ยูเอ็นหวั่น วิกฤตเรือผู้อพยพล่ม 2 ลำนอกชายฝั่งเมียนมา คาดมีผู้เสียชีวิตพุ่ง 500 ราย

ยูเอ็นหวั่น วิกฤตเรือผู้อพยพล่ม 2 ลำนอกชายฝั่งเมียนมา คาดมีผู้เสียชีวิตพุ่ง 500 ราย

16 ก.ค. 2569 11:43 น.

ยูเอ็นหวั่น วิกฤตเรือผู้อพยพล่ม 2 ลำนอกชายฝั่งเมียนมา คาดมีผู้เสียชีวิตพุ่ง 500 ราย

องค์การสหประชาชาติแสดงความวิตก หลังได้รับรายงานว่าเกิดเหตุเรือผู้อพยพ 2 ลำอับปางนอกชายฝั่งเมียนมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายน คาดมีผู้เสียชีวิตและสูญหายรวมกว่า 500 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวโรฮิงญาที่หลบหนีความขัดแย้งและเดินทางทางทะเลเพื่อแสวงหาความปลอดภัยและชีวิตที่ดีกว่า

องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกัน แสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานที่ระบุว่า มีเรือ 2 ลำซึ่งบรรทุกผู้โดยสารรวมกันกว่า 500 คน ประสบอุบัติเหตุอับปางลงนอกชายฝั่งเมียนมาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า เรือทั้งสองลำเดินทางออกจากรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา ซึ่งกำลังเผชิญกับภัยสงครามกลางเมืองในช่วงปลายเดือนมิถุนายน โดยผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมโรฮิงญา และบางส่วนเดินทางมาจากค่ายผู้ลี้ภัยขนาดใหญ่ในเขตค็อกซ์บาซาร์ ประเทศบังกลาเทศ ซึ่งเป็นสถานที่รองรับผู้อพยพชาวโรฮีนจากว่า 1 ล้านคน ที่หนีภัยความรุนแรงมาอาศัยอยู่อย่างยากลำบาก

โดยเรือลำแรก คาดว่าบรรทุกผู้โดยสารประมาณ 250 คน และขาดการติดต่อไปในระยะเวลาอันสั้นหลังจากออกเดินทางจากชายฝั่ง ส่วนเรือลำที่สอง มีรายงานว่าบรรทุกผู้โดยสารราว 280 คน และคาดว่าอับปางลงนอกชายฝั่งเขตอิรวดี ของเมียนมา

แถลงการณ์ระบุว่า “แม้เหตุการณ์และตัวเลขผู้เสียชีวิตจะยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐ แต่ UNHCR และ IOM มีความกังวลอย่างยิ่งต่อความสูญเสียทางชีวิตที่อาจจะร้ายแรงและน่าสะเทือนใจในครั้งนี้”

นอกจากนี้ หน่วยงานของยูเอ็นยังย้ำว่า การเดินทางดังกล่าวเกิดขึ้นนอกฤดูกาลเดินเรือปกติ ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพอากาศในท้องทะเลมีความอันตรายสูง ประกอบกับฝนที่ตกหนักและน้ำท่วมขังทั่วภูมิภาค ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงทางทะเลให้ทวีคูณ โดยหากเหตุการณ์นี้ได้รับการยืนยัน จะทำให้ยอดผู้เสียชีวิตและสูญหายในทะเลอันดามันและอ่าวเบงกอลในปีนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่มีรายงานผู้สูญหายแล้วเกือบ 300 ราย

ในแต่ละปี ชาวโรฮิงญาจำนวนมากต้องจำใจเสี่ยงชีวิตเดินทางข้ามทะเลผ่านเรือไม้โกโรโกโสที่ไม่มีความปลอดภัย ซึ่งมักดำเนินการโดยเครือข่ายขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมืองและค้ามนุษย์ เพื่อแสวงหาชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีกว่า

ข้อมูลจาก UNHCR ระบุว่า เฉพาะปีที่ผ่านมา มีผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาสูญหายหรือเสียชีวิตในทะเลแถบมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือเกือบ 900 ราย จากจำนวนผู้ที่พยายามล่องเรือเสี่ยงภัยทั้งหมดกว่า 6,500 คน

หน่วยงานสหประชาชาติชี้ว่า โศกนาฏกรรมล่าสุดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบอันเลวร้ายจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและการพลัดถิ่น รวมถึงการขาดแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนสำหรับชุมชนชาวโรฮีนจา

แถลงการณ์ระบุว่า “การสู้รบที่ทวีความรุนแรงและสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมที่ย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ ในเมียนมา ประกอบกับความช่วยเหลือและโอกาสที่จำกัดในค่ายผู้ลี้ภัยที่บังกลาเทศ กลายเป็นปัจจัยบีบคั้นให้ผู้คนจำนวนมากยอมเสี่ยงชีวิตล่องเรือในทะเลเพื่อความปลอดภัย และเหตุการณ์นี้ยังชี้ให้เห็นว่า เครือข่ายลักลอบขนคนเข้าเมืองยังคงเดินหน้าฉวยโอกาสจากความสิ้นหวังของผู้คนที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอด”

จากเหตุการณ์ดังกล่าว IOM และ UNHCR ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยกระดับความพยายามในการค้นหาและกู้ภัยทางทะเลอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ลี้ภัยเข้าถึงกระบวนการขอลี้ภัยและการคุ้มครองความปลอดภัย ตลอดจนดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อปราบปรามขบวนการลักลอบขนคนและค้ามนุษย์

ในตอนท้าย หน่วยงานทั้งสองได้กล่าวชื่นชมประเทศบังกลาเทศที่มีความโอบอ้อมอารีอย่างยิ่งในการเป็นเจ้าบ้านแบกรับและดูแลผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญามาเป็นเวลาหลายปี ทว่ายืนยันว่ากลไกนี้จำเป็นต้องได้รับ “การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากประชาคมโลก” ทั้งต่อตัวผู้ลี้ภัยและชุมชนท้องถิ่นที่ให้ที่พักพิง รวมถึงต้องมีความพยายามที่จริงจังมากกว่าเดิมในการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้คนต้องถูกบังคับให้พลัดถิ่นฐานบ้านเกิดในปัจจุบัน.

ที่มา AFP

Leave a comment