
กองทัพ ตอกย้ำ พร้อมรบ 3 มิติ ‘ทางบก-เรือ-อากาศ’ ชี้ ผู้นำกัมพูชา ด้อยค่าตัวเอง ร่วมวงเฟกนิวส์
วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.05 น.
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ยกคณะลงพื้นที่ ทภ.2 ตอกย้ำ ความพร้อมรบ 3 มิติ บก-เรือ-อากาศ ชี้ผู้นำกัมพูชา ร่วมวงเฟกนิวส์ ด้อยค่าตัวเอง หวังรักษาอำนาจ หลังเพลี่ยงพล้ํา ลั่น หากยังยั่วยุ คุยไปไร้ประโยชน์
วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ/ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย–กัมพูชา (JIC) พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยมี พันเอก (พิเศษ)โถมวัฒน์ สว่างวิทย์ รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พร้อมด้วย พันเอก(พิเศษ) สุรกิจ กาฬเนตร ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี ให้การต้อนรับ และรับฟังการบรรยายสรุปจาก พันโท จตุพล นิยมปัทมะ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 12หน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารีเกี่ยวกับภาพรวมการปฏิบัติภารกิจ สถานการณ์ในพื้นที่ ความพร้อมของกำลังพล ตลอดจนมาตรการดูแลความปลอดภัยของประชาชน พร้อมรับทราบข้อเสนอแนะ และข้อขัดข้องจากผู้ปฏิบัติงาน เพื่อนำไปประกอบการพัฒนา การสนับสนุน และยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ภายหลังการรับฟังการบรรยายสรุป พล.อ.อ.ประภาส ได้พบปะกำลังพล พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่ผู้แทนกำลังพลของกองกำลังสุรนารี จากหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 พื้นที่เขาสัตตะโสม จังหวัดศรีสะเกษและหน่วยเฉพาะกิจที่ 4 พื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน พร้อมกล่าวแสดงความขอบคุณ และชื่นชมกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ความอดทน และความมุ่งมั่น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทาย โดยยึดมั่นในภารกิจเพื่อพิทักษ์อธิปไตย รักษาความมั่นคงของชาติ และสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชน

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ พล.อ.อ.ประภาส ได้เน้นย้ำ 3 หลักการสำคัญในการปฏิบัติของกองทัพอากาศ ได้แก่
1. รักษาความปลอดภัยของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เพื่อคงความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ
2. ป้องกันความสูญเสียต่อฝ่ายเดียวกัน โดยอาศัยการบูรณาการ การประสานงาน และข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง แม่นยำ
3. การปฏิบัติภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและกฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement: ROE) อย่างเคร่งครัด โดยมุ่งต่อเป้าหมายทางทหารที่ชอบด้วยกฎหมาย คำนึงถึงหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน พร้อมหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อประชาชน
รัฐบาล กระทรวงกลาโหม และผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดูแลสิทธิ สวัสดิการ และขวัญกำลังใจของกำลังพลอย่างเต็มที่ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงในทุกมิติ
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวอีกว่า ครั้งนี้เรามีความพร้อมมากกว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา ปัจจุบันเราอยู่บนที่สูงที่เรายึดครองพื้นที่ได้ ด้วยศักยภาพกองกำลังทางบก ทางเรือและทางอากาศ ดังนั้นการที่กัมพูชาจะเข้ามาตีเราไม่ใช่เรื่องง่าย ขอให้มีความมั่นใจทั้งในด้านอาวุธ ฐานที่มั่นและบุคลากร สำหรับการปฏิบัติการร่วม ของ 3 เหล่าทัพ ตามหลักนิยมของกองทัพไทยเราปฏิบัติการร่วมกันอยู่แล้ว ตามแผนป้องกันชายแดน จะมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด

