“ไข่ไก่” อาหารยั่งยืน จากสองมือของนักเรียน สู่คลังอาหารของชุมชน

“ไข่ไก่” อาหารยั่งยืน จากสองมือของนักเรียน สู่คลังอาหารของชุมชน

“ไข่ไก่” อาหารยั่งยืน จากสองมือของนักเรียน สู่คลังอาหารของชุมชน

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.26 น.

กลิ่นไข่เจียวหอมฟุ้งลอยออกมาจากโรงครัวของ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านถ้ำหิน อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ก่อนถึงเวลาอาหารกลางวันเพียงไม่นาน

เมนูวันนี้คือ “ยำไข่เจียว” เมนูโปรดของเด็กๆ ที่แม่ครัวบอกว่า “ทำเมื่อไร ต้องหมดก่อนเมนูอื่นทุกครั้ง” เพราะเด็กๆหลายคนยกจานมาขอเติมเป็นรอบที่สองจนกลายเป็นภาพชินตา

แต่สิ่งที่ทำให้ยำไข่เจียวจานนี้พิเศษ ไม่ใช่เพราะฝีมือการปรุงเท่านั้น หากเป็นไข่ไก่ทุกฟองที่ไม่ได้ซื้อมาจากตลาด แต่เป็นผลลัพธ์จากสองมือเล็กๆ ของเด็กนักเรียน ที่ผลัดเวรกันให้อาหารแม่ไก่ เก็บไข่ ทำความสะอาดโรงเรือน และจดบันทึกผลผลิตทุกวัน

สำหรับเด็กที่นี่…อาหารกลางวันจึงไม่ได้เริ่มต้นที่โรงครัว แต่เริ่มต้นตั้งแต่ในโรงเรือนไก่

ดาบตำรวจหญิง มาลินณา สังข์แก้ว ครูใหญ่ รร.ตชด.บ้านถ้ำหิน บอกว่า “เราไม่ได้สอนให้เด็กเลี้ยงไก่ แต่เราสอนให้เขารู้จักรับผิดชอบ และเห็นคุณค่าของอาหารทุกฟองที่อยู่บนจาน”

ตลอดกว่า 26 ปี ที่โรงเรียนเข้าร่วม “โครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” โรงเรือนเลี้ยงไก่หลังนี้ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งผลิตไข่สำหรับอาหารกลางวัน แต่เป็น “ห้องเรียน” ที่สอน “ประสบการณ์ชีวิต” ผ่านการลงมือทำจริง เด็กทุกคนต้องรู้จักแบ่งหน้าที่ ทั้งดูแลแม่ไก่ บริหารจัดการผลผลิต จดบันทึก และเรียนรู้ว่าของทุกอย่างมีต้นทุน การพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ รร.ตชด.บ้านถ้ำหิน กลายเป็นต้นแบบสถานศึกษา “กองทุนเข้มแข็ง ต่อยอดแหล่งอาหารครบมิติ สร้างวิถีพึ่งพาตนเอง” ครองสถิติ รร.ที่มีเงินกองทุนสะสมร่วม 7 แสนบาท สูงที่สุดในโครงการฯ

คนที่คลุกคลีกับเด็กๆ มากที่สุด คือ ดาบตำรวจหญิงนันท์นภัส แววเพ็ชร ครูผู้ดูแลโครงการ เล่าว่า “ช่วงแรกเด็กหลายคนยังกลัวไก่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เด็กกลับรอคอยวันที่จะได้เข้าเวรให้อาหาร เก็บไข่ และช่วยกันบันทึกผลผลิต เพราะพวกเขารู้ว่า ไข่ทุกฟองที่เก็บได้ จะกลายเป็นอาหารกลางวันของเพื่อนทั้งโรงเรียน”

แม้บางช่วงอาจต้องเผชิญกับอาการร้อนจัดที่กระทบกับการให้ผลผลิตของแม่ไก่ ช่วงฤดูแล้งที่ติดขัดเรื่องน้ำ หรือช่วงปิดเทอมที่ต้องผลัดเปลี่ยนกันมาช่วยดูแลไก่ แต่ทุกคนก็ก้าวข้ามผ่านมาได้

