สหรัฐฯ-อิหร่านเปิดศึกถล่ม อิหร่านประกาศปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ขยายวงโจมตี 6 ชาติอาหรับ

 สหรัฐฯ-อิหร่านเปิดศึกถล่ม อิหร่านประกาศปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ขยายวงโจมตี 6 ชาติอาหรับ

13 ก.ค. 2569 12:10 น.

สหรัฐฯ-อิหร่านเปิดศึกถล่ม อิหร่านประกาศปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ขยายวงโจมตี 6 ชาติอาหรับ

ทางการอิหร่านประกาศปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” อย่างไม่มีกำหนด พร้อมขยายวงโจมตี 6 ชาติอาหรับ ที่รวมถึงฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวต จอร์แดน และบาห์เรน ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวส่อแววล่มสลายอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากถล่มโต้ตอบกันอย่างดุเดือดนานข้ามวัน

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง โดยสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระลอกใหม่เมื่อเย็นวันอาทิตย์ โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า การโจมตีมีเป้าหมายเพื่อทำลายศักยภาพของอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์ที่ใช้เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเปิดเผยว่าในช่วง 3 วันที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านแล้วมากกว่า 300 จุด ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศ สถานีเรดาร์ชายฝั่ง ฐานยิงขีปนาวุธ และฐานปฏิบัติการโดรน

ในเวลาเดียวกัน สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า เกิดการระเบิดหลายจุดที่เมืองท่าสิริก, บันดาร์ อับบาส, จาสก์ และเกาะเกชม์ ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ริมช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน และบาดเจ็บอีก 4 คนจากการโจมตีของสหรัฐฯ ในจังหวัดคูเซสถาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์สั้น ๆ กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “เรากำลังจัดการพวกเขาอย่างหนัก” พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ จะเดินหน้าปฏิบัติการต่อไปเพื่อรักษาเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

เพื่อเป็นการตอบโต้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านได้ยกระดับการโจมตีครั้งใหญ่ โดยพุ่งเป้าไปที่ฐานทัพและโครงสร้างพื้นฐานของกองทัพสหรัฐฯ ใน 6 ประเทศรอบอ่าวเปอร์เซียและตะวันออกกลาง 

โดยที่จอร์แดน อิหร่านโจมตีฐานทัพอากาศเจ้าชายฮัสซัน และคลังเก็บโดรน ส่วนที่คูเวต ฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเล็มถูกถล่ม แรงระเบิดสร้างความเสียหายต่อแท่นขุดเจาะน้ำมันและมีคนงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ขณะที่บาห์เรน มีการโจมตีศูนย์บัญชาการโดรนของกองทัพสหรัฐฯ

การโจมตีที่กาตาร์ ได้ทำลายศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องบินรบและอาคารบัญชาการ มีรายงานผู้บาดเจ็บจากเศษกระสุน 3 ราย ที่โอมาน มีการโจมตีแพลตฟอร์มสนับสนุนและเติมน้ามันของเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เผชิญกับการโจมตีด้วยมิไซล์และโดรนภายนอกชายแดน ซึ่งระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดไว้ได้บางส่วน

กองทัพจอร์แดนแถลงว่าได้ยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่านตก 4 ลูกเหนือน่านฟ้า พร้อมเสริมว่าไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน

ทางการโอมานได้ทำการเรียกตัวเอกอัครราชทูตอิหร่านเข้าพบเพื่อประท้วงอย่างรุนแรง ขณะที่สถานทูตสหรัฐฯ ในโอมานได้ประกาศเตือนให้พลเมืองของตนในเมืองดุกม์ และมูซันดัม หลบภัยในที่ตั้งทันที

สำนักงานบริหารจัดการช่องแคบเปอร์เซียของอิหร่านที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ ประกาศว่าการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ “ไม่สามารถทำได้ในขณะนี้” เนื่องจากการเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมายของกองทัพสหรัฐฯ โดยอิหร่านพยายามจัดตั้งระบบถาวรในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการผ่านทาง และสั่งห้ามเรือทุกลำผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากก่อนหน้านี้ได้ยิงเตือนและโจมตีเรือพาณิชย์ 2 ลำที่ใช้เส้นทางโดยไม่ได้รับอนุมัติ

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เรือบรรทุกสินค้า GFS Galaxy ของอินเดียถูกโจมตีนอกชายฝั่งโอมาน โดยทางการโอมานสามารถช่วยชีวิตลูกเรือไว้ได้ 23 ราย แต่ยังมีลูกเรือชาวอินเดียสูญหายอีก 1 ราย ส่งผลให้ทางการกาตาร์ออกประกาศเตือนให้เรือทุกประเภท รวมถึงเรือประมงและเจ็ทสกี งดทำกิจกรรมในน่านน้ำโดยเด็ดขาด ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า มีเรือผ่านช่องแคบเพียง 6 ลำในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นจำนวนที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม ทางการสหรัฐฯ และศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วม (JMIC) ออกมาแถลงแย้งว่า อิหร่านไม่ได้เป็นผู้ควบคุมช่องแคบ และการเดินเรือยังคงดำเนินไปได้ โดยกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้เปิดเส้นทางเดินเรือสำรองทางตอนใต้ใกล้กับโอมานเพื่อความปลอดภัย และพร้อมปกป้องเสรีภาพในการเดินเรือสากล

การสู้รบที่กลับมาปะทุรุนแรงในครั้งนี้ ทำลายความหวังของข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่สหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งลงนามร่วมกันเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเดิมทีมีเป้าหมายเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติสงครามหลังการเจรจาต่ออีก 60 วัน โดยประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่ นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ เจรจาระดับสูงของอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า “ยุคสมัยของข้อตกลงฝ่ายเดียวได้จบลงแล้ว จงรักษาคำพูดหรือจ่ายค่าตอบแทน”

กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า การเจรจาร่วมกับโอมานที่กรุงมัสกัตเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาล้มเหลว เนื่องจากถูกสหรัฐฯ กดดันทั้งทางลับและทางแจ้ง.

ที่มา Reuters / BBC

Leave a comment