โดยเฉพาะการกำหนดความเร่งด่วนของเป้าหมายทางทหาร ในระยะสำคัญ และสามารถส่งผลกระทบ ต่อยุทธบริเวณ ไม่มีการปฏิบัติแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เป้าหมายระเบิดทุกลูกที่ลงต้องได้รับผลกระทบ เราใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด บนพื้นฐานของกฎการใช้กำลัง และกฎหมายระหว่างประเทศ จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมา ไม่มีประเทศไหนที่ประฌามประเทศไทย พร้อมทั้งยืนยันว่าการใช้ข่าวปลอมไม่ยั่งยืน ขอให้มั่นใจในหน่วยงานความมั่นคง ให้รอฟังจากทีมโฆษก
ส่วนที่ผู้นำกัมพูชา ร่วมวงเฟสนิวด้วยนั่น ถือว่าเป็นการทำร้ายตัวเอง ตราบใดก็ตามที่ผู้นำลงมาเล่นเอง เขาพูดอะไรก็ตามก็เชื่อไม่ได้ อย่างที่เสนาธิการทหาร ระบุว่า ประชุมอย่างหนึ่งแต่ออกไปพูดอีกอย่างหนึ่ง ยิ่งทำเช่นนั้นยิ่งด้อยค่าตัวเอง ไม่เกิดความเชื่อมั่นต่อจากนี้หากเขาพูดอะไรนั้นไม่ใช่เรื่องจริง แต่ที่เขาต้องลงมาแบบนี้ ต้องดูว่าเป้าหมาย เขาต้องการสื่อสารกับประชาชนของเขาเอง ที่เพลี่ยงพล้ำไม่สามารถดูแลประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจของเขาเอง เขาพยายามจะแก้ตัว เพื่อให้อยู่ในอำนาจต่อไป จึงไม่ได้รู้สึกอะไร การที่เขาพูดอะไรออกมา พอพูดทุกครั้งไม่ใช่เรื่องจริงเลย
ในขณะที่ฝ่ายไทยจะเป็นข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะพูดอีกกี่ครั้งก็จะเหมือนเดิม เช่น กรณีที่กัมพูชาไปพูดที่ประเทศจีน ที่กล่าวหาว่าเรารุกล้ำทำประชาชนกัมพูชาไม่มีที่อยู่ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่จริง เรายึดตามถ้อยแถลงร่วม ในการวางกำลังและควบคุมพื้นที่ ที่จำเป็น และอนาคตหากมีความไว้ในเชื่อใจกัน แล้วค่อยมาคุยกัน แต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะหากยังยั่วยุอยู่แบบนี้ ก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะมาพูดคุยกันเพราะไม่มีประโยชน์อะไร
พร้อมทั้งย้ำว่า สื่อสาร ของศูนย์ขาวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงทำหน้าที่ อยู่โดยไม่มีค่าตอบแทนเพิ่มเติม เราไม่เหมือนกับต่างประเทศ ที่จ้างล็อบบี้ยีส ใช้งบประมาณทีละหลายล้านบาท แต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ ไม่มีความรักชาติเหมือนกับพวกตน และทีมงานที่ทำอยู่ตรงนี้

ในขณะที่ พ.อ. ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้ได้เห็นความเข้มแข็ง ของกำลังพลซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นประชาธิปไตยของไทย สิ่งที่เราเสริมสร้างมา สาธารณูปโภคทั้งหลาย ในพื้นที่เห็นแล้วว่ามีความพร้อม ในบริเวณอื่นก็เช่นเดียวกัน การลงพื้นที่ในวันนี้ก็เพื่อมานำเสนอความจริงให้กับพี่น้องประชาชน
น.ท.ณัฐนัย จันทร์เปล่ง รองโฆษกกระทรวงกลาโหม ในขณะที่โครงการ “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” ถือเป็นความมุ่งมั่นของทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่จะก่อสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวก ซึ่งขณะนี้ มีเสียงตอบรับจาก กำลังพลในพื้นที่ เพื่อกำลังพลของเรามีความพร้อม และเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน
พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า พื้นที่รับผิดชอบทั้งทางบกและทางทะเล ยังมีความเรียบร้อยอยู่ และมีความคืบหน้าในการก่อสร้างรั้วชายแดน ซึ่งเป็นหมุดหมายแรกและการต่อยอดต่อไป
ประเทศไทยยืนยันการดำเนินการตามหลักสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยไม่มีนโยบายยั่วยุหรือสร้างความขัดแย้ง ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงรักษาความพร้อม เพื่อปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มกำลัง
JIC ยังคงมุ่งมั่นนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและความเชื่อมั่นแก่ประชาชน