อีกหนึ่งภาพสะท้อนว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จที่สุด กลับไม่ได้อยู่แค่ในโรงเรียน แต่เป็นบ้านหลังเล็กๆ ของชาวบ้านที่อยู่ไม่ไกลจากรั้วโรงเรียน 

ที่หลังบ้านของ ลูกเกด จิน้อย ศิษย์เก่า รร.ตชด.บ้านถ้ำหิน ที่วันนี้ได้ต่อยอดสู่การเลี้ยงแม่ไก่ไข่ปลดระวางจากการเลี้ยงของเด็กๆ ที่โรงเรียน ซึ่งยังคงให้ผลผลิตไข่ไก่ดี มาเลี้ยงต่อที่บ้านกลายเป็นคลังอาหารที่สามารถเก็บไข่ไก่ทานในครอบครัวได้ทุกวัน จากเมื่อก่อนที่เธอเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่เคยเดินเข้าโรงเรือนในฐานะนักเรียน และได้ทำหน้าที่ดูแลแม่ไก่เช่นเดียวกัน “เมื่อก่อนเราเก็บไข่ที่โรงเรียน วันนี้กลับมาเก็บไข่ที่บ้านของตัวเอง ใช้ความรู้ที่มีมาต่อยอด สร้างอาหารยั่งยืนในบ้านของเรา” 

ประโยคธรรมดานี้ ไม่ได้สะท้อนแค่การส่งต่อแม่ไก่ แต่คือ การส่งต่อโอกาสจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง และปัจจุบันลูกสาวของเธอก็กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ และได้ทำหน้าที่ดูแลแม่ไก่เหมือนที่แม่เคยทำเมื่อหลายปีก่อนเช่นกัน

ผู้ใหญ่บ้าน พงศกร นิลเพ็ชร เล่าว่า หลังจากโรงเรียนปลดแม่ไก่ไข่ ชาวบ้านก็รับไก่ไปเลี้ยงต่อที่บ้าน จากแม่ไก่ที่เคยสร้างอาหารกลางวันให้เด็ก วันนี้กลายเป็นแหล่งอาหารของแต่ละครอบครัว “ชาวบ้านมีไข่สดไว้กินทุกวัน ช่วยลดรายจ่าย นี่แหละคือความยั่งยืน” ผู้ใหญ่บ้านพูดพร้อมรอยยิ้ม

สำหรับ น้องฟ้าลัดดา ทองอยู่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เพิ่งเสร็จจากภารกิจเก็บไข่ไก่ร่วมกับเพื่อนๆ เมื่อถูกถามว่าชอบอะไรที่สุดในโครงการฯ นี้ เธอตอบโดยแทบไม่ต้องคิด “หนูดีใจที่ได้ช่วยเลี้ยงไก่ เพราะไข่ที่เก็บได้ เพื่อนๆ น้องๆ ทุกคนก็ได้กิน“ คำตอบนี้ทำให้เข้าใจความหมายของโครงการนี้มากกว่าตัวเลขใดๆ

ตลอด 37 ปี โครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ที่ CPF และมูลนิธิซีพี ร่วมกันส่งมอบโอกาสให้กับโรงเรียน 1,018 แห่ง ใน 74 จังหวัด สร้างแหล่งอาหารให้เด็กกว่า 229,000 คน พร้อมปลูกฝังทักษะอาชีพและการพึ่งพาตนเองให้เติบโตไปพร้อมกัน 

ภาพของเด็กๆ ที่กำลังรอคิวตัก “ยำไข่เจียว” ด้วยรอยยิ้ม ทำให้รู้ว่าอาหารจานนี้ ไม่ได้มีเพียงความอร่อยเพียงเพราะฝีมือแม่ครัว แต่อร่อยเพราะเด็กทั้งโรงเรียน คือคนที่ช่วยกันสร้างมันขึ้นมา

Leave a comment