
นายกฯถกปธน.คาซัคสถาน ย้ำไทยพร้อมเป็นประตูสู่อาเซียน ลุยการค้า-ท่องเที่ยว
วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.57 น.
นายกฯ หารือ ปธน. คาซัคสถาน ย้ำไทยพร้อมเป็นประตูสู่อาเซียน เดินหน้าความร่วมมือด้านการค้า การลงทุนเทคโนโลยี และการท่องเที่ยว ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจไทย–เอเชียกลาง
วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครเซี่ยงไฮ้ ) ที่ศูนย์การประชุม Shanghai World Reception Hall นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือทวิภาคีกับนายคาซีม-โยมาร์ต โตคาเยฟ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน
นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีคาซัคสถานสำหรับคำเชิญเยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการในปี 2570 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 35 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-คาซัคสถาน พร้อมเชิญประธานาธิบดีคาซัคสถานเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ทั้งสองฝ่ายชื่นชมการเยือนและการติดต่อระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คาซัคสถานเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทยในเอเชียกลาง และไทยพร้อมเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน อาทิ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การแพทย์ ความมั่นคงทางอาหาร การบริการการโรงแรม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงาน และแร่หายากสำคัญ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเสนอให้มีการหารือกันอย่างใกล้ชิดต่อไป
นายกรัฐมนตรีขอบคุณคาซัคสถานที่สนับสนุนข้อริเริ่มของไทยในการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสทางการค้า การลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

นายกรัฐมนตรีชื่นชมการพัฒนาเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศข้ามทะเลแคสเปียนของคาซัคสถาน(Trans-Caspian International Transport Route: TITR) ซึ่งช่วยเสริมสร้างการเชื่อมโยงและอำนวยความสะดวกการค้าระหว่างภูมิภาค พร้อมย้ำศักยภาพของคาซัคสถานในการเป็นประตูสู่เอเชียกลางและยุโรป
ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องสนับสนุนการขยายเส้นทางบินใหม่เพิ่มมากขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการเชื่อมโยงในระดับประชาชนระหว่างสองประเทศ โดยไทยยังคงเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวคาซัคสถาน ขณะที่ประชาชนไทยให้ความสนใจเดินทางไปคาซัคสถานมากขึ้น
ในตอนท้าย ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของกรอบพหุภาคีที่เปิดกว้างและยึดมั่นกติกาสากล โดยไทยพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับคาซัคสถานในกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญ และสนับสนุนการมีบทบาทที่เพิ่มขึ้นของคาซัคสถานในอาเซียน ตลอดจนความร่วมมือในประเด็นสำคัญของประชาคมโลก อาทิ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