นักรัฐศาสตร์ ชมนายกฯ ปกป้องผลประโยชน์ชาติ หลังถกผู้นำจีนปมรถถังเขมร การันตีห้ามใช้กับไทย

นักรัฐศาสตร์ ชมนายกฯ ปกป้องผลประโยชน์ชาติ หลังถกผู้นำจีนปมรถถังเขมร การันตีห้ามใช้กับไทย

นักรัฐศาสตร์ ชมนายกฯ ปกป้องผลประโยชน์ชาติ หลังถกผู้นำจีนปมรถถังเขมร การันตีห้ามใช้กับไทย

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.33 น.

20 กรกฎาคม 2569 ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แสดงความคิดเห็นถึงการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า นอกจากการผลักดันความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือการใช้เวทีหารือระดับสูงกับ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เพื่อหยิบยกประเด็นด้านความมั่นคงที่ประชาชนไทยกำลังให้ความสนใจ โดยเฉพาะกรณีการส่งมอบรถถังของจีนให้กัมพูชา

ผศ.ดร.เชษฐา ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนการเชื่อมโยงหลายวาระเข้าด้วยกันในการเจรจาระหว่างประเทศ แม้เวทีหลักจะมุ่งเน้นด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรม แต่รัฐบาลไทยสามารถใช้โอกาสดังกล่าวในการหยิบยกประเด็นด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นผลประโยชน์สำคัญของประเทศ เข้าหารือกับผู้นำจีนได้อย่างเหมาะสม

นักรัฐศาสตร์ผู้นี้มองว่า การเมืองระหว่างประเทศในปัจจุบันไม่ได้แยกประเด็นเศรษฐกิจออกจากประเด็นความมั่นคงอย่างชัดเจนอีกต่อไป หากแต่ทั้งสองด้านมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรีนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การหารือจึงถือเป็นการใช้การทูตเชิงยุทธศาสตร์เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ

ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวว่า ตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สังคมไทยมีความกังวลเกี่ยวกับการส่งมอบรถถังของจีนให้กัมพูชา และเกิดข้อสงสัยถึงผลกระทบต่อสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย หากรัฐบาลไม่หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นสอบถามโดยตรง ก็อาจทำให้เกิดข่าวลือหรือความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคม

ทั้งนี้ จากการหารือระหว่างผู้นำไทยและจีน ฝ่ายจีนได้ชี้แจงว่า การจัดซื้อรถถังดังกล่าวเป็นไปตามสัญญาที่ทำไว้ก่อนเกิดสถานการณ์ความตึงเครียด พร้อมระบุว่าเคยชะลอการส่งมอบเนื่องจากคำนึงถึงความอ่อนไหวของสถานการณ์ และยืนยันว่ายุทโธปกรณ์ดังกล่าวจะไม่ถูกนำมาใช้สร้างความเสียหายต่อประเทศไทย

“จุดนี้ ถือว่าภารกิจที่จีนได้ผลลัพธ์เชิงบวกกลับมาแล้ว อย่างน้อย เป็นการทำให้จีน ต้องการันตีแล้วว่า เขมรจะไม่ใช้รถถังจีนยิงไทย จากนี้ จีนต้องเอาเงื่อนไขนี้ไปย้ำกับเขมรอีกที อย่างแน่นอน เพราะจีนต้องบาลานซ์ความสัมพันธ์กับไทยให้ดีด้วยเช่นกัน เพราะไทยเอง ก็ถือว่า มีแต้มต่อในภูมิภาค ทั้งกำลังการบริโภค และความสามารถด้านการผลิต ที่เหนือกว่ากัมพูชาแน่นอน”

ผศ.ดร.เชษฐา เห็นว่า คำชี้แจงจากจีน เป็นหลักประกัน แต่ไทยยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือรัฐบาลได้ทำหน้าที่สอบถามข้อเท็จจริงแทนประชาชน และสะท้อนความกังวลของประเทศต่อผู้นำจีนโดยตรงไปแล้ว

นักรัฐศาสตร์ยังเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนภาวะผู้นำที่ไม่หลีกเลี่ยงประเด็นอ่อนไหว แม้จะอยู่ในการหารือกับมหาอำนาจ พร้อมระบุว่า มิตรภาพระหว่างประเทศที่เข้มแข็งไม่ได้หมายถึงการหลีกเลี่ยงเรื่องที่ละเอียดอ่อน แต่คือการสามารถหารือกันอย่างตรงไปตรงมาบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและการรักษาผลประโยชน์ของแต่ละประเทศ

นอกจากนี้ ผศ.ดร.เชษฐา ยังตั้งข้อสังเกตว่า จีนได้แสดงความพร้อมสนับสนุนการลดความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเสนอช่วยอำนวยความสะดวกในการสร้างบรรยากาศของการเจรจา รวมทั้งรับเป็นเจ้าภาพการประชุมกรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้างแทนไทยในช่วงที่สถานการณ์มีความอ่อนไหว

“การเดินทางเยือนจีนครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดประตูความร่วมมือด้าน AI เซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์ แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลใช้เวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเป็นโอกาสในการสื่อสารและแสวงหาคำตอบต่อประเด็นด้านความมั่นคงที่ประชาชนไทยให้ความสำคัญ ซึ่งถือเป็นอีกบทบาทหนึ่งของการทูตเพื่อรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ” ผศ.ดร.เชษฐา กล่าว

Leave a comment