนิเวศและสัตว์ป่าในประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ การตรวจพบเชื้อทั้งหมดจะจำกัดอยู่แค่ในกลุ่มนกอพยพที่เดินทางมาจากภูมิภาคกึ่งแอนตาร์กติกเท่านั้น
นางจูลี คอลลินส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ผลการทดสอบของห้องปฏิบัติการขององค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย (CSIRO) ยืนยันว่าพบเชื้อหวัดนกสายพันธุ์ H5 ในนกนางนวลแกลบหงอนใหญ่ (Greater Crested Tern) ตัวหนึ่ง ซึ่งถูกพบในเมืองโรบ บริเวณพื้นที่ชายฝั่งไลม์สโตน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย โดยมีพลเมืองดีพบเห็นนกตัวดังกล่าวและแจ้งผ่านสายด่วนโรคสัตว์ฉุกเฉิน
นอกจากนี้ ยังมีการยืนยันพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมอีก 2 รายในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย และอีก 1 รายในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ทำให้ยอดสะสมการตรวจพบเชื้อในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 12 รายแล้ว และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการรอผลตรวจเคสต้องสงสัยอีกหนึ่งรายในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียด้วย
รัฐมนตรีเกษตรฯ ระบุว่า นกนางนวลแกลบหงอนใหญ่เป็นนกทะเลท้องถิ่นที่มีแหล่งอาศัยตามแนวชายฝั่งซ้อนทับกับเส้นทางของนกทะเลอพยพ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่มันจะได้รับเชื้อจากการสัมผัสหรือปฏิสัมพันธ์ระหว่างการหาอาหาร อย่างไรก็ตาม เธอยืนยันว่าในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานการตายหมู่ของสัตว์ป่าในท้องถิ่น และยังไม่มีการแพร่กระจายของเชื้อเข้าสู่ระบบเกษตรกรรมหรือฟาร์มสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด พร้อมระบุว่ารัฐบาลท้องถิ่นกำลังยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ด้าน ดร.แครอล บูธ จากสมาคมสัตว์สายพันธุ์รุกราน แสดงความกังวลอย่างยิ่ง โดยระบุว่าไวรัสสายพันธุ์นี้มีความสามารถในการติดต่อสูงมาก ไม่เพียงแต่แพร่กระจายผ่านน้ำที่ปนเปื้อนหรือการสัมผัสใกล้ชิดในหมู่นกเท่านั้น แต่ยังสามารถติดต่อสู่นกนักล่าและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่กินซากสัตว์ เช่น แมว สุนัข สุนัขจิ้งจอก หรือแม้กระทั่งแทสเมเนียนเดวิล ได้อีกด้วย
ก่อนหน้านี้ในแถบอเมริกาใต้ เชื้อ H5 ได้คร่าชีวิตสิงโตทะเลและแมวน้ำช้างไปหลายหมื่นตัว ซึ่ง ดร.บูธ เตือนว่า “เมื่อใดที่มันแพร่กระจายเข้าสู่สัตว์ป่าท้องถิ่นอย่างสมบูรณ์ โอกาสที่จะควบคุมมันแทบจะเป็นศูนย์ และสัตว์ป่าหายากบางชนิดที่เปราะบาง เช่น นกแก้วท้องส้ม ที่เหลืออยู่ไม่ถึง 100 ตัวในธรรมชาติ อาจถูกกวาดล้างจนสูญพันธุ์ได้”
ขณะที่ นางมอริน คริสตี เจ้าหน้าที่จากกลุ่มอนุรักษ์นกชายฝั่ง Friends of Shorebirds SE กล่าวทั้งน้ำตาว่า “พวกเราเตือนกันมาหลายปีแล้วว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ ‘ถ้าจะเกิด’ แต่เป็น ‘เกิดเมื่อไหร่’ และมันเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจมากเมื่อวันนั้นมาถึงจริงๆ” พร้อมเรียกร้องให้ทางการเร่งติดป้ายเตือนและให้ความรู้แก่ประชาชนตามแนวชายหาดเหมือนเช่นวิกฤตทางสิ่งแวดล้อมในอดีต.