เพลิงไหม้สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าในแอลจีเรีย ดับ 11 บาดเจ็บ 19

เพลิงไหม้สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าในแอลจีเรีย ดับ 11 บาดเจ็บ 19

16 ก.ค. 2569 16:51 น.

เพลิงไหม้สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าในแอลจีเรีย ดับ 11 บาดเจ็บ 19

เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าและเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ ในเขตโมฮัมมาเดีย ชานกรุงแอลเจียร์ ประเทศแอลจีเรีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 ราย และบาดเจ็บอีก 19 ราย ด้านนายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีรุดเยี่ยมผู้บาดเจ็บ พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียด ท่ามกลางสถานการณ์คลื่นความร้อนทั่วประเทศ

นายเซฟี ฆะรีบ นายกรัฐมนตรีแอลจีเรีย ได้นำคณะรัฐมนตรี ซึ่งประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจสอบระดับการดูแลทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำความความแสดงความเสียใจจากประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐ ส่งตรงถึงครอบครัวของผู้สูญเสียในโศกนาฏกรรมครั้งนี้

นายกรัฐมนตรีแอลจีเรีย แถลงว่า “ในนามของประธานาธิบดี ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และขอวิงวอนต่ออัลเลาะห์ให้ทรงรับดวงวิญญาณของพวกเขาไปสู่สุขคติ ในระหว่างที่คณะของเราเดินทางไปตรวจเยี่ยมที่โรงพยาบาลศัลยกรรมทางตานและแผลไหม้แห่งชาติซีรัลดา และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยมุสตาฟา บาชา เราได้ออกคำสั่งทุกประการที่จำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าผู้บาดเจ็บทุกคนจะได้รับการดูแลรักษาอย่างดีที่สุด”

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของแอลจีเรีย เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้เมื่อเวลา 03:32 น. วันนี้ (16 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยได้ระดมรถดับเพลิง 6 คัน รถพยาบาล 6 คัน รถกระเช้า และทีมกู้ภัยในพื้นที่ลาดชัน พร้อมทั้งขอกำลังสนับสนุนจากหน่วยฝึกอบรมและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์

ยอดผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้แบ่งเป็นผู้เสียชีวิต 11 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 19 ราย แบ่งโดยผู้ถูกไฟคลอกรุนแรงต่างระดับกัน 10 ราย, ผู้มีอาการสำลักควันและหายใจติดขัด 2 ราย และผู้ได้รับผลกระทบทางจิตใจเฉียบพลัน/ช็อก 7 ราย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังสามารถอพยพผู้พิการและผู้มีความต้องการพิเศษจำนวน 5 ราย ออกจากพื้นที่อาคารไปยังสถานที่ปลอดภัยได้อย่างหวุดหวิด ในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าค้นหาผู้ตกค้างภายใต้ซากปรักหักพังอย่างต่อเนื่อง

ในด้านกฎหมาย สำนักงานอัยการสูงสุดประจำศาลอุทธรณ์ได้สั่งการให้เปิดการสืบสวนสอบสวนเชิงลึกโดยด่วน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของโศกนาฏกรรมที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่ชาวแอลจีเรียทั้งประเทศในครั้งนี้ และตรวจสอบว่ามีประเด็นเรื่องการกระทำความผิดทางอาญาเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่

แม้ว่าทางการจะยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสาเหตุของเพลิงไหม้ แต่มีรายงานว่า ประเทศแอลจีเรียกำลังเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดและคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมอย่างรุนแรง โดยสำนักข่าวสารสนเทศแอลจีเรีย รายงานอ้างอิงข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยว่า นับตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคมเป็นต้นมา เจ้าหน้าที่ต้องเข้าควบคุมและดับไฟป่าและไฟไหม้ทั่วประเทศมาแล้วสูงถึง 913 แห่ง ซึ่งสภาพอากาศที่แห้งแล้งและร้อนจัดนี้อาจเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ง่ายและรุนแรงขึ้น.

ที่มา Al Shorouk / Reuters

Leave a comment