ศรีสะเกษนำร่องปลูก ‘ทุเรียนภูเขาไฟ GI คาร์บอนต่ำ’ ยกระดับผลผลิตสู่สากล

ศรีสะเกษนำร่องปลูก 'ทุเรียนภูเขาไฟ GI คาร์บอนต่ำ' ยกระดับผลผลิตสู่สากล

ศรีสะเกษนำร่องปลูก ‘ทุเรียนภูเขาไฟ GI คาร์บอนต่ำ’ ยกระดับผลผลิตสู่สากล

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.23 น.

มรภ.ศรีสะเกษ จับมือชาวสวนขุนหาญ ปฏิวัติวงการเกษตรเปิดตัว ‘ทุเรียนภูเขาไฟ GI คาร์บอนต่ำ’ นำร่องรุ่นแรก 30 ต้น ชูนวัตกรรมไบโอชาร์ลดปุ๋ยเคมี 40% หนุนตลาดส่งออกรักษ์โลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดศรีสะเกษเป็นแหล่งเพาะปลูกทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ปลูกทุเรียนภูเขาไฟซึ่งเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รวมกว่า 20,000 ไร่ ครอบคลุม 3 อำเภอหลัก ได้แก่ อำเภอกันทรลักษ์ อำเภอขุนหาญ และอำเภอศรีรัตนะ ด้วยลักษณะพิเศษของผืนดินภูเขาไฟโบราณที่มีเนื้อเหนียว ละเอียด สลับหินแดง ระบายน้ำดี และอุดมด้วยแร่ธาตุสูง ส่งผลให้ทุเรียนมีเอกลักษณ์เด่นคือ เนื้อแห้ง ละมุนลิ้น และกลิ่นไม่ฉุน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเกษตรกรประสบปัญหาต้นทุนปุ๋ยและสารเคมีพุ่งสูง รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ส่งผลให้กลุ่มเกษตรกรสวนทุเรียนตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ริเริ่มโครงการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตสู่ ‘ทุเรียนภูเขาไฟ GI คาร์บอนต่ำ ศรีสะเกษ’ เพื่อยกระดับมาตรฐานผลผลิตและแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน

จากการลงพื้นที่ ณ สวนบุญส่ง ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ ซึ่งเป็นสวนนำร่อง นายชนินทร ทางธงชัย เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ เปิดเผยว่า เดิมทีการทำสวนทุเรียนต้องพึ่งพาสารเคมีปริมาณมากจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งชาวสวนและผู้บริโภค ตนจึงประสานความร่วมมือกับ มรภ.ศรีสะเกษ จนได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยี ‘เตาชีวมวลประสิทธิภาพสูง (Super Dr.Ball)’ มาใช้ในพื้นที่

นวัตกรรมนี้เป็นการนำเศษกิ่งไม้ ใบไม้ และผลทุเรียนที่ตัดทิ้งภายในสวน มารีไซเคิลผ่านกระบวนการเผาไหม้จำกัดอากาศ จนได้สารปรับปรุงประสิทธิภาพ 2 รูปแบบหลัก คือ 1.ถ่านไบโอชาร์ (Biochar): นำไปผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเพื่อใส่บริเวณโคนต้น ช่วยดูดซับสารอาหาร รักษาระดับความชื้นในดินภูเขาไฟ และป้องกันโรคเชื้อราในรากพืชได้เป็นอย่างดี และ 2.น้ำส้มควันไม้: นำส่วนผสมอัตราส่วน 1 ลิตร ต่อน้ำเปล่า 200 ลิตร ฉีดพ่นบริเวณใบและผล เพื่อไล่แมลงศัตรูพืชและกระตุ้นการแตกราก

นวัตกรรมนี้ช่วยแก้โจทย์ใหญ่ในช่วง 2 เดือนก่อนเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นช่วงที่กฎหมายการส่งออกสั่งห้ามใช้สารเคมีทุกชนิดเพื่อป้องกันสารตกค้าง ทำให้น้ำส้มควันไม้กลายเป็นอัศวินม้าขาวในการปกป้องผลผลิตจากแมลงและเชื้อราแทนการเคมีได้อย่างปลอดภัย

นายชนินทร เรืองอุดมสกุล อาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ในฐานะหัวหน้าทีมพี่เลี้ยงโครงการ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเข้ามาสนับสนุนองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมคาร์บอนต่ำเพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในสวนทุเรียน ผลจากการทดสอบใช้ถ่านไบโอชาร์และน้ำส้มควันไม้พบว่า สามารถช่วยเกษตรกรลดต้นทุนค่าปุ๋ยและสารเคมีลงได้ถึง 30-40% ทั้งยังเป็นมิตรต่อระบบนิเวศและชั้นบรรยากาศ

สำหรับแผนการตลาดในอนาคต จังหวัดศรีสะเกษเตรียมเปิดตัว ‘ทุเรียนภูเขาไฟ GI คาร์บอนต่ำ ศรีสะเกษ’ อย่างเป็นทางการในปีหน้า โดยคาดว่าจะมีผลผลิตล็อตแรกออกสู่ตลาดจากต้นทุเรียนนำร่องประมาณ 30 ต้น เนื่องจากต้องผ่านเกณฑ์การคัดกรองคุณภาพที่เข้มงวด โดยผลผลิตทุกลูกในโครงการนี้จะติดตั้งระบบ Traceability (ระบบตรวจสอบย้อนกลับ) ให้ผู้บริโภคสามารถสแกนเช็กข้อมูลได้ทันทีว่าเป็นทุเรียนคาร์บอนต่ำแท้ 100%

‘ที่สุดแห่งอัตลักษณ์ทุเรียนไทย ที่เติบโตจากผืนดินภูเขาไฟโบราณ ผสานนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะหมุนเวียน เพื่อส่งมอบเนื้อทุเรียนที่แห้ง นุ่มละมุน กลิ่นไม่ฉุน เพิ่มคุณค่าความปลอดภัยขั้นสูงสู่สุขภาพของผู้บริโภค ช่วยลดโลกร้อน ตรวจสอบย้อนกลับได้จริง พร้อมแฝงจิตวิญญาณความใส่ใจของชาวสวนในทุกผลผลิต’ นายชนินทร กล่าวทิ้งท้าย

Leave a comment