
‘เสธ.หิ’ สะท้อนเคสจับทหารพรานกลับจาก 3 จว.ชายแดนใต้ พกปืน วอนตำรวจใช้ดุลพินิจ
วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 08.37 น.
วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคกล้าธรรม โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง ระบุว่า “รอดตายจากชายแดน เพื่อมาเป็นผู้ต้องหา”
ข่าวการจับกุมทหารพรานในข้อหาพกพาอาวุธที่เดินทางกลับจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยหนึ่งซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในเขตพื้นที่ปลอดภัย ข่าวในลักษณะเช่นนี้มีเกิดขึ้นหลายครั้ง ในอดีตผู้ที่ถูกจับกุมมีทั้งทหารและแม้แต่ตำรวจด้วยกันเอง ถ้าจำไม่ผิด เคยมีข่าวดังในอดีตที่ผู้ถูกจับกุมเป็นตำรวจ ซึ่งมีพื้นที่ปฏิบัติการอยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และอยู่ในระหว่างการลาพักเพื่อกลับมาเยี่ยมบ้านเช่นกัน
ผมมีความเข้าใจและเห็นใจผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงลักษณะนี้ อยากจะให้ท่านผู้ปฏิบัติหน้าที่ในเขตเมืองได้โปรดใช้ดุลพินิจพิจารณาให้รอบคอบ ผมไม่ได้ตำหนิพวกท่านนะครับ เพราะพวกท่านหลายคนอาจมองไม่ออกหรอกครับว่า หากต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างสามจังหวัดชายแดนใต้ มันต้องระมัดระวังตัวขนาดไหน ความกลัวตายมีด้วยกันทุกคนครับ นอกจากหลวงพ่อหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือแล้ว สิ่งที่เชื่อถือได้ดีที่สุดก็คืออาวุธปืนพกประจำกายนี่แหละครับ แล้วเวลากลับจากปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่พอออกเวรแล้วโจรมันจะไม่ยิงนะครับ ในระหว่างเดินทางกลับมาบ้าน ไม่ใช่ช่วงเวลาพักครึ่งในสนามฟุตบอลที่จะเดินทางได้อย่างปลอดภัย ทุกคนก็ต้องระวังตัวครับ
หากท่านใช้ดุลพินิจพิจารณาสักหน่อย ก็จะเป็นการให้ความยุติธรรมกับผู้ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัยซึ่งมีอันตรายตลอดเวลา ถ้าเขาพกอาวุธสงคราม เช่น ปืนเอ็ม 16 ปืนเอสเค ปืนอาร์ก้า หรือพกระเบิดสังหาร เดินทางกลับมาพักบ้าน อันนี้ก็สมควรโดนจับกุมนะครับ แต่ถ้าเขาพกอาวุธปืนพกประจำกายเพื่อใช้ป้องกันตัวเอง แล้วโดนจับกุม ผมว่ามันโหดร้ายเกินไปสำหรับคนทำงานนะครับ และตามข่าวเท่าที่ติดตามดู ผู้ที่ถูกจับกุมก็ชี้แจง และมีกิริยาที่เป็นสุภาพชน การที่หน่วยงานของท่านจับกุมนั้นก็ไม่ผิดหรอกครับ เพราะหน่วยของท่านมีอำนาจตามกฎหมาย
ผมก็ได้แต่เห็นใจทหารพรานผู้ถูกจับกุมดำเนินคดี คงได้แต่ให้กำลังใจนะครับ ขอให้ท่านทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป คิดในทางดี อโหสิกรรมกันไปครับ ขอให้บุญกุศลที่ท่านเอาชีวิตของท่านเข้าแลกเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในสามจังหวัดชายแดนใต้ ได้โปรดดลบันดาลให้ผู้มีอำนาจในการตัดสิน ได้เข้าใจและเห็นใจในความจำเป็นของการพกพาอาวุธเพื่อป้องกันตนเอง และได้โปรดให้ความยุติธรรม ให้ท่านพ้นภัยในครั้งนี้ สาธุ
