
ชัชชาติ เผยเหตุไฟไหม้ โรงเบียร์ พบตั้งโต๊ะขายลูกอมขวางทางออก จ่อรื้อโซนนิ่งสถานบันเทิงทั่วกรุง
วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.41 น.
“ชัชชาติ” เผยเหตุไฟไหม้มีของขวางอุปสรรคหนีไฟ! สั่งยกเครื่องกฎหมายคุมสถานบันเทิง-วัสดุลามไฟ พร้อมหารือรื้อโซนนิ่งคุมความเสี่ยงทั่วกรุง ย้ำ! เขตตรวจเข้มขึ้น
วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.35 น. ที่ไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกทม. 2 เขตดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุเพลิงไหม้ภายในสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ (ร้านอาหาร/โรงเบียร์) ย่านลาดพร้าว เขตจตุจักร ว่า กทม. ยังคงตั้งจุดประสาน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ เพราะเชื่อว่ายังมีญาติพี่น้องที่ยังหาญาติไม่พบ ทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ที่ร่างถูกส่งไปยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรอพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (ดีเอ็นเอ)
สำหรับจุดเกิดเหตุ ไม่ใช่สถานที่บริการ แต่ เป็นสถานคล้ายบริการ ซึ่งขออนุญาตเป็นร้านอาหาร พร้อมมีเครื่องดนตรี ถูกต้องตามกฎหมาย
จากการตรวจสอบพบเหตุไฟไหม้ เกิดบริเวณหน้าเวที โดยมีเปลวไฟลุกลามเพดานอย่างรวดเร็ว พร้อมกลุ่มควันจำนวนมาก ทั้งนี้สถานีดับเพลิงสุทธิสาร ได้รับแจ้งเหตุและไปถึงที่เกิดเหตุ ภายใน 5 นาที พบไฟไหม้ทั้งหมดแล้ว เบื้องต้นพบผู้หมดสติจำนวนหลายคน ที่บริเวณทางหนีไฟ โดยเฉพาะด้านซ้ายเป็นห้องน้ำ พบมีบางรายหลงไปห้องน้ำ ส่วนด้านขวาทางหนีไฟ เป็นห้องครัว ทั้ง 2 ทาง มีสิ่งกีดขวางอยู่ ด้านซ้าย ตั้งโต๊ะขายลูกอม ด้านขวา มีกล่องเครื่องดื่มวางอยู่ อีกทั้งป้ายเตือนทางหนีไฟ ไม่พบ เพราะอาจถูกเพลิงไหม้ไปแล้ว

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ในส่วนการตรวจสอบความปลอดภัย เขตจตุจักร เข้าไปตรวจสอบความปลอดภัย เมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ทั้ง ทางหนีไฟ ไฟฉุกเฉิน ป้ายบอกทาง ซึ่งไม่พบปัญหาแต่อย่างใด แต่ระหว่างเปิดร้านอาจ มีการนำสิ่งของไปตั้งวาง เป็นสาเหตุที่เป็นอุปสรรคในการหนีไฟ คือไฟลามอย่างรวดเร็ว และทางหนีไฟมีสิ่งกีดขวาง
ปัญหาหลักคาดว่าควันไฟจำนวนมาก ที่ทำให้หลายคนหมดสติ จากเหตุไฟไหม้ซานติก้าผับ กทม. กำหนดมาตรฐานในการตรวจสอบแต่ละรายการ และต้องให้มีการตรวจสอบเป็นระยะ อย่างต่อเนื่อง เพราะช่วงเปิดร้าน อาจมีสิ่งกีดขวางไปตั้งวาง และคนที่เข้ามาใช้บริการ อาจมีความสนุกสนาน
เรื่องนี้ต้องดูกฎหมายในภาพรวมด้วย กฎหมายสถานบริการมีกำหนดไว้ชัดเจน ทั้งวัสดุที่ใช้ การลามไฟ ปัจจุบันสถานบริการ มีจำกัดโซนนิ่งอยู่เพียง 3 โซน ได้แก่ พัฒนพงษ์ อาร์ซีเอ และสีลม ต้องหารือร่วมกันในการขยายโซนให้เหมาะสมกับสภาพเมืองที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันกฎหมายต้องเข้มข้น เพื่อให้ครอบคลุมสถานคล้ายบริการด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อมูลเจ้าของร้านดังกล่าว เคยเปิดให้บริการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการปรับปรุงร้าน และเคยเกิดเหตุลักษณะเช่นนี้ก่อนย้ายมาเปิดในพื้นที่กรุงเทพฯ นายชัชชาติ กล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูล จากนี้จะตรวจสอบ แม้ว่าปัจจุบันจะทำดี แต่ถ้าที่ผ่านมา ทำไม่ถูกกฎหมาย ก็ไม่ได้ ซึ่งหากมีข้อมูลจะสามารถพิจารณารายละเอียดได้มากขึ้น ขณะเดียวกันจะมีการสุ่มตรวจให้เข้มข้นมากขึ้นด้วย